Article

ข้อคิด คำแนะนำก่อนทำธุรกิจโดยพี่นุ่น นายตัวเองคนที่ 13 sofabed

By  | 

บทความนี้ผมก็ก็อปปี้โดนไม่ได้เรียบเรียงจากเว็บพี่นุ่นครับ เชิญเสพได้เลย

อย่าจำกัดความสามารถของตัวเอง
โลกใบนี้ยังมีอะไรให้เราค้นหาอีกเยอะ
บางทีคนเราก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง
นอกจากจะลงมือทำ

ตอนออกจากดีเทลยา ช่วงที่ชีวิตเคว้งคว้าง
หันไปทางไหน ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี ที่จะให้เราทำเป็นธุรกิจได้
เชื่อว่าหลายคนคงมีความรู้สึกไม่ต่างกัน
เป็นช่วงเวลาที่สับสน

หลายคนบอกให้มองหาสิ่งที่ตัวเองถนัด สิ่งที่เรียนมา
เราก็พยายามวิเคราะห์ คิดแล้วคิดอีก
ตัวเองเก่งอะไร ตอนนั้นยังไม่รู้
ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ รู้แต่ว่าทำได้หลายอย่าง
และลองทำให้หมดทุกอย่าง
ตอนนั้นยังหาไม่เจอ ก็เลยมองหา “สัมมนาฟรี”
ของดี และฟรีที่มันมีอยู่บนโลกนี้
เพียงแต่ ถ้าเค้าบอกไม่หมด เราก็ต้องเอาไปต่อยอดเองให้ได้

งานหนึ่งที่เคยได้ทำ
ตอนนั้นมีอบรมโครงการของ บสย. ร่วมกับ matichon academy
มี 5 ธุรกิจให้เลือก
1.การปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์
2.ช่างซ่อมจักรยานเพื่อการเปิดร้าน
3.การจัดดอกไม้และการเปิดร้าน
4.โครงอะลูมิเนียม
5.ผ้าม่านและการเปิดร้าน

โอกาสเรียนรู้มาวางอยู่ตรงหน้า เป็นสัมมนาฟรีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
ลองถามตัวเองดูว่า จะเลือกเรียนอะไร
คิดว่าเรียนอันไหนแล้วจะไปทำเป็นอาชีพได้
พร้อมกับเหตุผลสำหรับตัวเอง
(โดยไม่ต้องไปฟังเสียงใคร ให้เลือกจากเหตุผลของตัวเองเท่านั้น)

11659329_1001591479862833_843233945781295801_n

เริ่มต้นทำ online อย่างไร…???

วันก่อนได้รับคำถามหนึ่งที่ดีมาก ๆ
นุ่นคิดว่าเป็นปัญหาหลักของหลาย ๆ คน
คือ …… เราไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อนดี
สำหรับมือใหม่ที่อยากจะมาทำ online

คนนู้น คนนี้ พูดศัพท์เทคนิคอะไรก็ไม่รู้ งง ไปหมด
เครื่องมือที่มีอยู่เยอะแยะมากมาย
ก็ทำให้ start up สับสน ได้มาก ๆ เหมือนกัน

นุ่นก็เคยเป็นค่ะ
เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะคะ เผื่อเป็นไอเดีย

คำถามสำคัญในหัวข้อนี้คือ นุ่นเริ่มต้นจากไหนก่อน???
ตอนเริ่มทำแรก ๆ นุ่นเริ่มมาจากการขายเสื้อผ้า บน facebook ก่อน
ตอนนั้น ง่าย ๆ เลย เราชอบซื้อ
ก็ศึกษาจากร้านที่เราซื้อนี่แหละ ว่าเค้ามีวิธีขายยังไง
พอเก็บรายละเอียดได้ ก็มาลองทำของตัวเองบ้าง
แต่แล้ว…. ด้วยตลาดที่ red ocean มาก ๆ กำไรก็น้อย
เจอแต่สงครามราคา และขาดการวางแผนที่ดี
ตอนนั้นเราอยากได้ทุกคนมาเป็นลูกค้า
โดยเราไม่ได้ดูว่า จริง ๆ แล้วลูกค้าของเราเป็นใครกันแน่
ใครอยากได้แบบไหน เราก็พยายามหามาให้
สุดท้ายกลายเป็นว่า เมื่อเราขาดความชัดเจนก็เลยทำให้ไปต่อไม่ได้

เคยโพสย้ำกับเพื่อน ๆ ในเฟสบ่อย ๆ
เพราะเห็นหลายคนที่ทำก็ยังคงเป็นแบบนี้อยู่
คือเริ่มต้นทำโดยที่ไม่รู้ว่า ลูกค้าจริง ๆ ของเราเป็นใคร
แรก ๆ ก็อาจจะขายได้ แต่ต่อไปเราจะไม่เหลือลูกค้าที่เป็นลูกค้าเราจริง ๆ เลยนะ

ทีนี้ก็ค่อย ๆ เรียนรู้…… พอเราเริ่มรู้ว่าเราผิดพลาดตรงไหน
ก็พยายามค่อย ๆ อุดรูรั่ว ค่อย ๆ เริ่มศึกษา
โดยเริ่มแรก เข้าสัมมนาก็จับเอาเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นในการใช้งานจริง ๆ
สิ่งที่จำเป็นสำหรับคนที่ความรู้ IT น้อยมาก
ยิ่งโปรแกรมทั้งหลายไม่ต้องถามถึง
ไม่ได้จบด้านนี้มา จะให้ไปคุยกะคอมพิวเตอร์ไม่มีทางเข้าใจแน่

ทีนี้ ตอนเริ่มต้น
ตอนนั้นบอกเลยว่าไม่เคยรู้จริง ๆ ว่าเราควรมี website
เพราะคิดว่า เราเลือกช่องทาง facebook ในการขายก็ได้นี่นา
ทำไมต้องมี web ด้วย

แต่…..จริง ๆ แล้ว
website ก็เหมือนบ้านของเรา
เราควรมีบ้าน หรือมีที่อยู่ของตัวเอง

ส่วนจะใช้วิธีการตลาดแบบไหนที่จะให้เชิญชวนให้เพื่อน
หรือลูกค้า เข้ามาบ้าน
นั่นคือวิธีการต่อไป

ทีนี้ เครื่องมือที่มีเยอะแยะมากมาย
สร้างความสับสนเหมือนกันนะ
ว่าเราจะต้องเลือกใช้อันไหนก่อนดี
สำหรับ start up ที่ไม่ได้มีเงินลงทุนสูง ๆ
(คือ ถ้ามีเงินก็ไปจ้างได้เลย ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเรียนรู้เอง)
แต่หากอยากค่อย ๆ ศึกษา ในระดับที่เราทำเองได้
ก็มีเครื่องมือที่จำเป็นอยู่ 2-3 ตัวที่เราควรเรียนรู้มันก่อนค่ะ

1. adwords.google.com อันนี้บอกเลยว่าจำเป็นมาก
คนเก่ง ๆ อาจจะบอกว่า รู้อยู่แล้ว
แต่นุ่นรู้ว่าคนที่เริ่มต้น บางคนไม่รู้ก็ไม่รู้จริง ๆ นะ
เพราะตอนเริ่มทำนุ่นก็ไม่รู้
หาอยู่นานกว่าจะเจอเครื่องมือนี้
เป็นเครื่องมือสำคัญของทุกสิ่ง
ลองเล่น keyword planner ดูนะคะ

2. website สำหรับคนที่ไม่ต้องการใช้โปรแกรมอะไรให้ยุ่งยาก
เดี๋ยวนี้ web สำเร็จรูป ที่ใช้งานง่ายมีเยอะมาก
ลองเล่น ๆ ดูค่ะ ใช้เวลาศึกษาไม่นาน เริ่มแรกเน้นของฟรีไปก่อนนะ
lnwshop.com
bentoweb.com
tarad.com
weloveshopping.com
shopup.com
ข้อดีข้อเสียของแต่ละเวปเคยเขียนไว้ครั้งนึง
เดี๋ยวหามาให้อีกทีนะคะ แนะนำให้ลองเล่น lnwshop ไปก่อนค่ะ

3.google analytic อันนี้ไว้วิเคราะห์หลาย ๆ อย่างได้เป็นอย่างดี

ยังไงก็ลองเล่น 3 อันนี้ก่อนนะคะ
ตอนเริ่มต้นก็ใช้เวลาพอสมควรเหมือนกัน
แต่พอเริ่มจับทางได้ จะไปต่อก็ไม่ยากแล้วค่ะ
ทุกคนมีทางไปของตัวเอง ขอแค่เริ่มต้นลงมือทำให้ได้
ยากแค่ตรงนี้แหละค่ะ

ข้อคิดก่อนเปิด fanpage จากประสบการณ์ตรง
ถ้าฉันเคยพลาดมาแล้ว ฉันก็ไม่อยากให้เพื่อนพลาดซ้ำ
เขียนเล่าไว้ให้เป็นประสบการณ์
ส่วนใครจะนำไปใช้ก็แล้วแต่น่ะ
เพราะเราเองก็ไม่ได้เก่ง แค่ค่อย ๆ เรียนรู้มาเรื่อย ๆ เหมือนกัน

1.ก่อนเปิด fanpage
อย่าลืมตอบคำถามสำคัญให้ได้ก่อนว่า “เป้าหมายลูกค้าเราเป็นใคร”
คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่ไม่ง่าย
จะทำธุรกิจต้องระบุกลุ่มลุกค้าเป้าหมายให้ชัด
ถ้าไม่ชัด….พังเอาได้ง่าย ๆ …. ถึงไปได้ก็ได้ไม่นาน
เราเคยมาแล้ว
จำได้ใช่ไหมที่เราเคยเปิดเพจเสื้อผ้าเป็นงานเสริม
ตอนนั้นทำแบบทุ่มเงินไปเยอะ
ทั้งตากล้อง นางแบบ สต๊อกของ

แต่เราลืมกำหนดว่า เป้าหมายลูกค้าเราเป็นใครกันแน่
เราอยากได้ลูกค้าหมดทุกกลุ่ม
ซึ่งตอนหลังเพิ่งรู้ว่า
“ถ้าคุณอยากได้ลูกค้าทุกคน
จะไม่มีใครเป็นลูกค้าคุณเลยแม้แต่คนเดียว”
คำนี้เพิ่งมาเข้าใจได้ไม่นาน
เมื่อทิศทางการทำงานเราชัดเจน
เราก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าที่ผ่านมาผิดพลาดไปอย่างไร

2.ชื่อแฟนเพจ
**สำคัญมาก**
ให้ใช้ keyword ที่ลูกค้าจะค้นหาในการตั้งชื่อ
อย่า!!! ใช้ชื่อแบรนด์
เพราะโอกาสที่คุณจะได้ลูกค้ามีน้อยกว่า
เพราะไม่มีใครค้นหาด้วยแบรนด์ของคุณ ถ้าคุณยังไม่เป็นที่รู้จัก
ถ้าไม่เชื่อ….ลองดูก็ได้
เปิดขึ้นมา 2 เพจ
เพจนึงใช้ชื่อแบรนด์ อีกเพจใช้คีย์เวิร์ด
ดูว่า 2 เพจนี้ผลตอบรับต่างกันอย่างไร

3.อย่าให้เพื่อนไปกด like ถ้าเค้าไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนที่มีหลายคน invite มาแต่ไม่ได้ไปกด like
ประเด็น มันอยู่ตรงที่ว่า
เมื่อเราโพสอะไรลงไป คนที่มองเห็นจะมีเพียง 1% ของ fanpage
นอกจากว่าจะลงโฆษณา
เดี๋ยวนี้เฟสบุคไม่ได้ทำง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนนะคะ
เรายังแอบเสียดายที่ไม่เก็บเพจเก่าไว้
แต่ตอนนี้ไม่เป็นไร เริ่มนับ 1 ใหม่หลายเพจ ด้วยแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น
แล้วถ้าคนที่ไปกด like ไม่ใช่ลูกค้าเป้าหมาย มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร
จำนวน like ไม่ได้สำคัญเท่าจำนวนลูกค้านะ
และสำคัญสุดๆ

***อย่าซื้อ like เด็ดขาด***

คนเริ่มทำเพจใหม่ๆ แรกๆก็คงท้อใช่ปะ อยากให้มีคนมา like เยอะๆ
เมื่อก่อนตอนไม่รู้เราก็เป็นและพลาดมาแล้วววว
เสียเงินเปล่าเลย
บอกได้คร่าๆ เท่านี้สำหรับคนที่จะเริ่มต้นนะคะ
วางแผนดีๆ เดี๋ยวทำไปแล้วจะเสียกำลังใจ
เราสรุปมาสั้นๆ ให้ได้ตามนี้น่ะ

ขอบพระคุณบทความของพี่นุ่น จาก http://noononnicha.blogspot.com ครับ เจ้าของ http://www.sofabedhome.com/

ฟังพี่นุ่นจริงๆได้ที่นี่ครับ

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *