Article

อะไรที่ควรได้ก่อนบ้านก่อนรถ

By  | 

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่หาเหตุผลเข้าข้างตัวเองได้เสมอ หลังจากทำงานมานาน ถึงเวลาแล้วที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว เป้าหมายและความฝันของมนุษย์เงินเดือน คือรถดีๆ และบ้านสวยๆที่จะเป็นแหล่งความสุขในชีวิต หลายคนถึงตั้งคำถามว่าจะเอาอะไรดีระหว่างบ้านกับรถเท่าที่เงินเดือนของตัวเองผ่อนไหว

ผมมักจะเบรคคนที่กำลังเป็นหนี้ระยะยาวเสมอ มันไม่สนุกเลยที่คุณจะต้องส่งเงินให้ธนาคารยาวนานเป็นสิบๆปี หาเงินให้ธนาคารรวยส่วนตัวเองทำงานหัวหกก้นขวิด คุณเหนื่อยส่วนธนาคารก็ใช้คุณเป็นทรัพย์สินสร้างเงินให้พวกเขา ถึงแม้ไม่มีประสบการณ์ตรง แต่ของแบบนี้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องเล่นเองเจ็บเอง เวลามีใครอยากจะเป็นหนี้ ผมมักจะแนะนำให้พวกเขาลองฝึกฝนผ่อนหนี้เล่นๆก่อนที่จะเป็นหนี้จริง จะได้รู้ศักยภาพของตัวเอง มนุษย์เงินเดือนมักพลาดตรงนี้ คือคิดเอาเองว่าถ้าเรามีบ้านหรือรถ ชีวิตเราจะมีความสุขมากกว่าเดิม สุดท้ายยอมเป็นหนี้เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ โดยคำนวนเฉพาะเงินที่ส่งธนาคาร และมั่นใจว่าต้องไหวแน่ๆ โดยไม่ได้คิดในกรณีที่ไม่ไหวเลย

เรื่องรถผมเข้าใจ กรุงเทพไม่เหมาะกับการเดินทางด้วยรถเมล์ Taxi หรือ BTS ที่ไม่ครอบคลุม แต่เรื่องบ้านต้องคิดให้หนัก ชีวิตยังไม่ทันรวยก็เลือกที่จะเป็นหนี้ยาวๆแล้ว อย่างนี้ทางเลือกชีวิตจะน้อยลงกว่าคนไม่มีพันธะชัดเจน

”ต้องรีบซื้อสิครับ บ้านมีแต่จะแพงขึ้น ทำเลสวยๆก็หายาก ถ้าไม่ซื้อวันนี้ วันหน้าอาจจะไม่มีให้ซื้อแล้ว…!!! จริงมั้ย…???”

คำตอบคือจริงครับ แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าตลอด 20 – 30 ปี คุณจะมีรายได้ตลอดเวลา งานประจำจะเลี้ยงดูคุณ ไม่ทำอะไรที่คุณคาดไม่ถึง ยิ่งถ้าคุณเริ่มกู้ตอนอายุ 30 ขึ้นไป กว่าจะผ่อนหมดก็ปาเข้าไป 60 ปี เวลาทั้งหมดทุ่มเทให้กับบ้านที่คุณแทบไม่มีเวลาได้อยู่ คุ้มหรือเปล่า ที่จะใช้ชีวิตแบบลงล็อคแบบนั้น

บ้านคนเรามีได้หลังเดียว ถ้าจะซื้อ ต้องเอาให้ดีที่สุด ความคิดนี้ผิดตรงไหน ตรงที่คุณไปบล็อคตัวเองว่าคนเรามีสิทธิ์เลือกครั้งเดียว ยอมจ่ายแพงเพื่อบ้านที่ดีที่สุด ดีกว่าจ่ายถูกแล้วได้บ้านที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่อยากได้ แล้วถ้าคุณเริ่มต้นผ่อนไปแล้ว ดันเจอบ้านที่สวยกว่า ทำเลดีกว่า ในราคาที่ถูกกว่าละ จะทำยังไง…??? รถเก่าทุกคันบนถนนเคยเท่ห์และทันสมัย บ้านก็เหมือนกัน ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆเช่นค่าส่วนกลาง ค่าตกแต่ง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุงอีกบานเบอะ ค่าใช้จ่ายมักมากกว่าที่เซลล์หยิบใบเสนอราคามาให้ดู

ทุกคนที่มีบ้านล้วนคิดว่าตัวเองผ่อนไหวกันถ้วนหน้า แต่ชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ทำไมบ้านบางหลังถูกยึด ถูกขายต่อทั้งๆที่ผ่อนไม่หมด เรื่องนี้คุณจะต้องคิดให้หนักๆ เพราะทุกหลังเริ่มต้นจากคำว่า “กูไหว” เหมือนกันหมด

แต่เราควรมีบ้านนะ เพราะบ้านคือฝึกบังคับให้ออม มันเป็นทรัพย์สินไม่ใช่หนี้สิน ออมส่วนออม ชำระหนี้ส่วนชำระหนี้ครับ เงินออมจะต้องทำให้คุณอบอุ่นในและรู้สึกมั่นคงมากยิ่งขึ้น แต่รายจ่ายจากบ้านจะบังคับให้คุณต้องหาเงินมาจ่ายตลอดเวลา มันเป็นทรัพย์สินของธนาคาร และเป็นหนี้สินของคุณ!!! หลายคนมองว่าถ้าเดือดร้อนจริงๆ ยังเอาบ้านขายเพื่อแลกเงินสดได้ คำถามที่น่าคิดคือนั่นเป็นการมองโลกในแง่ดีไปใช่หรือไม่ ถ้าเกิดขายไม่ได้ หรือขายได้แต่ต้องขายในราคาที่ตัวเองขาดทุน จะทำใจได้หรือเปล่า

หรือกำลังผ่อนบ้าน จู่ๆคุณหรือแฟนคุณท้อง ค่าใช้จ่ายต้องเพิ่มขึ้น ถึงตอนนั้นคุณจะทำอย่างไร ใช่ OT ไง อาชีพเสริมไง แล้วบ้านจะมีความหมายอะไรเมื่อคุณมีมันแล้วแต่ไม่มีเวลาอยู่อาศัยถึง 30 ปี ลูกคุณเกิดมาเขาไม่รู้เรื่องหรอกว่าบ้านสำคัญยังไง แต่เขารู้แน่ๆว่าเวลาที่พ่อกับแม่อยู่กับเขามันสำคัญ

มองโลกในแง่ร้ายซักนิด สมมุติว่าคุณเป็นหนี้ 20 ปี จะเกิดอะไรขึ้นถ้าจู่ๆคุณป่วย ไม่สบาย ต้องใช้เงินก้อนในการรักษา หรือต้องหยุดงานเป็นเดือนๆเพราะชีวิตเจอปัญหา จะทำอย่างไร ผมเคยเจอมนุษย์เงินเดือนที่แม่ป่วย อยากหยุดงานพาแม่ไปโรงพยาบาลทุกวันแต่ทำไม่ได้ เพราะมีบ้านต้องผ่อน สุดท้ายต้องกัดฟันให้แม่ไปโรงพยาบาลคนเดียว ส่วนตัวเองทำงาน

แล้วอย่างนี้จะให้ทำอย่างไรหละ บ้านเป็นฐานบัญชาการแห่งชีวิต เราทุกคนควรมีบ้านที่มาจากความพร้อม ไม่ใช่ความรู้สึกว่าพร้อม ดังนั้นถ้าวันนี้คุณกำลังวางแผนเพื่อบ้าน และรถ ผมขอแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากได้สิ่งเหล่านี้ คือการใช้เงินสร้างรายได้ทางที่ 2 ก่อนมีบ้านมีรถนั่นเอง โจทย์ง่ายๆ ขอแค่อดทนรอแค่นั้น

Untitled-6-2

 

ห้ามเอาเงินเดือนผ่อนบ้าน ต้องเอาเงินจากการเป็นนายตัวเองผ่อนเท่านั้น…!!!

ลองจินตนาการดู ถ้าคุณทำงานประจำ เงินเดือนของคุณยังอยู่ครบ 100% โดยที่ไม่ได้แบ่งไปจ่ายให้ธนาคารเลย ส่วนอาชีพที่ 2 อย่างการเป็นนายตัวเอง คุณทุ่มเทเต็มที่เพื่อสร้างกระแสเงินสดจ่ายค่าบ้านให้คุณ อย่างนี้จะเจ๋งขนาดไหน เงินเดือนอยู่ครบ ไม่กระทบ ส่วนบ้านก็ให้อีกอาชีพหนึ่งของคุณผ่อนให้ จริงอยู่ว่าคุณต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น แต่ถ้ามันประสบความสำเร็จมากพอ รายได้ทางที่ 2 แบบไม่มีเพดานอาจจะทำให้คุณมีเงินสำหรับผ่อนบ้านแค่ 10 ปีก็ได้ น่าลุ้น…!!!

ผมเชื่อว่าคนเราขุดบ่อน้ำตอนหิวไม่ทันเสมอ อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไป โลกใบนี้ไม่เคยสวย มันโหดร้ายสำหรับคนที่เปลี่ยนแปลงเตรียมตัวไม่ทัน ใช่ ถ้าจะให้แนะนำจริงๆ ทำงานประจำปุ๊ปควรวางแผนสร้างรายได้ทางที่ 2 ทันที ลงทุนกับการสร้างเส้นทางนายตัวเองและเอาเงินมาผ่อนทรัพย์สินของเรานั่นเเหละ คือเส้นทางที่ดีทีสุด เพราะตราบใดที่คุณยังมีเงินส่งธนาคาร บ้านจะให้ความอบอุ่นกับคุณ แต่ถ้าวันหนึ่งคุณไม่มีเงิน บ้านจะกลายเป็นหนี้สินที่มาบีบคอคุณแทน

เรามีบ้านเพื่อความสุข ถ้ามีแล้วทุกข์ไม่น่าจะใช่ประเด็น

อย่าทำร้ายรายได้ทางเดียวของคุณด้วยการสร้างรายจ่ายให้ชีวิตระยะยาว สร้างรายได้หลายๆทางก่อนจะสร้างรายจ่ายหลายๆทางครับ ภาระยิ่งน้อย อิสรภาพยิ่งเยอะ

ไม่เป็นหนี้ ไม่ทำงาน 4 เดือนยังไม่มีปัญหา เป็นหนี้ ไม่ทำงานวันเดียวก็มีปัญหาแล้ว

สู้ๆ

วิชญ์ www.Startyourway.com

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *