Article

อยากเป็นนายตัวเองเพราะอยากมีชีวิตที่ดี ชีวิตที่ดีคืออะไร…???

By  | 
 

เมื่อ 4 – 5 ปีที่แล้วผมเชื่อว่าการมีชีวิตที่ดีคือการมีเงินเยอะมากจนซื้อสิ่งของฟุ่มเฟือยแล้วก็ยังใช้ไม่หมด ผมอ่านหนังสือต่างๆที่สอนให้เราคิดบวกเยอะมากจนได้บทสรุปว่าชีวิตที่ดีคือบ้านที่ใหญ่หรูระดับรีสอร์ท มีรถซูเปอร์คาร์จอดอยู่หน้าบ้าน ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยทริประดับ 5 ดาว อาหารจะต้องปรุงจากเซฟชื่อดัง ผมเลยตั้งเป้าหมายว่าจะต้องมีเงินมากกว่า 1 ร้อยล้านบาทให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ถือว่าเป็นคนที่ล้มเหลวในชีวิต ถ้าเราไม่ตั้งเป้าหมายให้ใหญ่เราจะกลายเป็นคนไม่เท่ห์ทันที ไม่ว่าใครที่ผมรู้จักต่างก็ประกาศเป้าหมายมโหฬารกันทั้งนั้น

สำหรับคนที่ขีเกียจอ่าน ฟังเป็นคลิปไปแทนนะครับ

ผมยอมรับจากหัวใจเลย นี่เป็นการตั้งเป้าหมายโดยไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันเป็นเป้าหมายที่ผมอยากได้จริงๆหรือเปล่า หรือเป็นเป้าหมายที่คนอื่นมายัดเยียดให้เราอยากเป็นอยากมีโดยที่เราไม่ได้อยากเป็นอยากมีจริงๆ…???

จนกระทั่งผมได้ประกอบอาชีพ Tarot Reader หรือหมอดูนั่นเเหละครับ ถึงได้เริ่มเข้าใจชีวิตมนุษย์มากยิ่งขึ้น ใช่ คุณฟังไม่ผิดหรอก ผมเคยทำงานหาเงินเป็นหมอดูจริงๆในนาม Vittarot (ปัจจุบันไม่ได้ทำแล้ว) และการได้รับฟังความทุกข์ความกังวลหลากหลายของลูกค้ามากมายหลายคน ทำให้ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าแท้ที่จริงความกังวลของมนุษย์นั้นมีแค่ 6 อย่างเท่านั้น นั่นก็คือ หน้าที่การงาน การเงิน ความรักความสัมพันธ์ สุขภาพ สังคมรอบข้าง และจิตวิญญาณ

นานๆจะมีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาบ้าง แต่ผมไม่นับเพราะผมไม่เชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่

การทำงานเป็น Tarot Reader นานๆเข้า ผมก็เริ่มสังเกตุเห็นบางสิ่งเล็กๆ แต่มันเหมือนแสงสว่างที่ชี้คำตอบให้กับผม ผมเริ่มสังเกตุเห็นว่าคนที่มีความสุขส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่ไม่มีปัญหา แต่เป็นคนที่กังวลกับปัญหาน้อยที่สุดต่างหาก ยิ่งพวกเขามีความกังวลกับสิ่งต่างๆรอบตัวน้อยเท่าไหร่ ชีวิตของเขายิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น

นั่นทำให้ผมสรุปได้ว่าชีวิตที่ดีไม่ได้หมายถึงเงินจำนวนมากมายจนใช้ไม่หมดที่อยู่ในบัญชีเราหรือวัตถุราคาแพงที่เราหามาวางไว้รอบตัว แต่ชีวิตที่ดีหมายถึงชีวิตที่เรามีเรื่องกังวลน้อยมากจนแทบไม่มี

ซึ่งความไร้กังวลนั้นมี 2 ประเภท คือ หลับหูหลับตาไม่รับรู้ปัญหา กับ ทุ่มเทแรงกายแรงใจเตรียมการไว้หมดแล้ว

ชีวิตที่ดีคือการละความกังวล 6 อย่าง

ถ้าเสาค้ำจุนชีวิตที่ดีของเรามี 6 อย่าง เราก็ต้องพยายามให้ความสำคัญกับทุกอย่างให้เท่าเทียมกัน หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ชีวิตของคุณก็คงจะมีปัญหา และเราคงเรียกมันว่าเป็นชีวิตที่ดีไม่ได้ถ้าเรายังคงมีความกังวลจนทำให้ตัวเองไม่สบายใจ

  • หน้าที่การงาน ถ้าคุณได้ทำงานที่ตัวเองไม่ชอบมันอย่างแรง ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเราทำมันไปเพื่ออะไร ชีวิตก็คงจะทุกข์ทรมานมากๆ เพราะชีวิตเราส่วนใหญ่จะต้องหมดไปกับการทำงาน และถ้าเราทำงานจนเราไม่เหลือความสุขให้ชีวิต เราคงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่านั่นคือชีวิตที่ดีใช่มั้ยครับ 30 ปีกับการทำงานที่เราไม่มีความสุขมันไม่ใช่เรื่องน่าสนุกอย่างแน่นอน อย่างน้อยคุณก็ควรจะหางานที่มันทำแล้วสามารถตอบโจทย์ตัวเองได้ครับ
  • การเงิน Money Coach ซึ่งเป็นคนที่ผมเคารพให้เป็นบรมครูสอนว่า เราไม่จำเป็นต้องมีเงินล้นฟ้า แต่ขอแค่มีเงินมากพอที่จะหมดกังวลในชีวิตเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว  ถ้าสมมุติคุณมีเงินเก็บ 3 ล้านแล้วซื้อบ้านที่คิดว่าเพียงพอกับตัวเองซักประมาณ 1.8 ล้าน คุณก็ยังเหลือเงิน 1.2 ล้านเอาไว้ทำอย่างอื่นอีกมากมาย แต่ถ้าคุณตั้งเป้าหมายจะมีบ้านราคา 10 ล้าน คุณอาจจะต้องจ่ายเงิน 3 ล้านแถมเป็นหนี้อีก 7 ล้านเพื่อซื้อมัน และทันทีที่ก้าวเข้าสู่วงจรหนี้ ชีวิตดีๆของคุณก็คงเกิดขึ้นได้ยากแล้ว ทั้งๆที่อยู่บ้านราคา 1.8 ล้านแล้วมีเงินเหลืออาจจะทำให้คุณไม่ต้องกังวลเหมือนมีบ้าน 10 ล้านพร้อมหนี้สินก็ได้ ขอแค่ไม่มีหนี้สิน ความกังวลทางการเงินของคุณจะหายไปเยอะมากครับ

  • ความรักความสัมพันธ์ ซึ่งมันอาจจะอยู่ในรูปแบบของคู่ชีวิตหรือเพื่อนสนิทก็ได้ ผมยอมรับจากหัวใจเลยว่าการมีมาดามแพมเป็นภรรยาช่วยเติมเต็มชีวิตของผมได้เต็มเปี่ยมจริงๆ ผมรู้สึกตัวเองเป็นคนโชคดีที่ได้มาดามแพมมาเป็นคู่ชีวิต ถ้าวันนี้ผมมัวแต่ให้ความสำคัญเรื่องอื่นจนละเลยแล้วเขาทิ้งผม ผมก็คงจะต้องเสียใจกับความผิดพลาดของตัวเอง ผมเคยเห็นคนมากมายที่อุทิศชีวิตให้กับงานและเงินจนละเลยคนสำคัญใกล้ตัว สุดท้ายพอทุกอย่างมันอยู่ในจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับมาได้เหมือนเดิมแล้ว ความสูญเสียที่เขาได้รับมันใหญ่หลวงกว่าสิ่งที่เขาหามาทั้งหมดเสียอีก นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ผู้ใหญ่หลายคนสอนลูกหลานให้รู้จักการใส่ใจคนใกล้ตัวที่เรามักละเลย คุณเคยเจอหัวหน้าครอบครัวที่ทำทุกอย่างยกเว้นให้เวลากับคนในครอบครัวมั้ยครับ ผมเห็นเยอะเลยทีเดียว พ่อแม่ที่ทำงานอย่างบ้าคลั่ง อุทิศเวลาหาเงิน แต่ไม่ยอมทุ่มเทเวลามาทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นกับครอบครัวจนต้องมีใครเสียผู้เสียคนไปบ้าง หรือเห็นลูกหลานที่ไม่สนใจครอบครัวจนกระทั่งวาระสุดท้ายในชีวิตของคนที่ีรักมาถึง ผมว่าครอบครัวนี่ถือเป็นศูนย์กลางของชีวิตเลย ใครเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่นนับเป็นคนที่โชคดีอย่างยิ่ง เพราะเขาจะมีรังรักที่อบอุ่นให้พึ่งพึงอาศัยในโลกที่มันโหดร้ายขึ้นทุกวัน ส่วนคนที่ครอบครัวแหลกเละนี่ บางทีเหตุผลในการอยากมีชีวิตอยู่ต่อแทบไม่เหลือ
  • สุขภาพ ไม่ต้องถึงขั้นป่วยหนักหรอกครับ แค่ป่วยธรรมดาคุณยังรู้สึกเซ็งกับชีวิตเลย ถ้าเกิดคุณป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หายตลอดชีวิต ต้องเจ็บป่วยทุกข์ทรมานตลอดเวลา ผมมั่นใจว่าชีวิตดีๆก็เกิดขึ้นได้ยากแน่นอน การไปโรงพยาบาลบ่อยๆพร้อมเอาเข็มแทงเข้าร่างกายไม่ใช่เรื่องสนุกเลยซักนิด แม้แต่มหาเศรษฐีก็คงยอมจ่ายเงินหลายพันล้านขอเพียงแค่ตัวเองกลับมามีสุขภาพดีซักครั้งหนึ่ง การใช้ชีวิตโดยต้องลุ้นวันต่อวันว่าพรุ่งนี้เราจะเจ็บอะไร เราจะรอดไปอีกวันหรือไม่ ถ้าหัวใจไม่แข็งแกร่งจริงๆ ก็คงไม่มีใครพูดว่าเยี่ยมเลย ชีวิตฉันนี่มันดีจริงๆ
  • สังคม อะไรคือสิ่งที่เราอยากทำเพื่อเปลี่ยนชีวิตคนอื่นให้ดีขึ้น เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเราจะมีความเคารพในตัวเองมากยิ่งขึ้นถ้าเราได้เสียสละอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น เช่น บางคนอาจจะทุ่มเทสร้างคลิปวีดีโอสนุกๆเพื่อช่วยทำให้คนอารมณ์ดีขึ้น บางคนอาจจะลุกขึ้นมาแบ่งปันประสบการณ์ออกกำลังกายเปลี่ยนจากอ้วนเป็นผอมให้คนอื่น บางคนใช้เวลาว่างไปทำงานจิตอาสาตามพื้นที่ต่างๆ หรือบางคนเลือกที่จะบริจาคสิ่งของเงินทองที่ตนไม่ใช้ให้กับผู้คลาดแคลน ยิ่งเราทำเพื่อพูดอื่นเท่าไหร่ ความภาคภูมิใจในตัวเองจะมีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ถ้าเราไม่มีตรงนี้ ชีวิตดีๆในอุดมคติของเราก็คงจะเกิดขึ้นได้ยาก
  • จิตวิญญาณ ข้อนี้เป็นสิ่งที่ตอบได้ยากที่สุดเพราะมันไม่สามารถอธิบายได้ มันเป็นเรื่องเฉพาะปัจเจกบุคคลจริงๆ มันคือเรื่องของการตอบโจทย์ตัวเองลึกๆ เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักการและเหตุผลใดๆมารองรับ เช่น บางคนอยากไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ประกวดร้องเพลง นั่งสมาธิปฏิบัติธรรม หรืออาจจะเป็นเรื่องเรียบง่ายอย่างการปลูกต้นไม้เล็กๆหน้าบ้านตัวเอง ขี่มอเตอร์ไซด์เที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่น มันคือเรื่องที่เราทำแล้วมันเติมความสุขทางใจอย่างไม่มีเหตุผล มันคือการทำตามความฝันหรือสัญชาตญาณของเรา

ถ้าคุณสามารถทำ 6 เรื่องนี้ในชีวิตให้มันดีที่สุด คุณจะกลายเป็นคนหนึ่งที่ความกังวลในชีวิตจะหายไป และยิ่งคุณมีความกังวลน้อยเท่าไหร่ คุณจะยิ่งมีความสุขในชีวิตมากขึ้นเท่านั้น และนั่นเเหละครับ คือความหมายของคำว่าชีวิตดีๆในสไตล์ของ Startyourway

คุณลองนั่งวาดภาพชีวิตในฝันของคุณสิ ว่าชีวิตดีๆของคุณมันรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร คุณอยากทำอะไร คุณต้องมีเงินซักประมาณเท่าไหร่ ครอบครัวเราจะอยู่ยังไง คนรอบตัวเราเขาจะชื่นชมเรายังไง พอมีเวลาว่างมากขึ้นเราจะสร้างสื่งดีๆให้คนอื่นได้ยังไง และเรามีความฝันอะไรที่อยากทำให้ได้ก่อนชาตินี้ ถ้าคุณสามารถวาดภาพชีวิตดีๆของคุณให้ชัดเจนได้ คุณก็จะสามารถวางแผนและเดินทางตรงไปสู่มันได้ง่ายขึ้นเช่นกันครับ

ย้ำอีกครั้ง การหาเงินได้เยอะมากๆไม่ได้หมายความว่าชีวิตดีๆเสมอไป แต่การหมดความกังวลในเรื่องต่างๆต่างหาก คือชีวิตที่ดีของจริง

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

1 Comment

  1. Siriporn kuprasir

    May 3, 2018 at 1:45 am

    ขอบคุณสำหรับ ข้อมูลดีดี ที่ทำให้เกิดไอเดีย และแรงบันดาลใจ
    ทำให้จุดประกายความคิด พร้อมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นนายตัวเองเร็วๆ นี้แล้วค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *