Article

เกลียดใครชังใคร อย่าเล่นการเมืองใส่เขาในออฟฟิต ไอ้ฟาย…!!!

By  | 

ปัญหาที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนปวดใจสุดๆคงไม่หนีการเมืองในออฟฟิต โดยเฉพาะจากผู้ที่มีอำนาจในองค์กรสูงกว่า มันเป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่บ่อนทำลายทั้งสุขภาพกายและใจ แต่ผมจะบอกความลับอะไรบางอย่างให้ฟังว่าทำไม เกลียดใครชังใคร อย่าเล่นการเมืองใส่เขาในออฟฟิต ไอ้ฟาย…!!!

เมื่อคุณร้ายใส่ใครในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆไม่กี่ตารางเมตร โอเค นั่นมันคือสนามถนัดของคุณ มันสะใจที่ได้แกล้งคน ทุกคนไม่มีใครกล้าด่ากล้าว่าอะไรคุณหรอก ยิ่งถ้าบีบให้คนที่คุณหมั่นไส้จนถึงขั้นลาออกเองได้ถือว่าเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดมันจะย้อนกลับมาสนองในวันที่คุณถูกเขี่ยทิ้งออกจากองค์กรไป โปรดอย่าลืมว่าสถานที่ที่คุณนั่งทำงานมันก็คือของชั่วคราว เขาให้คุณอยู่แป๊ปเดียวเท่านั้นเเหละก่อนที่คลื่นลูกใหม่จะถาโถมเข้ามา

แต่จากประสบการณ์ของผม คนที่ถูกบีบให้ออกเพราะโดนการเมืองในออฟฟิตมักจะได้ทำงานใหม่ที่ดีกว่าเดิม เพื่อนร่วมงานดีกว่าเดิม เงินเดือนดีกว่าเดิม และมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่าเดิม จนกระทั่งได้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจมีชีวิตอิสระโบยบินไปเลยเพราะไม่ไหวแล้วกับการเดินบนเส้นทางสายงานประจำก็มี ส่วนคนที่เป็นหัวหอกในการแกล้งคนอื่นจะเกิดติดใจในรสชาติแห่งอำนาจ และยึดติดกับโต๊ะตัวนั้นจนไม่กล้าเปลี่ยนแปลงไปไหน และก็กลายเป็นคอมพิวเตอร์ตกรุ่นไปเพราะเรียนรู้โลกไม่ทันในที่สุด

ที่สำคัญโลกมันแคบมากๆนะครับ ถ้าวันหนึ่งคนที่ชอบเล่นการเมืองบ่อยๆมีเหตุผลจำเป็นที่ต้องสร้างเส้นทางนายตัวเองบนสายอาชีพเดิม วันนั้นแหละจะเป็นวันที่คุณต้องรับผลกรรม เพราะสังคมนายตัวเองไม่มีการเมืองในออฟฟิต มีแต่ลูกค้าจะเลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากใครเท่านั้น และถ้าคนที่คุณเคยร้ายใส่เกิดยิ่งใหญ่ในวงการนั้นขึ้นมา คุณซวย

ลองคิดดูว่าถ้าคนที่ถูกการเมืองกดดันสามารถเป็นนายตัวเอง หรือทำงานในองค์กรที่ในอนาคตคุณอาจจะต้องร่วมงานกับเขา จะเป็นอย่างไร…???

สมัยตอนที่ผมฝึกงานกับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่มีการเมืองในออฟฟิตเข้มข้นมาก โดยฝ่ายที่เป็นหลังบ้านนั้นจะหาเรื่องกลั่นแกล้งฝ่ายหน้าบ้านตั้งแต่เป่าหูนายจ้าง แกล้งตำหนิงานเสียๆหาย นินทาลับหลัง ไม่ให้ความร่วมมือตลอดเวลา บลาๆๆ ล่าสุดที่ผมได้ยินฝ่ายหน้าบ้านได้เป็นเจ้าของบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่งที่มีความสุข มีลูกค้าขาประจำที่หลงรักงานของพวกเขา ส่วนฝ่ายหลังบ้านไม่ได้รับเงินเดือน 2 เดือนเต็มๆเพราะนายจ้างขาดทุนจนต้องปิดบริษัทหนีไป

กลายเป็นทำงานฟรีๆ 2 เดือนโดยไม่ได้ค่าแรง…!!!

ในองค์กรที่เขาเล่นการเมืองนั่นเเหละ

คำพูดหนึ่งที่ผมได้ยินกับหูตัวแม่ของฝ่ายที่ชอบเล่นการเมืองคือ “พี่รักที่นี่ พี่จะไม่มีวันลาออกเด็ดขาด” แต่เจ๊คนนั้นก็เป็นฝ่ายชิงลาออกเป็นคนแรกขององค์กรทันทีที่บริษัทระส่ำระส่ายโดยยังมิได้เสนอความช่วยเหลือใดๆให้องค์กรเลย คำถามที่ผมอยากจะถามพวกเขาคือคนเล่นการเมืองในออฟฟิต คุณกำลังคิดอะไรอยู่ รู้หรือเปล่าว่าการเมืองในออฟฟิตคือสงครามที่คนแพ้ได้ดี คนชนะว่างเปล่า…!!!

แถมยังเป็นชัยชนะระยะสั้นอีกด้วย

การเมืองในออฟฟิตไม่ได้อยู่แค่เฉพาะบริษัทเอกชน แม้แต่มหาวิทยาลัยซึ่งถือว่าเป็นสถาบันสร้างเยาวชนก็เป็น

ถ้าวันนี้คุณยังทำงานประจำแล้วเจอการเมืองในออฟฟิตจนอยากจะลาออกจากงาน ขอให้รู้เอาไว้คุณกำลังได้รับพรวิเศษที่จะทำให้ชีวิตคุณดีกว่าเดิมได้ทุกด้าน และอาจหมายถึงการเลิกทำงานประจำตลอดกาลเพื่อก้าวสู่โลกของการเป็นนายตัวเองที่จะไม่มีคนในทีมเเกล้งกันเพราะหมั่นไส้กัน

ส่วนคนที่ยังคงสนุกกับอำนาจชั่วคราว ผมอยากบอกว่าเชิญเล่นการเมืองในออฟฟิต แสดงอำนาจให้สาแก่ใจครับ คุณกำลังช่วยให้เหยื่อคนหนึ่งแข็งแกร่งขึ้น ฉลาดขึ้น เก่งขึ้น รอบรู้มากยิ่งขึ้น มีภูมิคุ้มกันที่หนาขึ้น มีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการสร้างธุรกิจส่วนตัวที่ดีขึ้น ใช่ คุณกำลังกดดันให้คนที่คุณไม่ชอบเก่งขึ้นทุกๆด้านและพร้อมที่จะสร้างธุรกิจส่วนตัวเพราะไม่อยากเจอคนอย่างคุณ

เมื่อเขาประสบความสำเร็จ ได้รับเชิญไปบรรยายบนเวทีเพื่อให้ความรู้คนอื่น คนแรกที่เขาจะกราบขอบคุณก็คือคนที่เล่นการเมืองใส่เขานั่นเเหละ

ไม่มีอะไรร้ายๆในวันนั้นก็ไม่มีอะไรดีๆในวันนี้…!!! ได้โปรดอย่าหัวเราะว่าเขาพ่ายแพ้ที่ออกจากความมั่นคงไปทำงานที่ไม่มีความมั่นคง เอาจริงๆงานประจำมันก็ไม่ได้มั่นคงไปกว่าการเป็นนายตัวเองหรอก และเมื่อวันที่นายจ้างมองว่าคุณคือภาระ วันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่คุณสำนึกเสียใจก็ไม่ทัน

แล้วคุณจะเข้าใจ ว่าเกลียดใครชังใคร ทำไมอย่าเล่นการเมืองใส่เขาในออฟฟิต ไอ้ฟาย…!!!

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *