Article

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่าการเป็นนายตัวเอง

By  | 

ช”ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง” คำกล่าวนี้ไม่ได้ถูกพูดขึ้นลอยๆ แต่เป็นคำที่ผมสัมผัสด้วยตัวเองหลักจากที่ตกงานกระทันหันเพราะแม่เป็นมะเร็ง คำขู่ทั้งหลายที่ผมเคยได้รับว่าการเป็นสถานะนายตัวเองนั้นลำบากมากขนาดไหน เหนื่อยหนักตรากตรำยิ่งกว่าอะไร แถมปัญหาสารพัดที่จะต้องถาโถมเข้ามาหากไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือนที่จะทำลายความสงบสุขแบบมนุษย์เงินเดือนน่ากลัวเพียงใด มันไม่เคยเกิดขึ้นจริงเลยแม้แต่อย่างเดียว…!!! ผมโดนหลอกเต็มๆ

ตอนสมัยทำงานประจำผมเครียดมาก เดินทางก็เหนื่อยแล้ว บางวัน 2 ทุ่มก็ยังไม่ได้กลับบ้าน โดนกดดันจนไม่มีความสุข นอนก็ไม่ค่อยจะเต็มอิ่ม เงินไม่พอใช้ แถมนับได้เลยว่าในแต่ละเดือนมีโอกาสกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่ไม่กี่ครั้ง บางวันก็ต้องกินยาพาราเพื่อจะได้นอนแบบไม่ปวดหัว ไม่มีความสุขขนาดนี้แต่ก็ทนก้มหน้าก้มตาทำงานเพราะมีแต่คนบอกว่าถ้าลาออกไปเป็นนายตัวเองมันจะหนักกว่านี้อีก หากทำงานประจำให้ดีไม่ได้ จะไปเป็นนายตัวเองที่ดีได้ยังไง

ตอนนั้นผมลืมเอะใจไป คนที่ขู่ผมส่วนใหญ่คือมนุษย์เงินเดือนที่ไม่เคยเป็นนายตัวเอง…!!! และผมค้นพบว่านายจ้างที่ขู่มนุษย์เงินเดือนที่อยากเป็นนายตัวเองมี 2 เจตนา คือ ตัวเองเคยล้มเหลวกับการเป็นนายตัวเองอย่างหนักมาก่อนเลยเตือนตามประสบการณ์ของตัวเองที่เคยผจญ กับ ไม่ต้องการให้มนุษย์เงินเดือนลาออกเพราะการหายไปของบุคลากรหนึ่งคนมันหมายถึงความยุ่งยากในการหาคนใหม่ที่จะมาพร้อมค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น นายจ้างที่ไม่มีมนุษย์เงินเดือนทำงานให้นั้นจะต้องปวดหัว ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ถ้าฟันเฟืองในการทำเงินต้องสะดุดก็ไม่ใช้เรื่องน่าสนุกอย่างแน่นอน

ผมไม่ใช่คนเดียวที่คิดอย่างนี้ แม้แต่นายตัวเองมากมายที่ผมไปสัมภาษณ์ว่าลาออกจากงานแล้วเอาตัวรอดโดยไม่กินเงินเดือนยังไง 90% ล้วนยืนยันว่า “การเป็นลูกจ้างนั้นยากกว่าการเป็นนายตัวเองจริง…!!!” นายตัวเองบางท่านถึงกับประกาศออกมาเลยว่าถ้ารู้อย่างนี้ลาออกจากงานนานแล้ว ไม่ทนทำงานยาวนานประจำยาวนานขนาดนั้นหรอก คุณอาจจะกำลังสงสัยว่าท้ายที่สุดแล้วควรจะเชื่อใคร ผมอยากจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องตัดสินใจฟังจากประสบการณ์ของคนอื่น ค่อยตัดสินใจหลังจากที่ลิ้มรสชาตินั้นด้วยตัวเอง

และบทความนี้ผมขอวิพากษ์วิจารณ์สังคมมนุษย์เงินเดือนอย่างตรงไปตรงมาเพื่อยืนยันว่าโลกมันเปลี่ยนไปนานแล้ว

1. การเริ่มเป็นลูกจ้างเงินเดือน 15,000 บาทคุณจะต้องทุ่มเททรัพยากร 16 ปีกับค่าเล่าเรียนสุดแพงเพื่อปริญญาใบเดียวจากระบบการศึกษาที่สอนให้รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่จำเป็นต้องรู้ แต่อินเตอร์เน็ตมีทุกเรื่องที่อยากรู้โดยไม่ต้องประจบประแจงอาจารย์เพื่อทำแต้ม…!!!

อินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงทุกความรู้ที่ทันสมัยบนโลกนี้ฟรีๆได้ภายในไม่กี่วินาที ในขณะที่การเรียนตามหลักสูตรแบบการศึกษาไทยคือการใช้เวลาหลายชั่วโมงเข้าไปนั่งฟังอาจารย์เปิดหนังสือสอน ผมไม่เคยเสียใจที่ได้เกรดเฉลี่ย 1.32 ตอน ม.6 ผมจะบอกความลับให้นะครับ แม้แต่อาจารย์ในระบบการศึกษาส่วนใหญ่ก็อยากลาออกจากงาน และพวกเขาก็เจอปัญหาแบบมนุษย์เงินเดือนคือไม่รู้จะลาออกไปทำอะไรเล่นงาน มีอาจารย์เพียงกลุ่มเล็กๆที่รักงานของตัวเองจริงๆ ผมหลงรักทุกวิชาที่อาจารย์สอนสนุกและสอนประสบการณ์ความรู้นอกตำราที่ทันสมัย ทุกวันนี้ทุกวิชาในหลักสูตรไม่สามารถใช้เอาตัวรอดบนโลกได้อีกต่อไปแล้ว มันทั้งโบราณ เทอะทะ สอนในสิ่งที่ไม่รู้จะเอาไปใช้อะไรในชีวิตจริงได้ หากการศึกษามีเป้าหมายคือการพัฒนาบุคคลกรให้มีคุณภาพ จากสถิติต่างๆเราก็คงเห็นแล้วว่าสังคมเราหลงทางจากเป้าหมายขนาดไหน แต่พอจะบอกว่าการศึกษามีหน้าที่สอนให้บุคคลกรที่จบเอาวิชาไปทำเงินเพื่อเลี้ยงดูตัวเองก็จะมีคนบอกว่าการศึกษานั้นเป็นสิ่งที่อยู่สูงกว่าเงินนัก แล้วตกลงเป้าหมายของการศึกษาคืออะไร…??? สิ่งที่ผมสงสัยคือทำไมไม่สอนวิชาการทำเงินตรงๆไปเลยว่าบนโลกใบนี้มีใครทำเงินแบบไหน ยังไง ใช้เทคโนโลยีอะไรช่วยได้บ้าง ทำไมบางคนสามารถทำเงินที่ไหนบนโลกก็ได้โดยไม่ต้องเข้างาน 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น หากคุณไม่ต้องการเป็นมนุษย์เงินเดือนคุณจะต้องเรียนรู้อะไรบ้าง การลงทุนคืออะไร การสร้างสินค้าเองเพื่อจัดจำหน่ายทำยังไง ทำไมการเล่นเกมส์ถึงสามารถเปลี่ยนชายธรรมดาให้เป็นเศรษฐีแต่นายกรัฐมนตรีบอกว่าเด็กไทยติดเกมส์มากไป บลาๆๆ สิ่งเหล่านี้ในระบบการศึกษาไม่มี แต่ในอินเตอร์เน็ตคุณสามารถค้นหาแบบละเอียดสุดๆตั้งแต่นายตัวเองท่านนั้นยังไม่มีอะไรจนกระทั่งเริ่มสร้างชื่อเสียงได้โดยไม่ถึงชั่วโมง ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่สามารถข้ามสถานะจากนักศึกษาไปเป็นนายตัวเองได้เลยโดยไม่ต้องผ่านงานประจำเพื่อเรียนรู้เพราะนายตัวเองระดับโลกได้สอนวิธีการเอาตัวรอดแบบไม่กินเงินเดือนให้เรียนรู้กันแบบไม่มีกั๊กเลย

2. การเป็นนายตัวเองในยุคที่อินเตอร์เน็ตครองโลกใช้ทุนตั้งต้นถูกกว่าการเริ่มต้นทำงานประจำเสียอีก ใครๆก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้โดยไม่ต้องมีความเสี่ยงทางการเงิน…!!!

การออกแบบไลฟ์สไตล์ในยุคนี้เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการทำงานประจำแน่นอน ผมขอยกแค่ตัวอย่างเดียวคือการจราจร ทุกวันนี้ผมไม่กล้าออกจากบ้านไปผจญท้องถนนตอน 7 โมงเช้า – 9 โมงเช้า และยินดีทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงขับรถตอน 6 โมงเย็น – 3 ทุ่ม เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่การจราจรมันฆ่าคนได้ ผมทนใช้เวลาบนรถวันละ 3 ชั่วโมงอยู่ 3 ปีก่อนจะตัดสินใจไม่ทน ทุกวันนี้มีใครซักกี่คนที่ไปถึงที่ทำงานแบบ “ว้าว ดีจังเลย จะได้ทำงานซะที วู้ฮู้…!!!” ส่วนใหญ่ไม่เลย แค่ฝ่ารถติดได้นี่ก็เกือบตายแล้ว ไหนจะต้องเจอการทำงานแบบมาราธอนอีก 9 ชั่วโมงเต็ม ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีค่าตัวแพงระดับ 4 หมื่นบาทต่อเดือนขึ้นไปมันก็น่าจะพอทน แต่ถ้าคุณเงินเดือนไม่ถึงสองหมื่นห้าพันบาทและมาเจอเรื่องราวแบบนี้อีกพร้อมกับเบื่อชีวิตแทบใจจะขาด ผมขอแนะนำให้เสี่ยงกับการเป็นนายตัวเองดีกว่า ถึงแม้จะบอกว่าเสี่ยง แต่เทคโนโลยีสมัยนี้ก็สามารถทำให้นายตัวเองสร้างธุรกิจต้นทุนต่ำแต่ผลตอบแทนสูงได้ เมื่อวานก่อนผมพึ่งสัมภาษณ์นายตัวเองคนที่ 15 ครูหนิง ครูสอนโยคะที่ภูเก็ต เธอเล่าให้ฟังว่าเริ่มธุรกิจจากการประกาศผ่าน Facebook ว่ารับสอนโยคะแค่นั้น…!!! ผลลัพธ์ก็คือสามารถสร้างรายได้ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเลย แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนที่ยังไม่ใช่ยุคออนไลน์ คุณจะต้องใช้เงินสร้างสถานที่ก่อนแล้วค่อยหาลูกค้าทีหลัง อันนั้นหนะเสี่ยงของจริง ที่สำคัญไม่กี่วันก่อนผมพึ่งเจอคนที่สามารถสร้างรายได้เดือนละ 27,000 บาทโดยทำงานแค่สัปดาห์ละ 40 นาทีโดยใช้เทคโนโลยีทำงานแทนตัวเองทั้งหมด ดูเป็นเรื่องเวอร์มากแต่ถ้าคุณเข้าใจพลังอำนาจของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน คุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย

3. จุดเด่นสูงสุดของมนุษย์เงินเดือนที่เหนือกว่าสถานะนายตัวเองมาตลอดคือความมั่นคง แต่ข้อเท็จจริงบนโลกปรากฏออกมาแล้วว่างานประจำก็ไม่ได้มีความมั่นคงเลย จะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือนายตัวเองก็เสี่ยงเท่าๆกัน

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวการปลดพนักงานครั้งใหญ่ๆของหลายๆบริษัท และกระทู้ใน Pantip ก็มีถี่ขึ้น คำแนะนำที่ว่าหากเศรษฐกิจไม่ดีอย่าลาออกจากงานประจำนั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่ไม่มีประโยชน์ที่คุณจะเชื่อฟังคำแนะนำนี้เพราะอำนาจในการตัดสินใจเกินกว่าครึ่งไม่ได้อยู่กับคุณ Startyourway ไม่ได้อยู่ตรงกลางระหว่างให้มนุษย์เงินเดือนหาอาชีพเสริม แต่มีความคิดสุดโต่งคือสนับสนุนให้ลาออกจากงานแบบเอาตัวรอดได้โดยไม่กินเงินเดือน งานประจำมันจะดีเฉพาะคนที่อายุไม่เกิน 35 ปีเท่านั้น หากผ่านช่วงอายุนั้นไปแล้วสำหรับคนที่ทำงานประจำจะเริ่มอยู่ยากขึ้น เพราะคุณอยู่ในช่วงระหว่างคนรุ่นใหม่ที่จะมาแทนที่กับคนรุ่นเก่าที่พยายามจะกีดกันเพื่อรักษาความมั่นคงของตัวเอง แถมหากมีเด็กรุ่นใหม่ที่สามารถเรียนรู้จากเทคโนโลยีจนมีความสามารถเท่ากับคุณด้วยค่าแรงที่ถูกกว่า บัดนั้นคุณซวยแน่นอน งานประจำไม่ได้มีความมั่นคงเลย ระบบการศึกษาและบรรดาเหล่านายจ้างเขาต้องการให้คุณรู้สึกอย่างนั้นเพื่อที่จะได้มีบุคคลากรทำงานให้เขานานๆ แน่นอนครับนายจ้างดีๆก็มีผมพูดอย่างนี้อาจจะดูใส่ร้ายพวกเขาไปหน่อย แต่จงจำไว้นะครับ คำพูดที่ว่าองค์กรก็เหมือนครอบครัวนั้นไม่จริง ถ้านายจ้างบังคับให้คุณทำงานล่วงเวลาแต่ไม่จ่าย OT ให้แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคำว่าครอบครัวของเขาหมายถึงเทประโยชน์ให้ฝั่งไหนมากกว่ากัน ทำไมพวกเขามีสิทธิ์เรียกร้องจากคุณมากขึ้นโดยที่คุณไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลย นี่คือเหตุผลที่นายตัวเองหรือมนุษย์เงินเดือนที่เข้าใจสัจธรรมจึงพูดว่า “ทำให้ตาย สุดท้ายก็ไม่ใช่ของเรา”

4. เพราะการเป็นนายตัวเองในยุคนี้มันเป็นกันง่ายจริงๆ

คุณจะไม่เข้าใจประโยคนี้ตราบใดที่ไม่ได้ลองใชเทคโนโลยีสร้างเส้นทางนายตัวเอง การทำงานประจำวันละ 8 ชั่วโมงนั้นสำหรับผมคิดว่ามันมากเกินไป ทำไมต้องใช้เวลา 1 ใน 3 ของหนึ่งวันเพื่อทำงานในเมื่อเรามีสื่อมากมายที่มนุษย์สร้างขึ้นให้เราใช้มันสร้างธุรกิจฟรีๆ ทุกวันนี้ผมเจอนายตัวเองมากมายที่ทำเงินได้มากกว่าสมัยที่ตัวเขาทำงานประจำด้วยชั่วโมงทำงานที่น้อยกว่าเยอะแยะ มนุษย์เงินเดือนกว่าจะได้เงินเดือน 6 หลักต่อเดือนจะต้องมีเงื่อนไขเยอะมาก แต่นายตัวเองที่สร้าง 6 หลักต่อเดือนไม่มีเงื่อนไขอะไรเลยนอกจากสมองอย่างเดียว ลองคิดดูนะครับ Youtube Facebook WordPress Twitter Google บลาๆๆ ทั้งหมดมันให้เขาใช้ฟรีๆ คุณไม่คิดว่าพลังนี้เราไม่สามารถขอยืมมาสร้างเส้นทางนายตัวเองได้จริงๆหรือ ครูวีสามารถทำเงินข้ามประเทศโดยการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติผ่าน Skype และ Youtube ได้โดยที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานแทนแล้วไม่ต้องไปยุ่งกับมันเลยจนกว่าจะสิ้นเดือนก็มี ใน Startyourway Interview ก็มีนายตัวเองตั้งหลายคนที่สร้างรายได้โดยไม่ต้องออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ พวกเขาไม่ได้เป็นยอดมนุษย์แต่แค่ใช้เครื่องมือในโลกยุคนี้ให้เป็นประโยคเท่านั้นเอง อย่าถามผมเลยว่าเขาทำได้ยังไง ฟังเอาเองแล้วกัน ถ้าคุณนึกไม่ออก ลองคิดดูนะครับ คุณสามารถเสียเงินข้ามโลกด้วยการใช้ปลายนิ้วจิ้มโทรศัพท์ได้ยังไงหละ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะใช้พลังนั้นสร้างรายได้ให้ตัวคุณ

5. เลวร้ายที่สุดของการเป็นนายตัวเองแล้วไม่รอดคือกลับไปทำงานประจำใหม่เท่านั้น ยุคนี้คุณสามารถสมัครงานได้วันละ 50 บริษัทโดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ ไม่ต้องเดินเตะฝุ่นหางานเหมือนสมัยก่อน

มีคนถามผมว่าคุณวิชญ์สนับสนุนให้คนลาออก แล้วถ้าเขาลาออกแล้วไม่รอดจะรับผิดชอบยังไง…??? ผมมักจะตอบไปว่าถ้าลาออกแล้วไม่รอด อย่างเลวร้ายที่สุดก็กลับไปทำงานประจำใหม่แค่นั้นแหละครับ แล้วพอผมถามกลับว่าถ้าคุณไม่สนับสนุนให้คนลาออก วันหนึ่งที่เขาโดนบีบให้ออกตอนเเก่ เศรษฐกิจไม่ดี บริษัทเจ๊ง คนที่รักเขาป่วยเป็นโรคร้ายแรง คุณจะรับผิดชอบยังไง…??? ส่วนใหญ่ก็มักเงียบไป ถ้าวันนี้ผมเกิดไปไม่รอดจากการเป็นนายตัวเองจริงๆ ผมสามารถวกกลับไปทำงานประจำใหม่ได้ทุกเมื่อตั้งแต่ Graphic Design เงินเดือน 30,000 บาท (ผมมั่นใจว่าระดับความสามารถอย่างผมหางานให้เงินเดือนระดับนี้ได้อยู่แล้ว ในอินเตอร์เน็ตมีประกาศรับสมัครกันเพียบ) หรือไปเป็นเด็กเสิร์ฟเงินเดือน 12,000 บาทที่ได้งานทันทีก็ได้ การลาออกจากงานมันไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอกครับ มันไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจคัร้งเดียวแล้วมีผลลัพธ์ถาวร แม้แต่เทปสัมภาษณ์นายตัวเองคนที่ 14 ครูโป้ ครูสอนอูคูเลเล่ห์ ยังเคยกลับไปทำงานประจำ 1 เดือนเพื่อเอาเงินเดือนที่ได้มาหมุนกับธุรกิจที่ขาดสภาพคล่องเลย มันจะอะไรกันนักกันหนา แต่ถ้าคุณลาออกแล้วรอด ชีวิตคุณก็ติดปีกโบยบินได้เลย

จะให้พูดกี่ครั้งก็ได้ ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่าการเป็นนายตัวเอง

วิชญ์ Startyourway

ฟังเรื่องราวของนายตัวเองที่ลาออกจากงานประจำแล้วรอดด้วยการสร้างเส้นทางนายตัวเองแบบที่ไม่เหมือนใครได้ที่ http://www.startyourway.com/category/how-to-become-freedom/

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *