Article

Jordan Fried ทำได้ยังไง เที่ยวรอบโลกและเป็นนายตัวเองในขณะเดียวกัน

By  | 

Jordan Fried ลาออกจากงานที่มั่นคงตอนอายุ 22 เขาเที่ยวเยอะมาก และเป็นผู้ประกอบการทางอินเตอร์เน็ตใน บูดาเปสต์ ฮังการี อย่างจริงจังตอนอายุ 24 คำถามคือเขาทำได้ยังไง…??? มาฟังกันดีกว่า

ตอน Jordan Fried อายุ 22 ปี เขามีทุกอย่างที่ตัวเองเคยอยากจะได้ มีงานที่ดี มีเงินเดือนที่ดีจากบริษัทที่มีชื่อเสียง แถมสายอาชีพก็มีอนาคตสดใสรออยู่ แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่มีเลยก็คือความสุข เขากระตือรือร้นที่จะหาเงินให้ได้เยอะๆ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็อยากจะออกไปท่องโลกด้วย…!!! 

แล้วทำไมเขาถึงไม่ออกไปท่องโลกหละ ก็แต่ละวันเขาอยู่แต่ในโต๊ะทำงานในออฟฟิตทุกเช้า กลางวัน และเย็น และทุกๆวันหยุดสุดสัปดาห์เขาก็ทำได้แค่นั่งเซ็งกระตายอยู่ในบ้านคนเดียว เขาไม่มีแรงบันดาลใจจะทำงาน และพยายามข่มใจให้ยอมรับการอยู่บนถนนเส้นนี้อีกอย่างน้อยๆ 40 ปี ในการใช้เวลาตอน 9 โมงเช้า – 5 โมงเย็นในพื้นที่ที่เขาจัดไว้ให้ (มันน่ายินดีไม่ใช่หรือ ประเทศไทยทำงาน 9 โมงเช้า – 6 โมงเย็นแถมเสียเวลาเดินทางอีกปีละ 1 เดือนเลยนะ)

ชีวิตมันควรมีอะไรมากกว่านี้หรือเปล่า…??? เมื่อเขาตั้งคำถามและไม่เจอคำตอบ เขาเลยตัดสินใจลาออกจากงานโดยปราศจากแผนการใดๆ

ถึงแม้จะเป็นการตัดสินใจที่ดูระห่ำ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะได้ปลูกฝังการเป็นนายตัวเองมาตั้งแต่ก่อนจะตัดสินใจลาออกแล้ว

ตอนเป็นเด็ก Jordan Fried เริ่มต้นธุรกิจของตัวเองในฤดูร้อน เขาจ้างน้องๆเป็นลูกน้องเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ “Bargain Balls” ฟังชื่อแล้วดูงงๆ แต่มันคือการเอาลูกกอลฟ์เก่าๆที่นักกอลฟ์ตีหายไปในสนามมาทำความสะอาดแล้วขายให้นักกอลฟ์มืออาชีพในวันรุ่งขึ้นนั่นเอง

เท่านั้นยังไม่พอ เขายังเริ่มต้นธุรกิจถัดไปโดยการไปเคาะประตูเพื่อนบ้าน เปิดการขายยื่นข้อเสนอเก็บขี้หมาในสนามหญ้าโดยแลกกับค่าบริการนิดๆหน่อยๆ ปีหนึ่งในวันขอบคุณพระเจ้า Jordan Fried โน้มน้าวใจให้เพื่อนๆพาเขาไปที่ห้างในวัน Black Friday และเขาขายช็อคโกแลตร้อนให้กับผู้คนที่ต่อแถวซื้อของ ธุรกิจนี้สามารถสร้างรายได้ให้เขามากถึง 300 เหรียญภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง

มันยอดมากเลยนิสัยแบบนั้น แต่เมื่อเขาโตขึ้น เขาค้นพบว่าความกล้าหาญที่จะไล่ล่าความฝันในการเป็นนายตัวเองได้สูญหายไป และตอนนี้เขาจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรวบรวมความกล้าหาญในตัวเองกลับมาอีกครั้ง

“ถ้าคุณไม่ไล่ล่าความฝันของคุณ ใครบางคนจะจ้างคุณไปทำตามความฝันของเขาแทน”
Tony Gaskins Jr.

หลังจากที่ Jordan Fried หันหลังให้องค์กรกลายเป็นคนว่างงาน เขาก็ได้พบเพื่อนสุดเจ๋งในบาร์แห่งหนึ่งของบูดาเปสต์ เพื่อนของเขากำลังดำเนินการสร้างบริษัทออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง และเขายื่นข้อเสนอให้ Jordan Fried เข้าร่วมทีม เขาไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธได้เลย เพราะเขาไม่อยากกลับไปอเมริกามือเปล่าและกลายเป็นคนพ่ายแพ้ อย่างน้อยก็ทนทำไปก็ละกัน อีกหน่อยอะไรก็คงจะดีขึ้นเอง 

แต่มันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย…!!! 

เขาเข้าร่วมทีมกับเพื่อน ในขณะที่เขาพยายามที่จะทำใจให้ยอมรับกับสถานการณ์ใหม่ แต่สุดท้ายเขาก็รู้สึกได้ว่านี่มันเป็นงานของคนอื่น ใช่ เขากำลังช่วยคนอื่นสร้างบริษัทของตัวพวกเขาเอง นี่มันสถานการณ์ที่แย่กว่าเดิมอีก เขาลาออกมาเพื่อที่จะท่องโลก แต่ตอนนี้เขากำลังกลับเข้าไปสู่วงจรเดิม แถมเขายังเกลียดการทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาด้วย ปรกติแล้วการทำงานทั่วๆไปคุณจะมีเจ้านายแค่คนเดียว แต่การเป็นที่ปรึกษานั้นแตกต่าง คุณต้องดูแลแอ็คเคาท์ และทุกๆแอ็คเคาท์นั่นหมายถึงจำนวนเจ้านายของคุณด้วยเช่นกัน

Jordan Fried ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าตัวเขานั้นมีเจ้านายถึง 10 คน

มันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายจริงๆ

8 เดือนแห่งการพยายามปลอบใจตัวเอง เขาเลยตัดสินใจที่จะยุติมัน เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำอะไรหรือจะทำอย่างไรต่อไป แต่เขาเบื่อสุดๆจนไม่อยากจะใช้เวลาแม้แต่นาทีเดียวในการทำงานให้คนอื่นอีกต่อไปแล้ว

เขากลายเป็นคนว่างงานตอนอายุ 23 อีกครั้ง

เพื่อให้วงจรนี้จบลงโดยเร็วที่สุด Jordan Fried เลยตัดสินใจเร่งรีบในการปฏิบัติภารกิจสร้างเส้นทางนายตัวเองให้สำเร็จ เขาสมัคร Linkedln และเริ่มต้นส่งคำขอไปทุกๆคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ เขาส่งอีเมล์ 100 ฉบับต่อวันเพื่อยื่นเสนอทำงานที่ปรึกษาแบบ Freelance และมันเริ่มเวิร์ค เขาได้งานโดยที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิตเลย

ใช่ ง่ายๆแค่นี้ ส่งอีเมลล์แสดงความเป็นมืออาชีพว่าสามารถทำงานให้ได้ และเขาก็ได้งานโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิต

Jordan Fried ลดชั่วโมงการทำงานของตัวเองลงโดยการจ้างเพื่อนๆในบูดาเปสต์ที่ทำงานอิสระมาช่วยงานเขา และเขายังเริ่มส่งงานให้กับมือปืนรับจ้างที่ทำงานคุณภาพสูงในฟิลิปปินส์อีกด้วย

และเขาก็เริ่มตระหนักได้อย่างช้าๆ มันมีบางอย่างที่มีคุณค่ามากกว่าเงิน เขาต้องการเวลาว่าง เวลาที่จะคิดแผนให้เป็นรูปธรรม เวลาที่จะค้นหาสิ่งที่เขารักจริงๆ เวลาที่จะทำให้เขาได้สร้างธุรกิจของตัวเองจริงๆ และเขาต้องการที่จะเห็นโลกทั้งใบด้วยในขณะที่เขาทำธุรกิจส่วนตัว

ดังนั้นเขาจะทำในสิ่งที่คนอายุ 23 ควรจะทำ Jordan Fried จะทำงานให้หนักขึ้น เขาตักตวงความได้เปรียบที่มีเวลาว่างมากกว่าชาวบ้านออกผจญภัยท่องเที่ยว เขาย้ายออกจากเมืองและเริ่มต้นไปเที่ยวที่ Vienna Prague และสามารถเอางานไปทำได้ด้วยโดยไม่มีข้อกำจัดเรื่องสถานที่

เขาได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ภาษาใหม่ อาหารใหม่ เพื่อนใหม่ อย่างหิวกระหาย และยังมีรายได้ไหลเข้ากระเป๋า

เขากล้าออกจาก Greece Mykonos และ los (อันนี้มันคืออะไรเหรอครับ ใครแปลได้ บอกด้วย) เขาสำรวจ Spain และลิ้มรส Tapas ใน Barcelona และ Madrid เขาไปท่องเที่ยวในโรมพร้อมกับคนเจ๋งๆ และยังไปปารีสพร้อมกับแฟน และยังทำกิจกรรมต่างๆอีกมากมายเกินกว่าจะคาดคิด

ในขณะเดียวกัน เขาหยุดการทำงานที่ปรึกษาใน LinkedIn เด็ดขาดและเริ่มสร้างรายได้จากการทำ Affiliate ขาย Software ผ่าน internet และรับค่าคอมมิชชั่น มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่พอ Jordan Fried ยิ่งเดินทาง เขาก็ยิ่งกลายเป็นคนที่เสพติดเสรีภาพมากยิ่งขึ้น เขาชอบใช้ชีวิตแบบไม่มีขีดจำกัด ดังนั้นเขาจึงยินดีที่จะทำงานหนักเพื่อโครตๆเพื่อทำให้เขาสมหวังในสิ่งที่เขาปรารถนา

เขาเที่ยวสำรวจชายฝั่งโครเอเชียด้วยเรือเป็นเวลา 3 วันเต็ม เขาเคยอยู่ในประเทศไทยนานถึง 2 เดือนเพื่อที่จะใช้เวลาทำงานผ่านโน๊ตบุ๊คและสร้างอิสรภาพให้กับชีวิต เมื่อน้องสาวของเขามาหา พวกเขาก็ทำเรื่องมันส์ๆอย่างการขับรถเที่ยวผ่าน Slovenia จนถึง Venice แล้วก็จบด้วย Salzburg จนถึง Vienna

เขาสำรวจลอนดอน กิน Haggis ใน Scotland กับเพื่อนสนิท บางทีก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในร้านกาแฟของ Amsterdam และ Oktoberfest

ถึงแม้เขาจะท่องเที่ยวอย่างหนักหน่วง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ทำงานอย่างหนักไปพร้อมๆกันด้วย ว้าว

ทุกการเดินทางที่เขาผ่านมา เขาค้นพบพวกยอดมนุษย์ที่น่ามหัศจรรย์หลายคน เขามีเพื่อนมากยิ่งขึ้น และเมื่อไม่นานมานี้เขาก็ได้พบกับคนต่างชาติที่ยอดเยี่ยม 2 คน เขาเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ เขาเชื่อมั่นว่าในอนาคตอาจจะมีโอกาสสร้างธุรกิจ Software ร่วมกันที่เต็มไปด้วยเป้าหมายอันทะเยอทะยาน ในตอนนั้นเขาจะจำกัดเรื่องการท่องเที่ยวเอาไว้ ทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำและสำคัญ  ตัดสินใจแบบคนมีสติ ทุกๆวันเขาจะทำแต่สิ่งที่เขารักเท่านั้น

แน่นอน Jordan Fried บอกกับทุกคนเสมอว่าเขายังไม่รวย แต่เขาออกแบบชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการได้ เขาเที่ยวในที่ที่มหัศจรรย์ ได้อยู่ท่ามกลางคนที่ยอดเยี่ยม และที่สำคัญที่สุด เขาพึ่งอายุ 25 และชีวิตเขาพึ่งเริ่มเท่านั้น…!!!

บทความนี้แปลมากจาก http://www.success.com/blog/how-i-quit-my-job-traveled-the-world-and-became-an-entrepreneur-all-before-i-turned-25 ถ้าหากแปลผิดพลาด รบกวนแจ้งวิชญ์ได้เลยนะครับ

วิเคราะห์เรื่องสำคัญ คนไทยทำตามได้มั้ย…!!! 

เวลาเราอ่านข่าวอะไรแบบนี้ก็เกิดแรงฮึกเหิม แต่พอมามองตัวก็เห็นได้ชัดว่าทำได้ยาก ผมเองก็มีความฝันอยากจะท่องเที่ยวรอบโลก แต่ทันทีที่ทดลองเที่ยวสิงคโปร์ 7 วันด้วยตัวคนเดียวโดยไม่เปิดโรมมิ่ง ผมค้นพบว่าการท่องเที่ยวรอบโลกนั้นไม่ใช่ความฝันแท้ๆของผม เพราะการเที่ยวต่างประเทศกับมาดามแพมนั้นสนุกกว่าหลายเท่า ซึ่งมันทำให้ผมตั้งเป้าหมายว่าต่อไปนี้จะท่องเที่ยวต่างประเทศปีละ 2 ครั้ง ไม่มีใครบัญญัติว่าเที่ยวรอบโลกต้องทำให้เสร็จในการเดินทางครั้งเดียวเดียวนี่ ทยอยเที่ยวก็ได้ และจากที่ได้คำนวนค่าใช้จ่ายคร่าวๆจากการลองเที่ยวในประเทศที่ค่าครองชีพมหาแพง การเที่ยวแบบคุณภาพปานกลาง ไม่หรูหราแต่ก็ไม่ยาจกจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 20,000 – 25,000 บาทต่อคนต่อสัปดาห์ รวมค่าที่พักแล้วแต่ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน

นั่นหมายถึงผมจะต้องเตรียมเงินปีละ 100,000 บาทเพื่อทำความฝันข้อนี้ให้เป็นจริง…!!! ถ้าไปมากกว่านี้ตูหมดตัว ผมเคยแจงค่าใช้จ่ายตอนไปญี่ปุ่นกับมาดามไว้ที่นี่ อยู่ล่างๆ ลองตาไปดูได้ http://www.vittarot.com/2016/01/the-world/ นั่นหมายถึงถ้าผมสามารถเก็บเงินได้วันละ 273 บาท ผมก็สามารถบรรลุเป้าหมายข้อนี้ได้สบาย

kiss

มาถึงคำตอบว่าคนไทยสามารถทำตามได้มั้ย คำตอบคือได้ ถ้า

  1. ผมเคยอ่านเรื่องราวของสามีภรรยาชาวไทยที่ปั่นจักรยานรอบโลก ซึ่งใช้เงินเพียงแค่เดือนละ 27,000 กว่าบาทเท่านั้น แถมยังมีสปอนเซอร์ที่อยากสนับสนุนคอยช่วยเหลือด้วย ที่ถูกเพราะเขาไม่เน้นเที่ยวแพง ไม่พักโรงแรมที่มีค่าใช้จ่ายราวๆ 1,500 – 2,300 บาทต่อวันเหมือนผม กินของราคาประหยัด และใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทาง ถ้าคุณอยากเที่ยวแบบยาวๆ มีแฟนเพจหนึ่งในไทยที่เจ้าของเพจท่องเที่ยวรอบโลกได้การันตีว่าค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 50,000 บาทต่อเดือน
  2. ชาวอเมริกาได้เปรียบตรงที่หาเงินเป็นดอลล่าร์ซึ่งถือเป็นค่าเงินที่แพงอันดับต้นๆของโลก เมื่อเอามาเปรียบเทียบกับค่าเงินบาทไทย รูปี จ๊าด เขาสามารถใช้ชีวิตเยี่ยงราชาได้โดยใช้เงินถูกกว่าเช่าอพาตเม้นท์ในประเทศตัวเองเสียอีก ดังนั้นถ้าคุณเป็นนายตัวเองที่หาเงินได้เป็นดอลล่าร์ คุณได้เปรียบสุดๆในการเป็นอิสระโบยบิน
  3. ถ้าคุณสามารถทำเงินได้โดยไม่มีเงื่อนไขข้อจำกัดทางด้านสถานที่ เรียกได้ว่าต่อให้อยู่ที่ไหนก็สามารถทำเงินได้ คุณสามารถท่องเที่ยวได้เลย ไม่ต้องรอให้มีเงินก้อนแล้วค่อยไป

ใน Startyourway มีคนทำได้…!!! 

ถ้ายกให้เคสท่องเที่ยวรอบโลกพร้อมกับทำเงินไปด้วยใน Startyourway คงไม่มีใครเกินคนนี้ ครูวี Startyourway คนที่ 6 ที่รับสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติในโปรแกรม Skype โดยครูวีนั้นขอแค่มี iPhone กับ Wifi ก็สามารถทำเงินที่ไหนในโลกก็ได้ เธอเคยไปสอนภาษาไทยผ่าน starbuck ที่ ฮ่องกง ในสวนที่สิงคโปร์ บนภูเขาที่ญี่ปุ่น และอีกมากมายที่เขียนยังไงก็ไม่หมดเพราะเยอะจริงๆ นี่คือคนที่ใช้เทคโนโลยีได้คุ้มค่าจริงๆ 

ซึ่งผมจะไม่บอกหรอกว่าครูวีทำได้ยังไง คุณต้องฟังเอาเอง

ปล ถ้าคุณบอกว่าอยากท่องเที่ยวทั่วไทยเฉยๆ ไม่ได้อยากไปเที่ยวรอบโลก ผมอยากให้คุณฟัง Case Study ของ พี่นุ่น Startyourway คนที่ 13 ครับ เธอเป็นเจ้าของร้าน Sodabedhome ที่เที่ยวหนักกว่าทำงานแต่รายได้ไม่ตกเลย รับประกันว่าเรื่องราวของพี่นุ่นจะทำให้คุณสร้างเส้นทางนายตัวเองได้แน่นอน

ถ้าคุณมีความฝันอยากไปเที่ยวรอบโลก หน้าที่ของคุณคือต้องเริ่มต้นท่องประเทศแรกได้แล้ว คุณอาจจะหลงรักการท่องเที่ยวเหมือนครูวี หลงรักประเทศไทยเหมือนพี่นุ่น หรือค้นพบว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเป็น Backpacker เหมือนผมก็ได้ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ จงบอกกับตัวเองว่าเรายังอายุแค่ XX ปี เท่านี้เอง และชีวิตมันพึ่งเริ่มเท่านั้น

วิชญ์ Startyourway

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *