Article

โลกในอนาคตกับเวลาว่างที่มีค่าดุจทองคำ

By  | 

เงินซื้อความสุขไม่ได้ เงินกับความสุขไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เรื่องนี้ผมเห็นด้วย แต่คำถามคือถ้าวลีนี้เป็นจริง ทำไมคนส่วนใหญ่ยังใช้เวลาทั้งชีวิตแลกเงิน และในอนาคตเวลาจะเป็นสิ่งที่มีค่าและแพงจนประเมินเป็นราคาไม่ได้ คุณจะยอมขายทรัพยากรที่มีกำจัดนั้นชั่วโมงละเท่าไหร่…??? ยิ่งคุณแก่ เวลาจะเป็นสิ่งที่มีค่าเพราะมันเหลือน้อยลงทุกที โดยเฉพาะถ้าคุณยังมีคนที่รักที่คุณอยากจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมด้วยกันเพื่อปกป้องดูแลพวกเขา เวลาว่างที่จะได้ทำตามความต้องการจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ทำยากขึ้นมาทันที ยิ่งทำงานหนักทำงานไปหลายปี ยิ่งมีเวลาเป็นของตัวเองน้อยลง มันเกิดอะไรขึ้น…???

ลำบากในวันนี้ สบายในวันหน้า สบายในวันนี้ ลำบากในวันหน้า

นี่คือเรื่องบ้าที่คนธรรมดาไม่สามารถยอมรับได้ ทำงานสบายก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะลำบากในวันหน้าเสมอไป มีคนแก่มากมายที่ทนทำงานหนักมายาวนานทั้งชีวิตก็ยังไม่สามารถตั้งตัวได้นั่นเพราะพวกเขาโฟกัสไปที่ความรู้สึกผิดหากไม่ได้ทำงานหนักตามสิ่งที่ได้ปลูกฝังมา ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆให้เห็นภาพ ผมอยากให้คุณจินตนาการถึงร้านอาหารขายดีประเภทรถเข็นข้าวหมูแดง

ลูกจ้างที่ทำงานขยัน คือคนที่วิ่งแทนเดิน เสิร์ฟอาหารเร็ว เช็ดโต๊ะด้วยความปราณีต ตะโกนขอบคุณทุกครั้งที่ลูกค้าเข้าและออกร้าน ไม่ว่าเขาจะทำให้ตายอย่างไร รายได้ก็จะไม่พ้นเงินเดือนที่เจ้าของร้านตั้งไว้ให้ สมมุติว่าเขาได้เงินเดือน 12,000 บาทต่อเดือนและเริ่มทำงานตอนอายุ 25 จนถึง 50 ปีซึ่งหมดแรงจวนจะทำไม่ไหว จะเท่ากับทั้งชีวิตเขาสามารถทำเงินได้เบ็ดเสร็จ 3,600,000 บาท ผิดกับเจ้าของกิจการที่ทำเยอะได้เยอะทำน้อยได้น้อย สามารถสร้างระบบมาทำงานแทนตัวเองได้เสมอ และยังสามารถเปลี่ยนตัวใครต่อใครในธุรกิจของตัวเองได้อย่างอิสระ

คำว่า ลำบากในวันนี้ สบายในวันหน้า สบายในวันนี้ ลำบากในวันหน้า ไม่ได้หมายถึงทำงานให้หนักเยี่ยงทาสเพื่อรอใช้ชีวิตเยี่ยงเศรษฐีหลังเกษียณ แต่หมายถึงคุณจะต้องลำบากสร้างทรัยพ์สินของตัวเองให้สำเร็จ ใช้ชีวิตให้มีความสุข และหลีกเลี่ยงการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานไปวันๆเพื่อให้มีเงินมาใช้จ่ายในชีวิตโดยไม่มองไปที่อนาคต โดยเฉพาะถ้าวันหนึ่งคุณมีครอบครัวที่น่ารัก อบอุ่น มีลูกๆที่คุณอยากอยู่กับเขาด้วยทั้งชีวิตจนกว่าจะโต แต่ไม่สามารถทุ่มเทเวลาเพื่อพวกเขาได้ ยังต้องตอกบัตรเข้างานเช้าเย็นอยู่ คุณจะมีชีวิตอย่างไร…???

ถ้าคุณนึกภาพไม่ออก ผมอยากให้คุณลองอ่านกระทู้เหล่านี้นะครับ

เตือนภัยคนมีลูกสาว!!!

ฝากถึงคนมีลูกสาวคะ!!! เดี๋ยวนี้คนจิตใจวิปริตมันเยอะจนบางทีเราดูไม่ออก จากประสบการณ์ที่เคยเจอกับตัวตอนวัยเด็กอายุประมาณ6-7ขวบ(ได้มั้ง) เราก็เล่นกับเพื่อนตามประสา มันมีผู้ชายบริเวณนั้นเป็นผู้ใหญ่ก็นั่งคุยกันปกติ แล้วมันก็เรียกเราไปนั่งใกล้ๆ จากนั้นมันเอามือล้วงกางเกงเราเฉยเลย ทั้งๆที่มันก็นั่งคุยกับเพื่อนมัน เราเลยเดินหนีเลย คือเรารู้สึกอายมาก ไม่กล้าเล่าให้พ่อแม่ฟัง และครั้งหนึ่งก็เคยโดนลุงเขยอายุ 60 มากอดมาลวนลามหน้าอกตอนอายุ 11-12 เราอายมากกลัวมาก แต่ตัดใจเล่าให้พ่อ-แม่ฟัง พ่อไปบอกป้า แต่ป้ากลับบอกว่า ลุงเขยอายุ 60 แล้วจะมีปัญญาทำอะไร หืม..พูดน่าเกลียดจัง เข้าข้างผ.น่าดู!!! ความรู้สึกของเด็กหญิงคนหนึ่งบอกเลยว่ามันน่ากลัวมาก ถึงจะไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นก็ตาม แต่มันฝังใจ เลยอยากให้คนเป็นแม่สอนลูกว่า”#ห้ามให้ใครจับของสงวนเด็ดขาด”

เนื้อหาจากกระทู้ http://pantip.com/topic/33782868

เรื่องนี้เป็นประสบการ์ณเลวร้ายครั้งนึงในชีวิต จขกท. ขณะนั้นเราอยู่ ป.3 อายุ 9 ปี เวลาประมาณ บ่าย 3 โมง สว่างจ้าและแดดเปรี้ยงๆ เราเดินเข้าซอยไป ซอยเป็นทางตรง เดินมาเรื่อยๆ ถึงครึ่่งทาง มีผู้ชายมาดักข้างหน้าและถามเราว่า

“ทางออกไปทางไหนครับ” เป็นผู้ชายสูงประมาณ 170 กว่าๆ แต่งตัวปกติ ผิวคล้ำนิดหน่อย อายุราวๆ 30+

เราเลยตอบไปว่า

“ออกไปไหนค่ะ ข้างหลังก็ถนนใหญ่แล้ว” ด้วยความคิดว่าเขาอาจจะออกไปทางอื่น มีทางออกเลียบคลองอีกทางหนึ่ง

เขาตอบว่า “ออกไป…….” ลากเสียงยาวๆ และมองมาที่เป้าของเรา เราไม่รู้ว่าเขามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่

สิ่งที่เราเห็นคือ มีก้อนเนื้ออะไรซักอย่างถูกอยู่ตรงแฟ้มเรา [เราเอาแฟ้มไว้ข้างหน้า] เราก็งงๆ มันกระดำกระด่าง คิดว่าเป็นนิ้ว สงสัยเป็นโรคนิ้วบวม งงมากว่าจะเอานิ้วมาถูแฟ้มทำไม เมื่อเขาไม่ตอบ เราเองก็เริ่มกลัว เลยเดินหลบไป จะเดินหนี แต่เขามาขวางไว้พร้อมเอามือสอดมาใต้กระโปรงนักเรียน และบีบอวัยวะเพศเรา 3-4 ครั้ง จากนั้นก็หัวเราะเสียงดัง และเดินหนีไป

อีกเหตุการ์ณนึงไม่เกี่ยวกับการล่วงละเมิด แต่ก็เป็นเรื่องที่อันตราย ช่วงประถมเหมือนกัน เราไปซื้อของที่ห้างกับแม่ แม่ดูเสื้อนานมาก เลยขอเดินไปดูอย่างอื่นไม่ไกลกันนัก ขณะที่กำลังเม่อๆ มีผู้ชายวัยกลางคน ผิวขาว แต่งตัวสะอาดเรียบร้อย มาดึงแขนเรา ถามว่า เราดูอะไรอยู่ ไปกับเขาดีกว่า และลากเราลงลิทฟ์ เราก็ขืนเลย บอกมากับแม่ แม่อยู่ข้างหลัง เขารีบปล่อยแขนเราและลงลิทฟ์อย่างรวดเร็ว

เนื้อหาจากกระทู้ http://pantip.com/topic/30579200

ใครเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศตอนเด็กๆกันบ้าง อยากรู้ว่ามีเยอะไหม?? ขอฝากเตือนคนที่มีลูกแล้วดูแลเค้าให้ดีๆอย่าให้คนข้างบ้านหรือคนที่รู้จักแบบสนิทก้อเถอะ อย่า!!ไว้ใจมัน ปัญหาพวกนี้ขจัดยังไงก้อไม่หมด

เนื้อหายาวมาก เป็นการเตือนภัยของแท้ จากกระทู้ http://pantip.com/topic/33143673

ฉันเคยโดนล่วงละเมิดทางเพศเมื่อวัยเยาว์

หลายปีต่อมา มีอาคนหนึ่งในหมู่บ้าน เพื่อนบ้านเรานี่แหละเมาเหล้ามานอนที่บ้าน เรานอนห่ม เขามาห่มด้วยและกอดเราในผ้าห่ม เราคิดว่าเขากอดเพราะเอ็นดูเรา แต่ ……. เขาล้วงมือไปในกระโปรง กาเกงใน เราขยับตัวไม่ได้ ทุกเหตุการณ์ เราไม่เคยบอกใคร ไม่กล้าบอกพ่อกับแม่ เรากลัวโดนตี เราอาย

ผ่านมาจนเราอยู่ ป.6 แม่เรามีสามีใหม่ วันนั้นแม่เราจะไปรับพี่ชายเราที่ต่างจังหวัดมาอยู่ด้วยในช่วงปิดเทอม ให้เราอยู่กับพ่อเลี้ยงสองคน ซึ่งเราเรียกเขาว่าพ่อ เขาก็รักเรานะ(ต่อหน้าแม่มั้ง) ตอนเย็นเขาเมา เรานั่งหันหลังอยู่ๆเขาก็เข้ามากอดทางด้านหลังและพูดว่าพ่อรักหนูนะๆๆ เราก็เริ่มกลัวเลยพูดไปว่า พ่อเป็นพ่อ หนูก็รักพ่อเหมือนกัน แต่เขากลับพูดว่าไม่ได้รักแบบนั้น เรากลัวมากเลยร้องไห้ เขาตกใจรีบผละออก แล้วพูดว่าพ่อขอโทษๆๆๆ รอดตัวไปอีกครั้ง

เนื้อหาจากกระทู้ http://pantip.com/topic/30579200

ที่น่าตกใจคือยังมีกระทู้อีกมากมายแนวนี้ และมีคอมเม้นท์ที่บอกเล่าประสบการณ์เลวร้ายไม่ต่างกัน (ขนาดผมเป็นผู้ชาย วันหนึ่งตอน ม ปลาย ผมยังเคยโดนผู้ชายคนหนึ่งแอบจับไข่บนรถเมล์เลย หนีแทบไม่ทัน Animal)

เวลาคือสิ่งมีค่ามาก เพราะนี่คือยุคที่คนแปลกหน้าพร้อมทำให้ครอบครัวของคุณเกิดบาดแผลแล้วกฏหมายก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้

มนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานใน Office กับเจ้าของธุรกิจที่ทำงานประดุจตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือน คุณจะทำอย่างไรยามที่คุณมีภาระที่ต้องทำและมันสำคัญกว่าการทำเงิน

ฉันก็อยากจะเป็นนายตัวเองนะ แต่ฉันยังมีภาระบ้าน รถ หนี้สินต้องผ่อนอีก

มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ทำงานเพราะต้องการใช้หนี้สินให้หมด สิ่งที่สำคัญต้องหยุดสร้างหนี้เพิ่มแล้ว นายตัวเองไม่เหมือนกับมนุษย์เงินเดือนเพราะความมั่นคงไม่มีจริง ดังนั้นถ้าคุณตัดสินใจซื้อของที่ต้องใช้เวลายาวนานเป็นปีๆผ่อนจนกว่าจะหมด มันเป็นรายจ่ายที่ต้องการรายได้บนความมั่นคง ส่วนนายตัวเองนั้นการจะกู้บ้านกู้หนี้นั้นยากกว่า ถ้าไม่เก็บตังค์ให้ได้เยอะๆก่อนจะเริ่มซื้อของ ก็ลืมไปได้เลย ธนาคารไม่ปล่อยให้ง่ายๆหรอก ความจริงผมเองก็ไม่อยากตำหนิ แต่มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มักซื้อสินค้าเกินความจำเป็นและเกินฐานะชนิดที่ว่าเงินเดือนที่ได้มาเดือนชนเดือนทั้งนั้น รถก็ต้องหลักล้าน บ้านก็ต้อง 3-4 ล้านอัพ มือถือก็ต้องอย่างแพงที่สุด โดยไม่เคยตรวจสอบสถานะของตัวเอง ความพร้อมก็ไม่มี เป็นต้น ไม่ต้องลาออกหรอกครับ ถ้าขาดเงินเดือนเพียงแค่ 1 – 2 เดือนก็มีสิทธิ์กินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว

ดังนั้นจงใช้ชีวิตบนความไม่ประมาท วางแผนการเงินดีๆ ถ้าก่อหนี้ไว้มากเกินไปชนิดที่ต้องผ่อนเดือนละ 5-6 หมื่นบาท คุณก็ต้องนั่งคิดวิธีการสร้างเส้นทางนายตัวเองแบบหลักครึ่งแสนตั้งแต่แรก ถ้าได้ไม่ถึงหลักนั้นก็ไม่อยากทำแล้ว อย่าลืมว่าถ้าวันหนึ่งคุณมีเงิน มีบ้านหลังใหญ่ มีรถคันโต ลูกๆหรือคนในครอบครัวเขาไม่เข้าใจสิ่งที่คุณทุ่มเทหรอกนะครับ เพราะบางทีเรื่องที่พวกเขาต้องการแบบง่ายๆ คือ การได้ใช้เวลาอยู่กับคุณต่างหาก

อย่างน้อยตอนผมเป็นเด็ก ผมก็อยากอยู่กับพ่อแม่มากกว่าของเล่นใดๆในโลกทั้งนั้น

ผมคิดว่าลูกคุณในปัจจุบันและอนาคตก็เหมือนกันนะ

วิชญ์ www.Startyourway.com

เทปสัมภาษณ์นายตัวเองที่ลาออกเพราะต้องการใช้เวลาอยู่กับลูก พี่ก๊วงบอกว่าพอทันทีที่ภรรยาเขาท้อง เขาก็ตัดสินใจเลิกทำงานประจำมาเป็นนายตัวเองทันที เพราะตอนเด็กเขาอยากอยู่กับเราแต่ไม่มีเวลาให้ ตอนโตลูกเขาก็ไม่อยากอยู่กับเราแล้ว ถึงตอนนั้นจะบังคับยังไงไม่อยากอยู่ก็คือไม่อยากอยู่ ฟังประสบการณ์ของพี่ก๊วงได้ที่นี่ครับ http://www.startyourway.com/how-to-become-freedom/startyourway-5-appxygen/

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *