เรื่องเล่าจากทางบ้าน

เจ้าของกิจการ เตือน ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง อย่าประมาทกับชีวิตครับ

By  | 

นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของพี่กบ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทซอฟต์แวร์เฮ้าท์ เค้าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านการเป็นโปรแกรมเมอร์ เคยเป็นทั้งมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ นายตัวเอง และปัจจุบันสถานะอยู่ที่เป็นเจ้านายคนอื่น

ชีวิตพี่กบผ่านเรื่องราวมามาก ซึ่งผมเองก็เคยศึกษาชีวประวัติของพี่เขาผ่าน YouTube ตั้งแต่ตอนที่ผมยังเป็นพนักงานประจำ เรื่องราวของพี่เขามันส์มาก ตั้งแต่ลาออก รับงานลูกค้าแล้วถูกโกง ถูกเรียกเงินคืนเพราะลูกค้าไม่พอใจ จนกระทั่งเปิดบริษัทขายโปรแกรมเกี่ยวกับซุปเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงเล่าวิธีการหาเงินมากมายให้ฟังแบบฟรีๆ เรียกได้ว่าชีวิตพลิกผันที่สุด

แล้วถ้าถามว่าชีวิตของพี่ของพลิกผลันที่สุดเมื่อใดคำตอบก็คือเมื่อเขาเข้าใกล้ความตาย…!!!

เรื่องราวจากพี่กบ

ผมเองเป็นอีกคนหนึ่งที่เคยลาออก หนีจากการเป็นลูกจ้างมาเป็นฟรีแลนซ์ รับเขียนโปรแกรม

นึกอยากนอนก็นอน อยากกินก็กิน อยากไปไหนก็ไป ขอแค่หาเวลาทำงานบ้าง งานเสร็จ รับเงิน จบ

หลายปีผ่านไป เริ่มพบว่า ความจริงแล้ว เราเดินผิดทาง ก็จริงว่ามีรายได้ มากกว่าตอนทำงานประจำ มีอิสระภาพทางเวลา ไม่ต้องมีเจ้านาย อยากได้เงินมาก ก็ทำงานมากๆ รับงานเยอะๆ

แต่

ในอีกด้าน แท้จริงแล้ว ไม่มีความมั่นคงเลย
เกิดวันไหนป่วย นอนโรงบาลสักเดือน สองเดือน รายได้จะมาจากไหนล่ะ

ส่งมอบงานไม่ทัน จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ “โดนปรับ” สถานเดียว…!!!

ผมเริ่มตื่นจากโลกแห่งความฝัน หลังจากรับจ้างเขียนโปรแกรมนานถึง 3 ปีกว่า
จากนั้นมาก็เริ่มทำโปรแกรมตัวเอง เพื่อเอาไว้ขาย หากวันนึงเราป่วย ก็ยังให้ลูกเมีย พ่อแม่ ขายแทนได้

หรือถ้าเราตายไป ไอ้โปรแกรมที่ทำไว้ มันก็ยังคงขายได้อยู่

ผมใช้เวลา 3 ปี อดทนกัดฟัน ประหยัดกับเงินก้อนสุดท้ายที่มีในมือ เลิกการรับงานเขียนโปรแกรมทุกชนิด และแล้วในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง จุดที่โปรแกรมติดตลาด ขายดี และทำรายได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่ารับเขียนโปรแกรม

จากนั้นก็เริ่มมีทีมงาน รับฝ่ายโปรแกรมเมอร์ ฝ่ายซับพอท ฝ่ายขาย ฝ่ายออกแบบ และฝ่ายอื่นๆ เพื่อวางกองกำลังให้ครบทุกๆจุด

ในวันที่ไม่มีเรา บริษัทต้องอยู่รอดต่อไปได้เพราะชีวิตคือสิ่งไม่แน่นอน วันนี้ยังมีลมหายใจ แต่พรุ่งนี้อาจจะไม่มี

ในที่สุด วันที่ผมคิดไว้ก็มาถึง

ผมโดนรถพ่วงชนท้าย ต้องรับการผ่าตัดสมอง เปิดกะโหลก ร่างกายอยู่ในสภาพที่ทำงานไม่ได้เลย แม้แต่จะกินข้าว จะเยี่ยว ยังต้องมีแม่มาป้อนข้าวให้ เอาคอมฟอทมาให้เยี่ยว

นาทีนั้น จึงรู้ว่าตัวเองเดินมาถูกทาง…!!!

ตอนนี้ผมกินข้าวเอง อาบน้ำเอง เดินเองได้บ้างแล้ว

ประสบการณ์ที่ผ่านมา ทั้งแง่คิด มุมมอง ก็อยากถ่ายทอดแบ่งปันเอาไว้

ถ้าหากวันหนึ่งที่ผมไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว
สิ่งที่ฝากเอาไว้ มันก็จะยังคงมีประโยชน์แก่ผู้อ่านบางคน ตราบนานเท่านาน

ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Tavon Kob Seedanpila ครับ

…………..

พี่กบเล่าให้ผมฟังเพิ่มเติมว่า วันนั้นเค้าเพิ่งเสร็จงาน และกำลังจะขับรถไปหาลูก จู่จู่รถพ่วงคันใหญ่ก็วิ่งชนรถเขาเข้าอย่างจัง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลก นอนอยู่บนเตียงเฉยๆเพื่อพักฟื้น

แล้วได้ทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

ใช่ครับ เมื่อคุณอ่านมาถึงตรงนี้คุณคงจะเข้าใจว่าแท้ที่จริงแล้วชีวิตเราไม่มีอะไรแน่นอนเลย ไม่ว่าคุณจะเป็นนายตัวเอง หรือลูกจ้าง เราทุกคนตั้งอยู่บนความเสี่ยงเหมือนกัน นั่นคือเป็นหรือตายตลอดเวลา

หนึ่งปีมี 365 วัน เราอาจจะไม่ได้โชคดีทุกวัน ดังนั้นอย่าประมาทครับ ในวันที่เรายังปกติ เราต้องสร้างงานเผื่อไว้ในวันที่เราไม่ปกติด้วย

อย่างน้อยถ้าวันหนึ่งเราตายไป คนที่เขาหวังพึ่งเราจะต้องไม่เดือดร้อนเด็ดขาดครับ

ถ้าคุณมีเวลาอีกสักหน่อย ผมอยากให้คุณฟังเรื่องราวนี้ด้วยตัวเองครับ

อย่าประมาทกับชีวิตนะครับ

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *