Article

Facebook ลดการมองเห็น ธนาคารยุบสาขา Youtube ยอดวิวตก เรื่องนี้สอนอะไร

By  | 
 

เรื่องแรก

เพียงแค่ 50 วันในปี 2561 คนไทยก็มีเรื่องให้ฮือฮามากถึง 3 เรื่อง Facebook ประกาศกฏใหม่เพื่อล้างบางแฟนเพจ ลดการมองเห็นยอดแฟนเพจอีกจนเหลือไม่กี่เปอร์เซ็น ตอนนี้หลายๆเพจที่มีคนกดไลค์เป็นล้าน เวลาโพสต์บทความทีมีคนไลค์ไม่ถึง 10 คน โดย Mark Zuckerberg ให้เหตุผลว่าต้องการปรับปรุงให้ Facebook มีการเชื่อมต่อระหว่างผู้คนมากยิ่งขึ้น การที่จะทำเช่นนั้นได้ก็ต้องลดปริมาณข้อมูลที่ไม่ช่วยทำให้ชีวิตคนดีขึ้นในหน้า New Feed ให้น้อยลงที่สุด และในอนาคตอันใกล้จะมีการลดการมองเห็นของทุกแฟนเพจให้เหลือ 0 ถ้าแฟนเพจไหนต้องการโพสต์เนื้อหาแล้วให้คนเห็น แฟนเพจนั้นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ Facebook ที่สำคัญ 2 อย่าง ก็คือ ทำเนื้อหาที่มีคุณภาพ และ จ่ายโฆษณาในราคาที่แพงขึ้น…!!!

Facebook คือ Social Media อันดับ 1 ของโลก ถึงแม้โฆษณาที่แสดงผลได้จะลดน้อยลง แต่ผมมั่นใจว่าผลประกอบการณ์จะต้องเพิ่มขึ้นแน่ๆ เพราะทุกแฟนเพจจะต้องแย่งกันประมูลเงินเพื่อให้โพสต์ของตนเองปรากฏต่อหน้าคนให้มากที่สุด อย่าลืมว่าการแสดงโฆษณาของ Facebook เป็นลักษณะประมูล ใครจ่ายเงินได้แพงมากกว่าก็เอาพื้นที่โฆษณาไปก่อนได้เลย ซึ่งก็ได้สร้างไม่พึงพอใจให้กับบรรดาเจ้าของแฟนเพจต่างๆมาก เพราะเมื่อก่อน Facebook เคยสนับสนุนให้เจ้าของเพจจ่ายเงินซื้อไลค์เพื่อสะสมฐาน แต่ปัจจุบัน Facebook ลดการมองเห็นจนเงินที่เคยลงทุนไปสูญมูลค่า ใครยังภาคภูมิใจกับยอดไลค์แฟนเพจของตัวเองอาจจะต้องคิดใหม่ทำใหม่

เรื่องสอง

สมัยก่อนธนาคารจะแข่งกันโปรโมทว่าตนเองเป็นธนาคารที่มีสาขามากที่สุด มีตู้ ATM มากที่สุด การขยายอาณาจักรของตัวเองดูจะกลายเป็นภารกิจหลักของธนาคารไปเสียแล้ว จนกระทั่งธนาคารแห่งหนึ่งออกมาประกาศนโยบายที่ทำให้คนทั้งประเทศฮือฮา พวกเขาตัดสินใจลดสาขาลงมาและกำลังเตรียมปลดพนักงาน คนที่เคยทำงานในนั้นผมคิดว่าจะถูกย้ายไปทำงานสาขาอื่นและผลักดันให้กลายเป็นเซลล์ขายของอย่างเช่นประกันในอนาคต ใครทนไม่ไหวก็ต้องยื่นใบลาออก ส่วนใครทนได้ก็จะได้ไปต่อ

ทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจลดจำนวนสาขาลงหละ อันดับแรกผมคิดว่าพวกเขาคงมองเห็นข้อมูลแล้วว่าการเปิดสาขามันทำให้ค่าใช้จ่ายใช้จ่ายสูงมากขนาดไหน ทั้งค่าเช่าพื้นที่ เงินเดือนพนักงาน รปภ บลาๆๆ บวกกับคนสมัยนี้พวกเขามี SmartPhone และ Internet ที่สามารถให้ตัวเองทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องอาศัยพนักงาน คำถามคือจะต้องทนแบกค่าใช้จ่ายทำไม ในเมื่อคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ก็ขี้เกียจไปธนาคาร…!!! ถึงแม้เทคโนโลยีจะไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้สมบูรณ์แบบ แต่มนุษย์มีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าเทคโนโลยีแบบเทียบไม่ติดเช่นกัน ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ คุณจะเลือกลงทุนในอะไรเป็นอย่างแรกหละ…???

เรื่องสุดท้าย

Youtube ออกกฏใหม่ที่กระทบต่อรายได้ของ Creator โดยตรงนั่นก็คือระบบพิจารณาการระงับโฆษณาหรือชาว Youtube เรียกกันว่าปุ่มเหลือง ทำให้คลิปที่ถูกลงใหม่ๆซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่มีคนดูสูงที่สุดถูกระงับไม่ให้แสดงผลโฆษณาจนกว่าระบบของ Youtube จะตรวจสอบผ่านว่าคลิปนี้ประโยชน์ต่อแบรนด์ต่างๆจริงๆ ผมเองเคยฝันเอาไว้ว่าจะทำอาชีพนี้จนเกษียณเลยเพราะมันเป็นอาชีพที่ง่ายมากๆสำหรับคนที่สร้าง Content Video เป็นเหมือนดั่งพวกผม แค่สร้างช่องให้มีรายได้เดือนละ 4 หมื่นต่อซัก 5 ช่องก็ 2 แสนบาทต่อเดือนแล้ว  แต่พอเจอนโยบายนี้เข้าไป รายได้ตกลงจนน่าสยอง ผมเลยต้องหยิบไข่ไก่เอาไปใส่ตระกร้าใบอื่นๆบ้าง ซึ่งโปรเจ็คใหม่ๆของผมรายได้เกิน 10,000 บาทต่อเดือนเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังนะครับ

ปัจจุบับนี้การเริ่มต้นทำ Youtube ยังคงน่าทำอยู่ แต่ทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนสมัย 2 ปีก่อน ตอนนี้เรามี Creator เพิ่มมากยิ่งขึ้น เนื้อหาและ Content บน Youtube มีเพิ่มขึ้นมาเยอะ เราก็ต้องทำงานหนักขึ้นเช่นเดียวกัน บวกกับระบบใหม่ของ Youtube ที่ผมรู้สึกว่าพวกเขากำลังใช้นโยบายแบบเดียวกับ Facebook คือลดการมองเห็น ดังนั้น การเริ่มต้นทำ Youtube ในวันนี้ บรรยากาศและความยากง่ายย่อมแตกต่างจากยุคสมัย 2 – 3 ปีก่อนแน่นอน

ถ้าคุณอยากจะเป็น Youtuber คุณก็รีบๆเริ่มได้แล้ว เพราะยุคนี้ผมมองว่ามันยังไม่ยาก ยุคต่อไปสิจะหินกว่านี้หลายเท่า

แนะนำบทความเพิ่มเติม

เรื่องนี้ทำให้ผมคิดอะไรออก

– คลิปวีดีโอเรื่องนิทานท่อส่งน้ำ –

คุณคงจะฟังนิทานเรื่องท่อส่งน้ำมาบ้างซึ่งเป็นนิทานที่เปรียบเปรยรายได้แบบ Active Income กับ Passive Income ว่าด้วยเรื่องของการเป็นเจ้าของระบบกับการทำงานเป็นผู้อยู่ภายใต้ระบบของคนอื่น เอาจริงๆนิทานเรื่องนี้ถูกเอาไปใช้เยอะมากๆในวงการขายตรงกับการลงทุน หลายคนอินเกินสติเลยเอาไปโจมตีงานประจำว่าไม่ดี ซึ่งผมมองว่าจะทำงานประจำหรือเป็นเจ้าของธุรกิจ มันก็เป็นความสุขของแต่ละคน ทุกคนมีสิทธิ์เลือกในสิ่งที่มันเหมาะสมกับความถนัดและความชอบของตัวเอง

แต่…!!!

สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถมองข้ามได้ก็คือ ในระบบที่กำลังทำเงินให้เราอยู่นั้น เรามีความเป็นเจ้าของขนาดไหน…!!! หรือถ้าให้พูดอีกมุมหนึ่ง เรามีสิทธิ์กำหนดทิศทาง ความเร็ว และมีอำนาจในการตัดสินใจต่อเส้นทางการเงินของเราขนาดไหน…!?! คำตอบที่คุณได้จะเป็นตัวอธิบายว่าท่อส่งน้ำของคุณแข็งแรงเพียงใด ถ้าผมเป็นนายตัวเองที่หาเงินจาก Facebook เป็นหลัก ท่อส่งน้ำของผมจะแข็งแรงก็ต่อเมื่อ Facebook ยังอนุญาตให้ผมใช้ท่อส่งน้ำ วันหนึ่งเขาเปลี่ยนนโยบาย ขึ้นราคา หรืออยากหยุดให้บริการ เขาก็มีสิทธิ์เพราะเขาเป็นเจ้าของท่อส่งน้ำที่แท้จริง ต่อให้ผมเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ถ้ายังฝากชีวิตไว้กับ Facebook ท่อส่งน้ำของผมจะถูกแปะตรา Facebook ไปโดยปริยาย

ถ้าคุณทำงานประจำ ท่อส่งน้ำของคุณจะถูกแปะตราโดยเจ้าของบริษัท เขามีอำนาจในการกำหนดนโยบายและรายได้ของคุณตราบใดที่คุณยังอยู่ภายในระบบของเขา วันหนึ่งเขาบอกให้คุณย้ายที่ทำงานก็ต้องย้าย ถูกจ้างออกก็ต้องยอม ถ้าระบบของเขากำหนดให้คุณทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์คุณก็ต้องทำ และถ้าเขาบังคับให้คุณทำงานอื่นๆนอกเหนือจากตำแหน่งที่คุณรับผิดชอบอยู่แล้ว คุณก็มีแค่ 2 ทางเลือกคือทำตามที่ถูกสั่งหรือย้ายไปหาท่อส่งน้ำที่ใหม่ แน่นอน ผมไม่ได้สนับสนุนให้คุณลาออก แต่ผมสนับสนุนให้คุณหมั่นพัฒนาตัวเองให้เก่งจนนายจ้างเขาอยากให้คุณอยู่ทำงานด้วยนานๆ และไม่ฝากชีวิตทั้งหมดไว้กับองค์กรหรือเงินเดือน คุณต้องมีท่อน้ำส่งเงินสำรองของตัวเอง

ถ้าคุณเป็นเจ้าของช่องที่มีรายได้จาก Youtube เพรียวๆโดยไม่ได้สร้างระบบทางอื่นมาเสริมเอาไว้ ท่อส่งน้ำของคุณก็ติดตรา Youtube หากวันใดวันหนึ่ง Youtube เปลี่ยนกฏไม่มีการจ่ายเงินค่าโฆษณาแต่อย่างใด จ่ายเงินให้น้อยลง หรือถ้าใครจะทำเป็นอาชีพจริงๆจังๆก็ต้องจ่ายเงินรายเดือนให้กับ Youtube อย่างนี้หากเส้นทางรายได้ของคุณไม่แข็งแกร่งพอ ก็มีโอกาสที่จะเดือดร้อนได้

มองโลกในแง่ร้ายไปหรือเปล่า…???

คำตอบก็คือใช่ครับ แต่ผมมองว่าการมองโลกในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนก็เป็นเรื่องดี คิดในแง่ลบเยอะๆไว้มักจะเจอแต่โชคดี ที่ผมเลือกมองโลกในแง่ร้ายมันก็เหมือนการเตรียมใจให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากมันเกิดขึ้นจริงคุณก็จะรู้สึกโชคดี ส่วนถ้าคิดไปเองก็ไม่ได้ขาดทุนอะไร ขนาดเรายังเคยสัญญากับตัวเองเลยว่าจะเลิกนอนดึก เลิกกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เรายังทำไม่ได้เลย นี่มันโลกของธุรกิจเชียวนะ แล้วอะไรหละ คือท่อส่งน้ำที่แข็งแรงพอจะฝากชีวิตได้ คำตอบคือ Website ส่วนตัว

เครื่องมือต่างๆบนโลกออนไลน์คือบ้านเช่า เว็บไซต์ส่วนตัวคือบ้านจริงๆของเรา

ในวงการ Internet Marketing เขาก็ไม่ได้ห้ามให้เราทำเงินผ่าน Youtube Facebook หรือระบบของคนอื่น แต่พวกเขาจะเน้นย้ำให้เราพัฒนา Content ที่ดีเอาไว้บน Website ของตัวเองเสมอ ปัจจุบันนี้มีคนมากมายที่สามารถทำเงินได้ผ่าน Website ส่วนตัวโดยไม่ต้องพึ่งพา Facebook เป็นหลัก พวกเขาใช้บ้านเช่าของคนอื่นเป็นแค่สะพานเพื่อนำคนมารู้จักกับบ้านของตัวเองที่แท้จริง เพียงแต่พวกเขาไม่ค่อยจะเปิดตัวกันซักเท่าไหร่เพราะไม่อยากให้มีคู่แข่งเพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่จากที่ผมได้เป็นเพื่อนกับพวกเขาบน Facebook ผมถึงได้รู้ว่ามีคนไทยมีมากมายที่สามารถหาเงินได้ 6 – 7 หลักต่อเดือนแต่ไม่เปิดเผยตัวตน

การทำเว็บไซต์มีข้อดีขนาดนี้แล้วทำไมคนอื่นๆถึงไม่ค่อยอยากจะทำ คำตอบคือมันช้ามากๆครับ มันต้องใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปีเลยกว่าสิ่งที่เราลงแรงไปจะออกดอกออกผลว่ามันเวิร์คมั้ย ในขณะที่ Facebook ลดการมองเห็นของแฟนเพจต่างๆจนเกือบจะเหลือ 0 คนที่หาเงินจากการทำ Website แทบไม่ได้รับผลกระทบอะไร…???

ยิ่งเว็บไซต์ของคุณมีคนเข้ามากเท่าไหร่ โอกาสที่จะทำเงินไม่ว่าจะมาจากสปอนเซอร์ โฆษณา หรือขายสินค้าของตัวเองก็มีมากขึ้นเท่านั้น

ใช่ เว็บไซต์ คือ ทรัพย์สิน และเป็นทรัพย์สินที่หลายคนมองข้ามเสียด้วย…!!! (ความจริงอยากจะใช้คำว่า แฟนคลับ คือ ทรัพย์สิน แต่มันรุนแรงไปหน่อย)

ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีคนเข้ามาต่อวันในปริมาณที่เยอะมากๆ คุณจะนำคนเข้าไปทำอะไรก็ได้ เช่น พาไปชมคลิปวีดีโอของคุณบน Youtube เพื่อดูโฆษณา ขายโฆษณาให้แบรนด์เอามาลง โชว์สินค้าและผลิตภัณฑ์ของตัวเอง หรือสร้างระบบจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงสิทธิ์ในการดูข้อมูลแบบพิเศษได้

ที่คนไม่ค่อยนิยมสร้างเนื้อลงบนเว็บไซต์กับเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุด ใช้เวลานานที่สุด เห็นผลช้าที่สุด ถึงแม้มันผลลัพธ์ที่ได้มันจะยั่งยืนที่สุดก็ตาม

ถ้าคุณเป็นคนที่ทำธุรกิจพร้อมกับเงินทุนหลักแสนพร้อมจ่ายค่าโฆษณาและต้องการผลลัพธ์เร็วๆ การใช้บ้านเช่าของคนอื่นก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย แต่ถ้าคุณเป็นคนที่เงินทุนน้อยและพร้อมอุทิศเวลาเพื่อสร้างเนื้อหาดีๆให้กับคนอื่น นี่อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

มีเว็บไซต์ของตัวเองแล้วเราเรียกว่าท่อส่งน้ำของตัวเองได้มั้ย…???

ถ้าเว็บไซต์ของคุณทำเงินได้ไม่เยอะ ท่อส่งน้ำของคุณก็จะแห้ง ต่อให้เป็นเจ้าของท่อจริงๆมันก็แทบไม่ต่างอะไร แต่ถ้ามีเยอะพอประมาณและคุณหมั่นดูแลเว็บไซต์ของคุณอย่างดี ใช่ครับ มันคือท่อส่งน้ำจริงๆ แต่ผมมองว่าการเป็นเจ้าของท่อส่งน้ำในยุคนี้ไม่ได้ดีไปกว่าการใช้ท่อส่งน้ำของคนอื่นทำเงิน คนเป็นเจ้าของท่อส่งน้ำก็ไม่ได้ดีไปกว่าคนที่ยืมท่อส่งน้ำของคนอื่นทำเงิน เพราะยุคนี้เขาไม่ได้วัดว่าใครเป็นเจ้าของท่อส่งน้ำหรือไม่ แต่เขาวัดกันว่าคุณมีท่อส่งน้ำที่ทำเงินให้คุณกี่อันต่างหาก…!!!

ถ้าคุณมีเพียงแค่อันเดียว บอกเลย อันตรายมากในยุคที่ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วเช่นนี้ รุ่นพี่่ผมคนหนึ่งมีท่อน้ำที่ไม่ซ้ำกันถึง 5 ท่อน้ำ ถ้าวันหนึ่งเสียไป 1 อีก 4 ก็ยังคงทำงานต่อไปได้ เจ๋งมั้ยหละ

ดังนั้นถ้าคุณหาเงินเพรียวๆจาก Facebook ถึงเวลาที่จะต้องลอง Youtube Website วิธีการสร้างรายได้ทางอื่นๆบ้าง ถ้าคุณทำงานประจำ ข้อจำกัดของคุณก็คือคุณไม่สามารถทำงานประจำ 2 ที่พร้อมกันได้ คุณต้องอุทิศเวลามาทำงานนอกออฟฟิตหลังเลิกงานเพื่อสร้างทางเลือกให้กับตัวเอง และถ้าคุณเป็นคนที่ทำ Youtube คุณต้องหันมาสร้าง Content ด้านอื่นๆบ้าง Website ของผมตอนนี้ก็ส่งคนดูไปเยี่ยม Youtube เพือหาเงินค่าโฆษณาเหมือนกัน อีกหน่อยถ้าผมมีผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ผมก็สามารถเอาสินค้ามาเสนอขายแฟนคลับในเว็บไซต์ ใน Youtube ได้ทันที ส่วน Facebook อันนี้ถ้าจะขายอะไร ต้องลงเงินโฆษณาอย่างเดียว…!!! พร้อมเปย์ก็เอา ไม่พร้อมก็ผ่านครับ

เว็บไซต์คือทรัพย์สิน คุณจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ที่แน่ๆถ้าคุณมีแล้วคุณทำมันได้ดีพอ เดี๋ยวรายได้และโอกาสดีๆก็จะตามมาครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

1 Comment

  1. เหมือนที่ MJ Demarco กล่าวไว้ในหนังสือเปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐีครับ ตราบใดที่เราไม่ใช่เจ้าของระบบ หรือง่ายๆคือ ยังยืมจมูกคนอื่นหายใจ เราก็ยังไม่สามารถรวยได้อย่างแท้จริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *