Article

เมื่อมนุษย์ เริ่มใช้ AI ในการรับสมัครคนเข้าทำงานกับองค์กร

By  | 

นับวัน AI จะมีความฉลาดและซับซ้อนขึ้นอย่างมาก อย่างในกรณีล่าสุดที่สำนักข่าว The MATTER ได้เผยแพร่โพสต์บน Fanpage ถึงกรณีที่บริษัท Unilever ซึ่งมีสินค้าอยู่ในสังกัดมากกว่า 400 แบรนด์ ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการรับสมัครมนุษย์เงินเดือนเข้ามาทำงาน จากที่ใช้มนุษย์ด้วยกันในการพิจารณา พวกเขาคิดการใหญ่มาก ถึงขนาดกล้าเปลี่ยนมาเป็นใช้ AI ในการทำงานคัดสรรว่าใครจะมีคุณสมบัติเข้ามาในองค์กรบ้าง

นี่มันหยามกันชัดๆ ที่มนุษย์จะต้องถูกตัดสินศักยภาพจากสมองจักรกล…!!!

แต่ทางองค์กรไม่คิดเช่นกัน

เมื่อมีผู้สมัครเข้ามาขอเสนอตัวทำงานที่นั่น AI จะทำการคำนวนเพื่อโละผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอออกจากการแข่งขัน ส่วนคนที่ผ่านการคัดเลือกก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้งานทำทันที เพราะพวกเขาจะต้องเล่นเกมส์ออนไลน์ 12 เกมส์เพื่อทดสอบความสามารถทางด้านต่างๆของตัวเอง

ใช่ครับ ฟังไม่ผิด ให้ผู้เข้าแข่งขันเล่นเกมส์ออนไลน์เพื่อทดสอบศักยภาพของตัวเอง…!!!

ถ้าถามว่า AI มันประเมินจากอะไร คำตอบก็คือ มันประเมินจากคำศัพท์ที่ใช้ สีหน้าท่าทาง อารมณ์ภาษากาย ปฏิกิริยา ความรวดเร็วในการตอบคำถาม ซึ่งผู้พัฒนาบอกว่ามันสามารถบ่งบอกรายละเอียดได้ลึกถึงระดับการศึกษา ความฉลาด บุคลิกภาพ และความมั่นคงทางอารมณ์

เมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น AI จะเป็นคนบอกว่า “มนุษย์” คนไหน ควรรับ หรือไม่ควรรับเข้าทำงาน โดยไม่ต้องให้มนุษย์ด้วยกันมาพิจารณาแทนเลย

Automation สุดๆ…!!!

อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังอยู่ในการควบคุมของมนุษย์อยู่ คือ ยังไม่สามารถสรุปอย่างเป็นทางการว่ามันจะให้ผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำหรือไม่ แต่ทางทีมงานก็ยืนยันว่ามันช่วยลดระยะเวลาการทำงานอันสิ้นเปลืองของมนุษย์ได้อย่างมหาศาล

ไม่ใช่เพียง Unilever เพียงเจ้าเดียวเท่านั้น ยังมีหลายบริษัทก็เริ่มเอา AI มาทำหน้าที่ประมวลข้อมูลเเทนมนุษย์แล้วด้วย

อีกตัวอย่างของ AI การมาของ Google Translate คือสัญญาณของยุคความล้มเหลวของมนุษย์

ลองคิดดูเล่นๆนะครับ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิด Google Translate สามารถแปลภาษาต่างๆได้อย่างแม่นยำ 100% โดยที่ความหมายไม่ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับเลยแม้แต่คำเดียว แถมยังแปลได้ทุกภาษาของโลกอีกด้วย ใช่ จะต้องมีหลายอาชีพที่เป็นส่วนเกินขององค์กรไปโดยปริยาย และมักจะส่งผลกระทบในวงกว้างเหมือนตอนที่เปลี่ยนจากยุคเกษตรกรรมไปเป็นยุคอุตสาหกรรม

พลิกโลกได้เลยด้วย AI เพียงแค่ตัวเดียว

แล้วถ้าถามว่างานอะไรบ้าง ที่จะโดนแทนที่ด้วย AI หรือเครื่องจักรก่อน ผมเองก็คิดว่ายากที่จะคาดเดาครับ แต่จากที่เราได้เห็นตามสารคดีต่างๆ หลายๆโรงงาน ก็ใช้ AI และเครื่องจักรในการทำงานแทบทั้งนั้นเลย หากเทียบกันในระยะยาว การใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนมนุษย์นั้นมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่ามาก

แถมตอนนี้เทคโนโลยีเรื่อง Neural Network ซึ่งเป็นจุดเด่นของมนุษย์มาโดยตลอดก็กำลังก้าวหน้าอย่างสุดๆอีกด้วย

Neural Network คืออะไร

ถ้าจะทำให้เข้าใจง่ายๆ คุณรู้ได้อย่างไร ว่า “วัตถุ” ที่คุณเห็นตรงหน้านั้นคือรถ คำตอบก็คือ เพราะคุณเห็นมันซ้ำๆแล้วตั้งหลายร้อย หลายพันครั้งตั้งแต่เกิดใช่มั้ยครับ…??? ว่ารถมันมีรูปร่างลักษณะอย่างไร เมื่อคุณมีฐานข้อมูลอยู่ในสมอง คุณย่อมสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือรถ และ อะไรไม่ใช่รถ

ถ้าเก่งหน่อยก็อาจจะบอกยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต และข้อมูลเชิงลึกต่างๆได้

แล้วคำถามคือ คุณจะสอนให้ Computer สามารถแยกแยะเหมือนกับสมองของมนุษย์ได้อย่างไร วิธีการเดียว ก็คือ ให้คอมพิวเตอร์จำลองการทำงานจากสมองของมนุษย์ครับ โดยเราจะเอารูปรถหลายๆแบบให้คอมพิวเตอร์มันดู จนกว่ามันจะจำและแยกแยะได้ว่าอะไรคือรถ อะไรไม่ใช่รถ และสิ่งที่น่ากลัวมากๆก็คือ สมองของมนุษย์ลืมได้ แต่สมองของคอมพิวเตอร์จะไม่มีวันลืม นอกจากมันจะแยกแยะว่าวัตถุไหน คือรถ และวัตถุไหนไม่ใช่รถได้แล้ว มันยังสามารถจดจำข้อมูลทั้งหมดที่ถูกป้อนเข้าไปได้ด้วย เช่น รุ่น ปีที่ผลิต ประวัติ ยี่ห้อ เผลอๆมันอาจจะจำได้ถึงขนาดอะไหล่ต่างๆ รถรุ่นนี้เคยลงแข่งที่ไหน ได้รางวัลอะไร เกิดอุบัติเหตุบนโลกใบนี้แล้วกี่ครั้ง เสียชีวิต รอดชีวิต กี่ %

คุณยังจำเหตุการณ์ Alpha Go ที่เอาชนะนักหมากล้อมที่เก่งที่สุดในโลกได้ไหมครับ นั่นก็เป็นเทคโนโลยี Neural Network ซึ่งมันได้เล่นโกะผ่านตัวมันเองหลายล้านกระดานภายในระยะเวลาอันสั้น จนกลายเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถทางโกะสูงกว่ามนุษย์ที่เก่งที่สุดในโลก ในสมัยก่อนผมเคยได้ยินว่า AI ไม่มีทางฉลาดกว่ามนุษย์ เพราะมนุษย์เป็นผู้สร้าง AI ตอนนี้ก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วครับ

ก้าวเข้าสู่วิธีการทำงานแบบ Automation

มี Blog เกี่ยวกับเทคโนโลยีหนึ่งที่ผมชอบอ่านมากๆ นั่นก็คือ Blog ของหนูเนย ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ระดับน่ามหัศจรรย์ เขาได้นิยามคำว่า Automation ว่า

Automation ฟัง ๆ ดูคล้ายคำว่าอัตโนมัติอะไรแบบนั้น ซึ่งจริง ๆ ก็ใช่ครับ มันคือการทำให้งานบางอย่างทำไปโดยอัตโนมัติ แล้วใครหละที่ทำให้เรา ? … แน่นอน “เครื่องจักร” นั่นเอง ความหมายที่สมบูรณ์ของคำว่า Automation เลยคือ การให้เครื่องจักรทำงานแทนคน นั่นเองครับ ซึ่ง Automation จริง ๆ มีมานานแล้ว อะไรที่เครื่องจักรทำงานแทนคนได้นั่นก็เรียกว่า Automation หมด อย่างของใกล้ตัวง่าย ๆ ก็เช่น การตัดเงินค่าไฟอัตโนมัติจากธนาคาร นั่นก็ Automation

ซึ่งในยุคที่ผ่านมา ระบบ Automation นั้นไม่ค่อยฉลาด มันจึงทำงานที่ซ้ำๆกันเท่านั้น แต่เมื่อ AI ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ฉลาดมากพอที่จะคิดแบบมนุษย์ได้ แล้วเอามาประสานกับ Automation หละ จะเกิดอะไรขึ้น…??? แค่คิดก็เสียวแทนแล้วครับ ฮึ่ม Taxi ไร้คนขับ Call Center ไร้พนักงาน ร้านอาหารไร้บริกร สถาบันการศึกษาที่ไร้คุณครู โอ้ แม่เจ้า

แล้วโลกของ AI จะมาถึงเมื่อไหร่

ถ้าจะให้ตอบแบบหล่อๆ ก็ต้องบอกตามตรงว่าไม่รู้จริงๆครับ มันอาจจะมาเร็วมากๆ หรือจนกระทั่งเราตายก็ยังไม่เห็นก็ได้ แต่เอาเข้าจริงๆทุกวันนี้เราก็เหมือนอยู่ในโลกของ AI อยู่แล้ว อย่าง Google ก็พัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ดูไบก็มี โดรน สำหรับรับส่งผู้โดยสารโดยไม่ต้องใช้มนุษย์ เรามีแผนที่คำนวนทางให้โดยอัตโนมัติ บลาๆ เรียกได้ว่าเราได้ใช้บริการของ AI โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย และแน่นอน ถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ ชีวิตเราก็จะยากขึ้นไปโดยปริยาย

ลองคิดดูสิ เรายอมขับรถตามเส้นทางบน Google Maps โดยที่เราไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันจะพาเราผ่านเส้นทางไหนบ้าง นั่นก็เหมือนเราฝากชีวิตไว้กับ AI แล้ว เห็นมั้ย ชีวิตสะดวกขึ้นเมื่อมี AI จริงๆ ทำไมเราจะต้องปฏิเสธสิ่งเหล่านี้หละ ในเมื่อมันทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น

ซึ่งผมว่าเจ้าของกิจการก็คงคิดเช่นกัน ถ้า AI มันสามารถทำให้ชีวิตพวกเขาง่ายขึ้นได้ ทำไมพวกเขาจะต้องปฏิเสธมันหละ

เราควรกังวลหรือเปล่า

สิ่งที่ผมเขียนในบทความนี้อาจจะเป็นการตื่นตูมไปก็ได้ แต่ก็ใช่ว่าในอดีตเราจะคิดถูกเสมอไป ใครจะเชื่อว่าวันหนึ่งโทรศัพท์เข้ามามีอิทธิพลกับมนุษย์ในทุกด้าน ใครจะเชื่อว่าวันหนึ่งการเป็นนายตัวเองจะเป็นได้ง่ายกกว่าการทำงานประจำ ดังนั้นผมคิดว่าเราควรใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีที่สุด และไม่ควรประมาทอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อย่างน้อยๆ เราควรจะมีเงินทุนสำรองเพื่อเลี้ยงดูชีวิตตัวเองยามไม่มีรายได้อะไรเลยบ้าง เพราะบางทีเราอาจจะไม่ได้ตกงานเพราะ AI ก็ได้ ผมยังเคยตกงานเพราะแม่เป็นมะเร็งเลยครับ

เรื่องบางเรื่องกังวลไปก็เหนื่อยเปล่า แต่จะประมาทแล้วมองโลกในแง่ดีว่าเรื่องร้ายๆมันไม่มีวันเกิดขึ้นก็ดูจะเลินเล่อไปหน่อย โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะต้องมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเพราะ AI แน่ๆ ผมเชื่อถึงขนาดทำคลิปนี้ขึ้นบน Youtube เลยหละ

อ้อ อีกเรื่องหนึ่งครับ ถ้าคุณคิดว่ายังไงซะ AI ก็ไม่มีทางเอาชนะมนุษย์ได้เพราะเรามีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่มี ผมอยากจะบอกว่า ตอนนี้ AI สามารถแต่งเพลงเองได้แล้วนะครับ…!!! คุณสามารถค้นหาชื่อเพลง Daddy’s Car ได้เลย มันแต่งเพลงโดยการฟัง The Beatles ซ้ำๆครับ นอกจากนั้น มันยังวาดรูปได้แล้ว แถมยังเขียนข่าวและนิยายได้ด้วย มันจะสุดยอดเกินไปหน่อยแล้วนะเฟ้ยยยยยยย

วิชญ์ Startyourway

แหล่งอ้างอิง


http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/735379
https://coladev.com/machine-learning/neural-network/2017/02/22/neural-network-basic
https://nuuneoi.com/blog/blog.php?read_id=917

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *