Article

หลักการเขียนเพื่อขายของสำหรับคนที่ต้องการสร้างเส้นทางนายตัวเอง

By  | 

ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จในโลกแห่งการไม่กินเงินเดือน สิ่งที่สำคัญมากๆที่คนหลายคนมองข้ามคือ “การสื่อสาร” ในเมื่อเราจะก้าวสู่การเป็นนายตัวเองผ่านโลกออนไลน์ชนิดใครๆก็ทำได้ โจทย์ของเราคือเราจะทำยังไงให้ตัวเราแตกต่างและประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น การเขียนคือการเล่าเรื่องราว ข่าวดีก็คือบนโลกใบนี้มนุษย์ 6,000 ล้านคนเกิดมาล้วนมีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างไม่ซ้ำกัน ทุกคนมีเอกลักษณ์เป็นของเฉพาะตน แล้วทำไมคุณไม่ลองเดิมพันกับการเล่าเรื่องตัวคุณ ความเชื่อของคุณ สิ่งที่คุณรัก และสิ่งที่คุณศรัทธาในคนอื่นฟังหละ บางทีการบรรจงพิมพ์ตัวอักษรและฝึกฝนเพื่อเล่าในสิ่งที่คุณภูมิใจอย่างหนักอาจจะเป็นประโยชน์ถึงขนาดเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ เมื่อคุณเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ คนอื่นก็พร้อมที่จะเชื่อมั่นใจตัวคุณ และเมื่อคุณตัดสินใจที่จะขายสินค้าที่จะทำให้คนอื่นมีความสุขกับชีวิตมากยิ่งขึ้น ทำไมผู้คนที่เชื่อมั่นในตัวคุณจะไม่สนใจซื้อบ้างเหรอ…???

ผมว่านี่เเหละ คือวิธีทำเงินในโลกของนายตัวเอง

ยอมรับซะเถอะ ว่านายตัวเองและคนที่ประสบความสำเร็จในโลกเป็นนักสื่อสาร เขาเหล่านี้เขียน พูด แสดงในสิ่งที่เป็นตัวเองสุดๆ ในบทความนี้ผมจะบอกคุณ งานเขียนไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องที่ต้องฝึกฝนข้ามปีก่อนถึงจะเขียนได้ ขอนำประสบการณ์และเทคนิคการเขียนของผม กับบทความ “ไม่ต้องเป็น Best Seller ก็เขียนบทความให้ดีเวอร์ได้”

– บทความก็เหมือนลูกในไส้ ถ้าคุณไม่ภูมิใจในสิ่งที่เขียน แล้วใครเขาจะมาร่วมปลื้มกับคุณ (ฟร่ะ)

เมื่อก่อนผมเป็นคนขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง แต่หลังจากที่แม่ผมเป็นมะเร็ง ผมตกงาน รถโดนทุบ เงินเก็บเหลือ 300 บาท ผมมีประสบการณ์การตกงานอยู่ล้นหัวใจ จากนั้นผมใช้เวลาสามเดือนทำตัวเองให้เป็นคนที่มีรายได้มากกว่างานประจำ ผมจึงรู้ว่าโลกยุคใหม่มาถึงแล้ว ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่าการเป็นนายตัวเอง ผมบรรจงเล่าเรื่องพร้อมเทคนิคที่ทำให้ผมมีรายได้อย่างภาคภูมิใจ รวมไปถึงส่งมอบประสบการณ์แด่คนที่อยากหลุดพ้นจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน ผมภาคภูมิใจในสิ่งที่ผมทำ ผมเลยใส่รูปตัวเองไว้ใน Fanpage ประกาศความเป็น “วิชญ์” เพื่อแสดงความเป็นพ่อของบทความทุกบทที่ผมเขียน การทำอย่างนี้ไม่ได้ช่วยประชาสัมพันธ์ “วิชญ์” เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นกุศลโลบายที่ทำให้เราไม่ผลิตงานเขียนชุ่ยๆเพื่อทำลายหน้าตาเราเองด้วย

– อย่าเขียนในสิ่งที่คุณยังไม่อยากเขียน

เรื่องตลกของคนอยากทำ IM คือพยายามเที่ยวถามคนอื่นว่า “ทำเว็บอะไรดี” ใครก็ตามที่ถามคำถามนี้แสดงว่าไม่มีไอเดียดีๆที่จะเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ เมื่อคุณส่งมอบประสบการณ์ที่ไม่ก่อประโยชน์อะไรต่อคนอื่นเลย สุดท้ายก็ต้องจบลงแบบตัวเองไม่ได้อะไรเลยเช่นเดียวกัน ถ้าคุณไม่มีไอเดียในการเขียนอะไรเลย และก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองอยากจะบอกอะไร ก็ขอให้นั่งหลับตา แล้วจินตนาการว่าคุณกำลังถือระเบิดเวลาที่นับถอยหลังในมือ ตรงหน้าคุณมีกล้องที่จะทำให้คุณสื่อสารกับผู้คนทั่วโลก คุณจะพูดอะไร เรื่องอะไรที่แม้แต่ความตายก็ไม่สามารถยับยั้งให้คุณหยุดพูดได้ ไม่ต้องสนใจว่ามันเป็นเรื่องอะไร ในไทยมีประชากรตั้ง 60-70 ล้านคน มันต้องมีคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นด้วยและชอบงานเขียนของคุณบ้างแหละ อย่าคิดงานเขียนเพื่อเอาใจคนกลุ่มใหญ่ๆเลย เพราะสุดท้ายคุณจะไม่ได้ใจคนซักกลุ่ม

– เลียนแบบไอดอล เป็นสิ่งที่เสียเวลาที่สุดใน 3 โลก

ผมพยายามเลียนแบบวิธีการเขียนของวินทร์ เลียววาริณ นิ้วกลม สมคิด ลวางกูร ผมค้นพบว่าการเลียนแบบไอดอลเป็นสื่งที่เสียเวลาสุดๆ คนจะยิ่งใหญ่ต้องไม่โตภายใต้เงาคนอื่น คุณเอาเรื่องราวของไอดอลมาเป็นแรงบันดาลใจได้ ขโมยวิธีคิดของเขาเอามาเป็นของตัวเองได้ แต่อย่าพยายามก็อปปี้เขาเลย วิธีที่คุณจะเขียนบทความชั้นเยี่ยมได้ดีที่สุด คือคุณต้องเรียนรู้จากไอดอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตคุณ ไอดอลคนนั้นคือใคร คำตอบๆง่ายๆ คุณไงหละ…!!! ถ้าอยากให้งานเขียนของคุณคือลายเซ็นต์ของคุณ จงเป็นไอดอลตัวเอง… !!!

– เขียนเสร็จปุ๊ป อย่าพึ่งโพส ทิ้งไว้ซักชั่วโมงก่อน

ไม่มีใครสามารถกินมาม่าที่พึ่งต้มเดือดๆได้โดยไม่โดนน้ำร้อนลวก งานเขียนก็เหมือนกัน คุณควรจะทิ้งงานเขียนหลังจากเขียนได้ซักช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นกลับมาอ่านซ้ำ ผมจะบอกความลับให้อย่างหนึ่งนะครับ ถือเป็นความลับระหว่างเราเลยนะ ห้ามไปบอกใคร เคยสังเกตุไหมครับ เวลาเราอ่านหนังสือ เราไม่ได้ทำความเข้าใจผ่านตัวอักษร แต่เราทำความเข้าใจผ่านเสียงในหัวของอีกทีหนึ่ง ยกตัวอย่างง่ายๆ ระหว่าง “น้ำเย็นหนึ่งแก้ว” กับ “มือของคุณสัมผัสน้ำเย็นๆ ความเย็นสดชื่นไหลผ่านฝ่ามือมาถึงสมอง คุณรู้สึกเหมือนร่างกายได้ชาร์จพลัง ความสดชื่นวิ่งเข้ามาแทนที่ความเกียจคร้าน” เป็นต้น ถ้าสมมุติคุณเขียนงานแล้วทิ้งเอาไว้ซักพัก กลับมาอ่านอีกทีปรากฏว่าสมองของคุณไม่ได้สร้างจินตนาการหรืออารมณ์ร่วมอะไรเลย แก้ไขมันซะ

– สุดท้าย อ่านออกเสียงซักนิด

การเขียนคือการเล่าเรื่องด้วยเสียง ไม่ใช่เสียงที่ออกมาจากปากผู้เขียนหรือปากผู้อ่าน แต่ออกมาจากปากข้างในของทุกคนที่เห็นอักษร สมมุติคุณอ่านบทความของคุณด้วยการออกเสียง แล้วประโยคของคุณมันทำให้การออกเสียงจะคุณสะดุด ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือสำนวนแปลกๆ แสดงว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ขนาดผู้เขียนยังอ่านออกเสียงแล้วไม่สละสลวย ประสาอะไรกับผู้อ่านที่เข้ามาเพื่อเสพบทความคุณ

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน Best Seller หรือไม่ได้เรียนการเขียนมาจากใครโดยตรง แต่ทุกบทความที่ผมเขียนขึ้นมา ผมมีความภาคภูมิประดุจลูกชายลูกสาวของผม ผมมั่นใจ 100% ว่าบทความของผมสามารถเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ ดังนั้นผมอยากให้คุณปลูกจิตวิญญาณของการเป็นนักเขียนที่เกิดขึ้นมาเพื่อคนอื่น ดังนั้นถ้าคุณมีเป้าหมายที่อยากจะใช้ตัวอักษรสร้างสิ่งดีๆและกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น เทคนิคเหล่านี้ถือเป็นเทคนิคที่คุ้มที่จะเรียนรู้ คุณเสียเวลาทำตาม 10-15 นาที แต่คุณอาจจะเปลี่ยนชีวิตที่เหลือของคนเป็นร้อยเป็นล้านคนก็ได้

อย่าขาดความเชื่อมั่นสิ่งดีๆสิ่งดีๆในตัวคุณ และอย่าอายที่จะถ่ายทอดมันออกมาราวกับนักเขียนที่ทิ้งบทความของตัวเองให้เป็นมรดกโลก ความรู้ของคุณเจ๋งสำหรับคนที่ไม่รู้เสมอ สร้างคุณค่าให้คนอื่นผ่านงานเขียนได้ดีเท่าไหร่ คุณก็สามารถเป็น Best Seller ในใจคนอื่นได้มากเท่านั้น สู้ๆครับ เป็นกำลังใจให้เสมอ วิชญ์

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *