Article

นักศึกษาสร้างธุรกิจจากถุงยางอนามัย

By  | 

ผมรู้จักกับคุณเคตอนมีตติ้ง Startyourway Meeting ครั้งที่ 1 ผมไม่เคยรู้เลยว่าชายหนุ่มหน้ามนคนนี้จะมีของดีซ่อนอยู่ในตัว เพราะเขาสามารถสร้างรายได้จากถุงยางอนามัยเป็น Passive Income ครับ ผมเล่าเองไม่มันส์ ให้คุณเค เจ้าของเแฟนเพจ https://www.facebook.com/K.ratchapol เล่าด้วยตัวเองดีกว่า

การทำเงินแบบ passive income ของผมนั้นเกิดในช่วงที่ผมเรียน ป.ตรี ผมได้อ่านหนังสือ พ่อรวยสอนลูก ซึ่งเขียนโดยโรเบิร์ต คิโยซากิ และในหนังสือได้มีประโยคหนึ่งที่โดนใจผมมาก ซึ่งในหนังสือได้กล่าวว่า อะไรก็ตามที่เราได้ครอบครองมันแล้วมันทำให้เกิดกระแสเงินสดไหล ”เข้า” กระเป๋าเรา เราเรียกสิ่งนั้นว่า “ทรัพยสิน“ อะไรก็ตามที่เราได้ครอบครองมันแล้วมันทำให้กระแสเงินลดไหล ”ออก” จากกระเป๋าเรา เราเรียกสิ่งนั้นว่า “หนี้สิน“

ผมจึงพยายามมองหาทรัพยสินที่ทำให้เงินไหลเข้ากระเป๋าผม

ซึ่งช่วงที่ผมเรียน ป.ตรี ผมได้มีโอกาสไปทำงานพาร์ทไทม์ ในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ในช่วงที่ผมเป็นพนักงานแคชเชียร์นั้น ผมมักเห็นลูกค้าที่มาซื้อถุงยางส่วนใหญ่มักเขินอายเวลาซื้อถุงยาง ตอนจะคิดเงินบางคนก็จะบังๆไม่ให้คนเห็นว่าตัวเองซื้อถุงยาง บางคนก็เร่งผม บอกให้ผมรีบๆคิดเงิน พอผมเห็นปัญหาตรงนี้ ผมก็ ปิ๊ง! ไอเดียว่า ทำไมเราไม่ขายถุงยางอนามัยผ่านตู้หยอดเหรียญซะเลยล่ะ

ผมก็เริ่มต้นศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ จนในที่สุดผมก็ซื้อตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติแบบที่มี 2 ช่องสำหรับใส่สินค้า เพื่อที่ผมจะใส่ถุงยาง 2 ไซส์ คือ ไซส์ 49 กับ 52

ผมเลือกซื้อตู้แบบที่ใช้แบตเตอรี่ในตัว เพื่อที่เวลาติดตั้งผมจะได้ไม่ต้องรบกวนไฟฟ้าของผู้ที่ให้ผมเช่าที่ด้วยครับเพราะแบตเตอรี่สามารถอยู่ได้ 3-4 เดือน พอหมดก็ค่อยนำกลับไปชาร์ตไฟที่บ้านหรือที่ร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซด์ก็ได้ครับ 30 บาท

ผมลงทุนตู้ละเกือบ 1 หมื่นบาท ส่วนสินค้านั้นผมได้ไปซื้อถุงยางจากห้างสรรพสินค้าในราคากล่องละ 10 บาทแถมช่วงที่ผมไปซื้อนั้นมีโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ด้วย ผมเลยจัดซื้อมาซะเยอะเลย จนแฟนสาวที่มาห้องผมในวันนั้นถึงกับตกใจ (คิดว่าผมจะจัดหนัก 555+) แล้วผมก็นำมาบรรจุในเครื่อง ขายกล่องละ 30 บาท ซึ่งตู้แรกที่ผมนำตู้ไปติดตั้งนั้น ผมเริ่มไปติดตั้งแถวดอนเมือง ในซอยที่มีร้านคาราโอเกะเยอะๆหลายๆร้านติดๆกัน โดยผมไปติดต่อบ้านคนแถวนั้น และตกลงจ่ายค่าเช่าให้กับเจ้าของบ้านในราคาเดือนละ 300 บาท จ่ายเป็นปี ปีละ 3,600 ถือว่าถูกมากเพราะเจ้าของบ้านคงคิดว่าไม่ได้เสียอะไรและพี่เจ้าของบ้านคงเห็นว่าผมยังเด็กด้วยตอนนั้น (ซึ่งขอบคุณมากครับ)

พอผมติดตั้งตู้แรกสำเร็จผมเห็นว่าพอขายได้ ผมก็เริ่ม Startup ติดตั้งตู้ที่ 2 โดยไปขอติดกับร้านพี่สาวซึ่งเป็นร้านขายยาอยู่ในเมืองทอง ตั้งแต่ตอนนั้นถอนทุนไปเรียบร้อยแล้วโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 8-10 เดือนแรก ที่เหลือตอนนี้ก็กำไรอย่างเดียวเลยครับ ^_^

การทำงานของผมกับตู้อัตโนมัตินั้น ผมก็จะไปเช็ดตู้ ไปเก็บเงิน ไปเติมของทุกๆ 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์หรือบางครั้งก็ 1 ครั้งต่อเดือน (บางครั้งขี้เกียจครับ) บางครั้งไปเติมสินค้าช้าทำให้ของหมด ก็เสียโอกาสในการขายไปครับ การทำงานก็ค่อนข้างสบายนะครับ ได้เงินโดยแทบไม่ต้องทำอะไรเลย แต่แน่นอนครับ ทุกเรื่องมีปัญหาครับ บ่อยครั้งที่ผมไปเติมสินค้า ผมมักจะพบคนเอาหมากฝรั่งมาแปะที่ตู้ บ้างครั้งก็เอาขยะมาทิ้งในช่องใส่สินค้าจนผมก็ต้องไปทำความสะอาดยกใหญ่ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ คนแกล้งก็มี คนซื้อก็เยอะ ผมถือว่ามีความสุขเวลาที่มีคนมาซื้อ เพราะผมได้ทั้งเงิน ได้ทั้งช่วยให้ผู้คนปลอดภัย ที่สำคัญเวลาซื้อไม่ต้องอายใครด้วยครับ แถมตัวผมเองก็ไม่ได้ทำอะไรมากด้วยครับ

หวังว่าการแชร์ประสบการณ์ของผมน่าจะเป็นไอเดียให้กับทุก ๆ ท่านที่เริ่มจะ Startyourway กันนะครับ ขอบคุณมากครับ

K.Ratchapol
ขอขอบคุณคุณเคมากๆครับ

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *