Article

พี่เนยสร้างเส้นทางนายตัวเอง MCL หมอจุฬาจนประสบความสำเร็จระดับประเทศและส่งออกได้อย่างไรทั้งๆที่เริ่มต้นใช้เงินหลักพัน

By  | 

เมื่อผมถามนายตัวเองที่สร้างเนื้อสร้างตัวของ 2 มือทั้งๆที่ตอนเริ่มต้นไม่มีอะไรอย่างพี่เนย เจ้าของแบรนด์ MCL หรือหมอจุฬาอันโด่งดัง ถึงประสบการณ์การเปลี่ยนร่างจากมนุษย์เงินเดือนสร้างเส้นทาง นี่คือเรื่องราวของพี่เนยครับ

ทุกอย่างบนโลกนี้มีข้อดีข้อเสียเสมอ เนยเองก็เคยทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ตื่น 6 โมงเช้ากลับบ้าน 3-4 ทุ่ม ล้างโต๊ะ ชงกาแฟ ยืนหน้าเคาท์เตอร์สั่งอาหารโดยไม่นั่งเกือบสิบชั่วโมง เลยเข้าใจว่าหลายๆครั้งมนุษย์เงินเดือนที่บ่นว่าเหนื่อยแท้ที่จริงมันเป็นอย่างไร

เนยไม่รู้ว่าแต่ละคนมีภาระในการดูแลครอบครัวมากน้อยขนาดไหน แต่การทำงานประจำของเนยไม่สามารถสร้างรายได้เพื่อดูแลคนที่เรารักได้เพียงพอ แถมยังติดข้อจำกัดเรื่องอิสรภาพทางด้านเวลา ถ้าเราอยากอยู่กับคนที่รักมากกว่านี้ก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะชอบงานที่ทำหรือไม่ ทุกๆเช้าคุณต้องเด้งตัวขึ้นมาจากเตียง ไปทำงาน กลับบ้านตามนาฬิกา และต้องพยายามนอนให้หลับเพื่อสะสมแรงสำหรับวันพรุ่งนี้ ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ มีลิมิตหลายอย่าง เงินเดือนกว่าจะขึ้นก็ใช้เวลานาน ต้องใช้การทุ่มเทข้ามเดือนข้ามปี ทุกอย่างมีกฏเกณฑ์ตายตัว ไหนจะปัญหาเรื่องเพื่อนร่วมงานอีก ถ้าคุณชอบในสิ่งที่ทำก็ไม่มีอะไรที่ต้องเครียด แต่ถ้าคุณไม่ชอบ ชีวิตแบบทำงานซ้ำไปซ้ำมาจะทำให้คุณไม่มีความสุข

หมอจุฬาสู่ MCL

เอาเข้าจริงการจะเป็นนายตัวเองหรือมนุษย์เงินเดือน มันขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการอะไรในชีวิต รุ่นน้องของเนยคนหนึ่งทิ้งหน้าที่การงานที่มั่นคงมาเปิดร้านขายขนมเล็กๆเพื่อจะได้มีอิสรภาพมาอยู่กับลูกและคนรัก เขามีความสุขมากกว่าตอนทำงานประจำอีกหลายเท่าทั้งที่รายได้ลดลง หลายคนมองว่าเขาเพี้ยน บ้า โง่ที่ทิ้งอนาคต แต่เขาเบื่อกับการเป็นลูกจ้าง การเป็นนายตัวเองของเขาแม้เงินน้อยแต่ความสุขเต็มพิกัด ไม่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเดินทางเข้าออฟฟิตฝ่าฟันรถ

ติด เครียด ไม่ต้องเจอเพื่อนร่วมงานไม่ดีอีกต่อไป ทุกวันนี้เขาใช้เวลาร่วมกับครอบครัวในการทำธุรกิจเล็กๆอย่างมีความสุข เรื่องแบบนี้ใจเขาใจเรา มันเป็นความรู้สึกเฉพาะตนจริงๆ

ความสุขของการเป็นนายตัวเองคือเราได้ทดลองทำอะไรก็ได้ตามที่เราเห็นว่าน่าสนใจและสร้างรายได้ให้เราได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ไม่มีเพดานรายได้หรือข้อจำกัดทางด้านเวลามาบีบบังคับ ต่อให้เราไม่ทำงานก็ยังสามารถให้ลูกน้องหรือคนที่เราไว้ใจทำงานแทนได้ มันก็เป็นเส้นทางการสร้างรายได้ที่เราสามารถออกแบบได้เกือบ 100%

ค่าครองชีพในปัจจุบันโดยเฉพาะในเมืองหลวงนั้นแพงขึ้นหมดทุกอย่าง ในขณะที่เงินเดือนแทบไม่ค่อยขึ้นเลย คนทำงานเงินเดือนหมื่นกว่าบาทจะอยู่ได้อย่างไร ยิ่งถ้าเป็นกรุงเทพที่ขึ้นชื่อว่าค่าครองชีพสุดแพง เกือบทุกคนต้องเหนื่อยดิ้นรนในการหารายได้ให้มากขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับการเลี้ยงดูครอบครัวและคนที่เรารัก ซ้ำร้าย บางคนไม่สามารถหยุดทำงานได้ แม้จะเบื่อชีวิตที่เจอแต่งานเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ และอยากมีเวลาว่างมากพอสำหรับการพักผ่อนก็ทำไม่ได้ แม้เหนื่อยแทบขาดใจ การทำงานประจำอาจจะไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องนี้ ห้ามป่วย ห้ามลา นั่นคือนิยามที่ทุกคนเจอใช่ไหม

ค่านิยมของคนรุ่นเนย คือ จบออกมาเพื่อทำงานในบริษัทใหญ่ๆ ยิ่งใครทำบริษัทใหญ่เท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมือนคนที่ประสบความสำเร็จทางสังคมมากเท่านั้น ยุคสมัยนั้นการเป็นนายตัวเองไม่ได้ถือเป็นเรื่องเท่ห์ หรือเรื่องน่ายกย่อง การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานบริษัทใหญ่ๆ คือความถวิลหาของวัยรุ่นที่แท้จริง แต่หลายคนอาจจะไม่ชอบเส้นทางสายนี้ เนยก็เป็นคนหนึ่งที่เริ่มต้นเดินบนเส้นทางงานประจำเหมือนกันก่อนมาเป็นนายตัวเอง

ชีวิต

เนยเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ครอบครัวไม่ค่อยมีฐานะ แต่เรารักที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตตัวเอง ถึงแม้เกิดมาไม่มี แต่เราสามารถเลือกสร้างชีวิตให้มีได้ ครอบครัวไม่มั่งคั่งแต่ไม่จำเป็นต้องอดทนกับความจน เนยจึงเริ่มต้นวางแผนเรื่องการศึกษา และทำงานส่งตัวเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายโดยไม่พึ่งครอบครัว

ใช่ค่ะ…!!! เนยเป็นมนุษย์เงินเดือนตั้งแต่ยังไม่จบปริญญา ทำงานล่วงหน้าก่อนคนอื่นหลายปี ทั้ง Fulltime Parttime ตั้งแต่ร้านอาหารจานด่วนจนถึงงานพริตตี้โชว์สินค้า

รับค่าแรงเป็นรายวัน รายเดือนก็เคยทำ เงินทุกบาททุกสตางค์ไม่เคยเสียไปกับแฟชั่นโทรศัพท์มือถือ แต่ลงทุนกับการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อเอาใบปริญญา ไม่เคยคิดหาข้ออ้างหาเรื่องตัดพ้อชะตาฟ้าดินแล้วเลือกที่จะไม่ทำอะไร ถึงแม้ต้นทุนชีวิตจะต่ำ แต่ความทะเยอทะยานมีสูง จึงเลือกที่จะเป็นคนสร้างอนาคตด้วยสองมือของตัวเอง

การทำงานล่วงหน้าก่อนจะเป็นบัณฑิตหลายปีทำให้เห็นรูปแบบชีวิตแบบที่ต้องการ และเจอเป้าหมายในชีวิตเร็วกว่าคนอื่นเช่นกัน…!!! หลายคนสงสารที่เราเหนื่อยแต่เด็ก แต่การทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยทำให้เราค้นพบว่าชอบอะไรและไม่ชอบอะไร

เนยเหนื่อยกับการทำงาน หลับบนรถเมล์จนเลยบ้านไปหลายชั่วโมงก็เคย ไม่อยากใช้ชีวิตบนท้องถนนอย่างนี้ เลยตัดสินใจว่าเราต้องเป็นนายตัวเองเท่านั้น…!!!

ธุรกิจแรกของเนยคือการเปิดร้านขายของชำ โดยเน้นเลือกทำเลราคาถูกแต่มีกลุ่มเป้าหมายรองรับ คนทุนน้อยต้องเริ่มต้นแบบคนทุนน้อย และทันทีที่ลงดูพื้นที่เพื่อเริ่มต้น ไม่มีที่ไหนอีกแล้วจะตอบโจทย์ไปมากกว่าไซต์งานก่อสร้าง เนยเลยกู้เงิน กยศ. เอาไปซื้อขนม เครื่องดื่ม และจ้างคนงานแถวนั้นมาขายสินค้าให้เรา ถึงแม้เงินที่ได้จะไม่มาก แต่มันเป็นเงินที่ได้มาจากความภาคภูมิใจ และนั่นเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าเรากำลังเป็นนายตัวเอง เป็นบทเรียนในชีวิตที่สอนว่าใครๆก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ถ้ามีความอยากมากพอแม้ไม่มีเงิน

จากความมั่นใจขั้นเทพแบบเด็กๆที่ประสบความสำเร็จจากการเปิดแผงเล็กๆ ความด้อยประสบการณ์ อ่อนต่อโลก ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งคิดการใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า เนยเอาเงินทั้งหมดที่มีไปเปิดร้านขายเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงที่อยากสวย และคิดเอาเองว่าผุู้หญิงทุกคนต้องชอบสไตล์เสื้อผ้าที่เราเอามาขาย หลังจากลงมือทำ ผลลัพธ์คือ บึ้ม…!!! ธุรกิจที่สองในชีวิตจบลงด้วยคราบน้ำตา เจ๊ง เละ พินาศไม่มีชิ้นดี ความมั่นใจทั้งหมดที่มีกลายเป็นเถ้าธุลีหายไปในสายลม สิ่งเดียวที่ทำได้คือร้องไห้บนหมอนใบเดิมทุกๆคืน…!?!

ยอมแพ้ หรือ สู้ต่อ…!!! คนเรามีแค่ 2 ทางเลือก

บางคนเกิดมาเลือกไม่ได้ แต่ถ้าอยากเป็นนายตัวเองต้องพยายามสร้างทางเลือกให้ตัวเองเสมอทุกคนรู้ ผู้หญิงกับความเครียดเป็นเรื่องที่เข้ากันไม่ได้ ผลจากการทำงานหนักจนร้านเจ๊งและคิดไม่ตกเกี่ยวกับอนาคตทำให้หน้าของเนยเต็มไปด้วยสิว โทรม และปัญหาผิวมากมาย เนยรู้จักคุณหมอท่านหนึ่งซึ่งเป็นแพทย์ที่ให้คำปรึกษาเรื่องความสวยความงามที่เก่งมาก บวกกับพอรู้จักเพื่อนๆพี่ๆที่ทำงานอยู่ในโรงงานผลิตเครื่องสำอาง เมื่อเอาทั้งสองมารวมกัน ความฝันครั้งที่ 3 จึงบังเกิด…!!!

เนยเห็นช่องทางธุรกิจตรงนี้เข้าจังเบ้อเร่อ ประเทศไทยมีผู้หญิงที่เครียด ทุกข์ ทรมาน จนกระทบผิวหน้าเหมือนเรามากมายขนาดไหนไม่มีทางรู้ได้ มองไปทางไหนก็ยังไม่มีครีมบำรุงผิวหน้าที่เกิดมาสำหรับพวกเธอ เมื่อคำถามมาปัญญาเกิด แทนที่เราจะเอาผลิตภัณฑ์ของคนอื่นมาขายแล้วตัดราคากัน ทำไมเราไม่สร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาด้วยตัวเอง…!!! เป็น Blue Ocean ที่เป็นของเราจริงๆ

ในยุคนั้น ยังไม่มีใครบุกเบิกตลาดเครื่องสำอางแบบจริงๆจังๆเท่ายุคนี้ เนยไม่ได้มีญาณแต่มองเห็นอนาคต และนายตัวเองทุกคนควรจะฝึกมองอนาคตให้เป็น…!!!

อยากทำแต่ทุนไม่มี เงินทั้งหมดจมลงไปในก้นทะเลที่ชื่อว่าร้านเสื้อผ้า แต่คนเราพอเห็นโอกาสตรงหน้าที่จะทำให้พลิกชีวิตได้ ไม่มีใครหรอกนะค่ะที่จะไม่กดดันให้ตัวเองหาวิธีเริ่มต้น สมองของคุณมหัศจรรย์กว่าที่คุณคิดเสมอ

เมื่อเราไม่มีเงิน แต่เพื่อนมี ทำยังไงหละ เราก็เลยหน้าทนยืมเงินเพื่อนสนิทสองคนแกมอ้อนวอนคนละ 5,000 บาท ถ้าไปไม่รอดก็แค่กลับไปทำงานประจำแล้วเอาเงินมาคืนเขา กลัวอะไร เคยเนรมิตธุรกิจให้เจ็งคามือมาแล้ว ชีวิตมีภูมิต้านทานความจน คนที่เคยเป็นอีสุกอีใสจะไม่กลับมาเป็นอีกฉันใด คนที่เคยเจ๊งย่อมไม่เสียใจกับการเจ๊งอีกครั้งฉันนั้น นี่คือการคิดบวกสุดชีวิต

เราจะขายครีมในแบรนด์ “หมอจุฬา” และครั้งนี้มันต้องประสบความสำเร็จแน่ๆ เราเชื่อ แต่คนอื่นไม่

ทุกคนส่ายหน้าว่าบ้า เพี้ยน สติไม่ดี ไม่หลาบจำ แต่อยากทำ จบป่ะ…!!!

สินค้ามี แต่เงินหมดแล้ว ต้องประหยัดงบประมาณในการขายเป็นอย่างยิ่ง เรามั่นใจในผลิตภัณฑ์ของเรา แต่การมีทุนน้อยทำให้เราต้องรอบคอบ ต้องเล็งให้แม่นว่าจะเปิดร้านที่ทำเลไหน ค่าเช่าต้องถูก ลูกค้าต้องมี นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้แบรนด์หมอจุฬาเปิดตัวครั้งแรกที่ตลาดนัด ทำเลที่เดิมพันด้วยความมั่นใจสุดท้ายที่เรามี

วันแรกที่ขาย กลัวขายไม่ออก กลัวขาดทุนย่อยยับ กลัวไม่มีคนซื้อ กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม ถ้าคิดผิดจะเป็นอย่างไร…??? สุดท้ายได้แต่ปลอบใจตัวเอง ทำธุรกิจล้มเหลวไม่ได้ไปฆ่าใครตาย ไม่เห็นต้องอายแม้แต่นิดเดียว

ไม่ทำ ไม่รู้ ไม่ลอง ก็ไม่ได้เริ่ม

2 ชั่วโมงผ่านไป สินค้าหมดเกลี้ยง ได้เงินมา 30,000 กว่าบาท…!!! นั่นคือเงินก้อนแรกที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยทำมา น้ำตาไหลเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่เป็นน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ ความเชื่อของเราไม่สูญเปล่า และมันคือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองอย่างถาวร

ไม่มีอะไรหยุดเราได้แล้ว ความสนุกทำให้เนยตัดสินใจเดินต่อ จากขายปลีกสู่ขายส่ง จากลุยเดี่ยวจนมีตัวแทนจำหน่าย กิจการเติบโตอย่างรวดเร็วจนเนยตั้งตัวแทบไม่ทัน ขายดีมาก สนุกมาก แต่ต้องแลกมากับการทำงานหนัก 3 ปีเต็ม ไม่มีพัก ไม่มีเที่ยว ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ทั้งหมดทุ่มเทให้กับการขาย ทำงาน และท้าทายตัวเองขึ้นทุกวัน…!!!

เหนื่อยกว่าแต่สนุกกว่า ชีวิตสะใจมาก

หลายคนกลัวการทำธุรกิจเพราะกลัวผิดพลาด เจ๊ง ล้มเหลว ไม่มั่นคง การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงจริง เนยการันตี แต่ถ้าคุณคิดแบบพินิจรอบคอบ เวลาเศรษฐกิจไม่ดี จะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือมนุษย์เงินเดือนก็เสี่ยงเหมือนกัน…!!!

การเริ่มต้นคือการเปิดประตูบานใหม่โดยที่ไม่รู้ว่าประตูนั้นจะพาชีวิตเราไปไหน…!!!

เมื่อประสบความสำเร็จมากขึ้น หมอจุฬาได้รับการตอบรับที่ดีมากในฐานะแบรนด์ใหม่ไฟแรง ในเมื่อเราทำได้ทำไมคนอื่นจะทำตามไม่ได้ ของปลอมของเลียนแบบจึงเกิดขึ้น ลูกค้าโทรมาต่อว่าเรามากมายทั้งๆที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา เจ้าหน้าที่ อย. ต่างๆเริ่มเข้ามาตรวจสอบเพราะได้รับการร้องเรียน ปัญหาคือสินค้าปลอมเหล่านั้นแอบอ้างชื่อของเรา ใส่ที่อยู่ของเรา จนกระทั่งสินค้าของเรากลายเป็นปัญหาลงข่าวใหญ่ระดับประเทศ สุดท้ายพอข่าวแรงมากๆ สินค้าได้รับผลกระทบเต็มๆ ลูกค้าแยกไม่ออกว่าอันไหนของจริงของปลอม ถ้าเป็นหลายคนอาจจะท้อแท้ล้มเหลว แต่ถ้าคุณทำอะไรด้วยความรัก จะไม่มีคำว่ายอมแพ้ปรากฏขึ้นมาในหัวใจนายตัวเองเด็ดขาด เราสู้ต่อ ปรับเปลี่ยนแบรนด์ใหม่หมดจากหมอจุฬาเป็น MCL

นิสัยนายตัวเองที่ต้องมี

การทำธุรกิจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ถ้าคุณหลงรักเส้นทางสายนี้ คุณจะไม่รู้สึกว่ามันคือปัญหา แต่มันคือการเปิดโลกทัศน์ของคุณให้กว้างไกลกว่าเดิม

คนจะเป็นนักธุรกิจได้ ต้องเรียนรู้เรื่องกฏหมาย ภาษี การตลาด วิธีการตั้งราคา วางแผนทางการเงิน การติดต่อประสานงานกับตัวแทนจำหน่าย การต่อรองกับซัพพลายเออร์ การเจรจาธุรกิจกับชาวต่างประเทศ การติดตามเทคโนโลยีความงามใหม่ๆ การศึกษาคู่แข่ง ดูแลลูกน้อง ทีมงาน และการวางกลยุทธ์สำหรับการดูแลธุรกิจให้ทำงานต่อไปได้ไม่ว่าจะสภาวะบ้านเมืองจะเป็นแบบไหน มันเป็นความรู้ที่ไม่มีสอนจากมหาลัย เป็นประสบการณ์ตรงที่มีแต่นักธุรกิจที่ทำธุรกิจจริงๆเท่านั้นได้เรียนรู้ นี่คือเรื่องจริง…!!! คุณพร้อมมั้ยที่จะยอมรับทุกปัญหาที่เข้ามาไม่ว่ามันจะเกิดจากคุณหรือไม่…??? คนจะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จวัดกันที่ตรงนี้ ถ้าใจไม่รักจริง คุณจะไม่อยากทำต่อแม้จะเจอปัญหาเพียงนิดเดียว

อยากฝากอะไรถึงว่าที่นายตัวเองทุกคน

เรื่องหนึ่งที่การศึกษาไม่ได้สอนเลย คือการถามตัวเองทุกวันว่าคุณต้องการชีวิตแบบไหน คุณภาพชีวิตอย่างไร มีที่พักอาศัยแบบไหน และคุณต้องการกระแสรายได้เพื่อจะมีชีวิตแบบที่ต้องการเท่าไหร่ จะดูแลเลี้ยงดูพ่อแม่ด้วยเวลาและส่งเงินให้พ่อแม่เดือนละเท่าไหร่ พอเรามีรายได้มากยิ่งขึ้น ครอบครัวเราก็สุขสบายมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนพ่อแม่คิดถึงอยากมาหาต้องเดินทางนั่งรถเป็นสิบๆชั่วโมง ทุกวันนี้เราจ่ายเงินให้พ่อแม่ขึ้นเครื่องบินได้เลยโดยไม่ต้องกังวล

ชีวิตคุณสามารถเลือกได้ ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน รายได้ไม่ได้เป็นสิ่งที่วัดความสุขได้เสมอไป อย่าให้ใครมาบอกว่าคุณว่าคุณทำอะไรได้หรือไม่ได้ ถ้าคุณเบื่อสิ่งที่คุณทำและมีความเชื่อมั่นในตัวเอง นั่นคือสัญญาณว่าชีวิตของคุณต้องการความเปลี่ยนแปลง คุณจะทำได้หรือไม่ใครจะทำนายได้ แต่ถ้าคุณเริ่มทำ โอกาสของคุณมีตั้งแต่ 1-100 ไม่ใช่ 0 แน่นอน ขอให้คุณประสบความสำเร็จในเส้นทางสายนายตัวเอง ชีวิตคุณ คุณต้องติดสินใจ ความเข้มเเข็งเขาวัดกันที่หัวใจ ถามใจตัวเองค่ะ

ขอให้คุณโชคดีค่ะ
http://www.mcl.co.th/

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *