Article

คุณบิว ชายหนุ่มที่ลาออกจากงานมาแล้ว 2 เดือนเต็มกับประสบการณ์นายตัวเองสดๆร้อนๆและเริ่มเส้นทางนายตัวเองอย่างจริงจัง

By  | 

งานประจำ 4 ปี งานไม่ประจำ 3 เดือน

ในขณะที่เขียนประสบการณ์นี้ผมได้ลาออกมาเข้าเดือนที่ 3 แล้วครับ ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้วสักนิด ผมเรียนจบ ป.ตรี สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ แล้วได้งานเลยอยู่บริษัทซอฟท์แวร์เฮาส์เล็กๆ ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อผิดพลาดของตัวซอฟท์แวร์ที่โปรแกรมเมอร์เขียน ต้องบอกว่าผมจบมาทำไรไม่เป็นเลยครับ ฮา T-T แล้วคิดว่าเราคงได้ทำงานอย่างดีก็เป็นแค่ตำแหน่งธุรการ ทำอยู่ 5-6 เดือนก็ขอออกครับด้วยเหตุผลบางประการ

หลังจากตัดสินใจเด็ดขาด ก็ย้ายมาพักกับแม่หวังจะเป็นนายตัวเอง มาร่ำเรียนวิชาซ่อมนาฬิกาอยู่พักหนึ่ง แล้วเกิดปัญหาใหญ่ คือ เงินเก็บหมด ตอนนั้นแย่มาก เพราะต้องกลับมาขอเงินแม่กินไปวัน ๆ อีกครั้ง โชคดีที่ญาติของผมมาแนะนำงานให้ทำเป็นงานบริการกึ่ง ๆ ธุรการผมตัดสินใจไปสัมภาษณ์และได้งานทำทันที

นั่นเป็นการเริ่มต้นของมนุษย์เงินเดือนครั้งแรกอย่างแท้จริง

ก้าวแรกที่ได้สัมผัสกับงานประจำตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะดูเป็นอะไรที่มั่นคง เป็นหลักแหล่ง มีสลิปเงินเดือน มีการกู้ยืมสหกรณ์ และที่สำคัญไม่ต้องขอเงินแม่แล้ว แถมยังมีให้แม่อีกต่างหาก

ปีแรกกับการทำงานค่อนข้างมีความสุขดีครับ ทำงาน กลับบ้าน นอน ทำงาน กลับบ้าน นอน ทำงาน กลับบ้าน นอน ได้ซื้อของที่ตัวเองอยากได้มานาน รู้สึกอุ่นใจเพราะมีเงินเข้าทุกเดือน ๆ แถมมีโอทีที่เยอะกว่าชาวบ้านเขาอีก และไม่ต้องเป็นภาระของคนที่บ้านอีกแล้ว

จุดที่ทำให้เริ่มมีความคิดแปลก ๆ เกี่ยวกับงานประจำก็คือ ทุก ๆ เช้าผมจะตื่นนอนเร็วกว่าทุกคน แล้วเห็นแม่ กับพี่ของผมซึ่งไม่ได้ทำงานกินเงินเดือน นอนอุตุหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวผมจะอิจฉามาก และจะเป็นอะไรที่เลวร้ายสำหรับผมมากถ้าเป็นช่วงหน้าฝน เพราะผมต้องฝ่าฝนและคนแน่น ๆ บนรถไฟฟ้าตอนเช้า และผมต้องตั้งนาฬิกาปลุกก่อนนอน ทุก ๆ วัน และมันทำให้ผมหดหู่ทุกครั้งที่นาฬิกาแสดงข้อความขึ้นมาประมาณว่า

“คุณเหลือเวลานอนอีก 5 หรือ 6 ชั่วโมง !!!???”

ยังไม่นับรวมปัญหาในที่ทำงานซึ่งมีปัญหาทุกวััน แก้กันทุกวัน โดยไม่มีทีท่าว่าจะสามารถแก้ปัญหาในระยะยาวได้ (เป็นงานบริการที่ต้องเจอลูกค้าทุกว้น) ผมเริ่มสังเกตุตัวเอง ว่าผมเริ่มป่วยบ่อย เครียด และปวดหัวเกือบทุกวัน วันหยุดวันสำคัญก็ไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาที่ไหน มีสัมนาอะไรก็กลัวจะไปไม่ได้ เพราะไม่มีใครแลกเวร มันเป็นอะไรที่น่าอึดอัดมาก ๆ

หลังจากนั้นผมเริ่มหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเป็นอิสระจากวังวนนี้ ด้วยตัวเงินจากงานประจำที่ผมบอกได้เลยว่ายังไงก็ไม่มีวันรวย และผมก็ไม่ได้สนใจตรงนั้นอยู่แล้วด้วย ตอนนี้ที่ผมต้องการไม่ใช่เงินเยอะ ๆ แต่ต้องการใช้ชีวิตในแบบที่คนปกติต้องการมากกว่า

โชคดีอีกครั้งที่แม่ผมเช่าที่ไว้โดยที่ไม่ให้ใครเช่าต่อ คือจ่ายค่าที่ฟรี ๆ เป็นปี ๆ โดยที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรตรงนั้นเลย และพี่ผมก็แนะนำให้ขายนาฬิกาหลังเลิกงาน
ตอนนั้นผมเริ่มคำนวนทุก ๆ อย่างที่ผมต้องจ่ายและรู้ว่าต้องหาเงินให้ได้เท่าไหร่จึงจะอยู่รอด ผมคำนวนจากเงินที่ขายของเฉพาะช่วงเย็นแล้วปรากฎว่า

“มันก็อยู่ได้นี่หว่า”

beaw2

วันแรกหลังจากออกจากงานประจำแล้ว ชีวิตผมดูงง ๆ นิด ๆ ครับ 555+ มันเหมือนคนถูกมัดมือไว้ตลอด 4 ปี แล้วก็แกะเชือกออก มันยังมีรอยเชือกแล้วก็ชา ๆ แล้วหลังจากนั้นก็แฮปปี้มาก ๆ ครับ

ความสุขสุดยอดของผมหลังจากออกจากงานประจำก็คือ ไม่ต้องตัั้งนาฬิกาปลุก แล้วตื่นกี่โมงก็ได้ ไม่ต้องกังวลกลัวว่านาฬิกาจะไม่ปลุก กลางคืนหลับตานอนอย่างสบายใจ ไม่ต้องข่มตาเพื่อให้หลับเร็ว ๆ เพราะรู้ว่าเหลือเวลานอนอีกไม่กี่ชั่วโมง

ผมเลือกวันหยุดของผมเป็นวันธรรมดา เพราะผมสามารถจะทำอะไรก็ได้ในวันที่คนอื่นทำงาน เช่น ไปธนาคาร หรือไปในที่ ๆ วันหยุดคนจะมหาศาล และแน่นอนผมบอกกับเพื่อน ๆ ของผมว่า
“ถ้าอยากเจอกันเมื่อไหร่ก็นัดมาได้เลย”

ข้าวเที่ยงของทุก ๆ วันผมอยากจะไปกินตอนไหนก็ได้ (ซึ่งไม่ใช่ตอนเที่ยงตรงแน่นอน) แถมอาหารแถวที่ผมขายของก็มีให้เลือกกินมากกว่าตอนทำงานประจำมาก ซึ่งข้าวทุกมื้อที่ผมกินไม่ต้องรีบร้อนกินอีกต่อไปแล้ว และจะพักกี่โมง หรือใช้เวลาเท่าไหร่ผมก็เป็นคนตัดสินใจเอง

ผมรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกับคนที่บ้านมากขึ้น เพราะตอนทำงานประจำผมแทบจะไม่ได้คุยกับคนในบ้านเลย เพราะต้องรีบจัดการตัวเองให้เสร็จ เพื่อนอนหลับพักผ่อนทำงานในวันต่อ ๆ ไป

หัวสมองผมโปร่งใสกว่าเดิมมาก ๆ 3 เดือนมานี้ผมจามนับคร้งได้เลย ไม่ปวดหัวบ่อย ๆ เหมือนช่วงทำงานประจำ แถมยังมีไอเดียคิดนู่นนี่นั้นได้เรื่อย ๆ กับงานอดิเรกที่ผมทำ สบายตัวและสบายใจกว่าแต่ก่อนมาก ๆ ครับ

แต่ก็ใช่ว่าจะชิลล ซะทีเดียวนะครับ เพราะตอนนี้รายได้ของผมยังได้น้อยกว่างานประจำอยู่พอสมควร เพราะเป็นช่วงที่ยังลงทุนและเพิ่งจะเปิดร้านลูกค้าเลยยัังน้อย ๆ อยู่ และยังทำงาน 8 ชม.เหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือเลือกเวลาทำงานได้ แต่เพื่อแลกกับความสุข ณ ปัจจุบัน กับตอนทำงานประจำ ผมว่ามันยอดเยี่ยมมากเลยล่ะครับ ^0^

เป็นกำลังใจให้ทุก ๆ ท่านที่อยากใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็นนะครับ

อยากได้นาฬิกาของคุณบิวเป็นเครื่องเตือนใจเรื่องการเป็นนายตัวเอง

นาฬิกาสำเพ็ง แฟชั่น ราคาถูก คัดพิเศษเพื่อคุณ

beaw03

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *