Article

จุดตัดสินว่าคุณเป็นนายตัวเองยากกว่าหรือลูกจ้างยากกว่า

By  | 

ผมเคยถามคนระดับอภิมหาเศรษฐีท่านหนึ่ง ว่าระหว่างเป็นนายตัวเองกับลูกจ้าง อันไหนดีกว่ากัน คำตอบของเขาทำให้ผมอึ้ง เพราะเขาตอบว่า “ถ้าเป็นนายตัวเองแล้วรอด นายตัวเองก็ดีกว่า ถ้าเป็นนายตัวเองแล้วไม่รอด มนุษย์เงินเดือนก็ดีกว่า” ใช่ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นนายตัวเองแล้วรุ่งกว่าทำงานประจำ ผมเคยเห็นพนักงานที่ทำงานหนักสุดๆยิ่งกว่าทาสแต่ได้เงินเดือนไม่ถึงหมื่นจนกระทั่งมนุษย์เงินเดือนหลักแสนที่เข้าออฟฟิตเดือนละ 1 วัน แน่นอน ผมก็เห็นคนที่อยากเป็นนายตัวเองแล้วไม่รอดต้องกลับไปทำงานประจำอีกครั้ง และเห็นคนที่ทำงานประจำไม่รอดแต่พอเป็นนายตัวเองแล้วรุ่งเป็นจรวดนาซ่าเลย อะไรคือความแตกต่างระหว่างคนที่เป็นนายตัวเองแล้วยากกว่า กับคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนแล้วยากกว่า

นายตัวเองท่านหนึ่งมีรายได้จากธุรกิจส่วนตัว 5 หลักปลายๆ 6 หลักโดยที่ใช้เวลาทำงานไม่ถึง 1 ใน 4 ของงานประจำ ด้วยความที่เขามีเวลาว่าง เลยตัดสินใจลองลิ้มรสชาตความเป็นมนุษย์เงินเดือนด้วยการไปสัมภาษณ์งานเล่นๆ โดยสนนเงินเดือนไปครึ่งหนึ่งของรายได้ปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไรรู้มั้ยครับ คนสัมภาษณ์งานบอกว่าคุณสมบัติของคุณไม่ถึง ขอให้เงินเดือน 30,000 บาทเท่านั้นพอ แพงกว่านี้ไม่จ้าง สายหักเงิน ขาดหักเงิน ทำผิดกฏไล่ออก คำถาม คนที่ทำเงินจากการเป็นนายตัวเองได้หลักแสนด้วยเวลาทำงานที่น้อยกว่างานประจำ ทำไมถึงล้มเหลวในการสัมภาษณ์งานแถมยังถูกต่อรอง

ในขณะเดียวกัน พี่ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นมนุษย์เงินเดือนสายพันธ์ุพิเศษ บริษัทไหนเรียกตัวไปสัมภาษณ์ด้วยเงินเดือนที่ต่ำกว่าแสนนั้นไม่ไป เธอเป็นคนที่เก่งมาก ผลงาน ความขยัน ประวัติการทำงาน ความรับผิดชอบ ทุกอย่างยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง วันหนึ่งเธอตัดสินใจทำธุรกิจส่วนตัว ผลลัพธ์เป็นอย่างไรหรือ การทำงานประจำของเธอเป็นกราฟขึ้น ส่วนนายตัวเองเป็นกราฟลงจนต่ำกว่าหน้าดิน

ทั้งสองคนนี้แตกต่างกันตรงไหน คำตอบคือจุดแข็งครับ

พี่ออจัง ซูชิเป็นนายตัวเองที่ทำเงินจากการขายอาหารได้ 6 – 7 หลักต่อเดือน ผมเลยปิ๊งไอเดียอยากจะทำน้ำสมุนไพรขายบ้าง เพียงแค่ต้มน้ำสมุนไพรไป 2 ครั้ง ผมเกลียดชีวิตตัวเองเข้าไส้ และถามตัวเองไม่หยุดว่าตรูมาทำอะไรที่ครัวฟ่ะ ในขณะที่พี่ออจังเวลาทำอาหาร เธอจะเพลินอยู่กับการแสดงฝีมือและมีความสุขเวลาคนชมว่าอร่อย และใช้เวลาปรุงแต่งอาหารได้โดยไม่เคยเหลียวมองนาฬิกา

แต่ถ้าเป็นเรื่องการเขียน การทำเว็บไซต์ การคุยกับคนอื่นเพื่อปรึกษาปัญหาชีวิต หรือการดูไพ่ Tarot ให้คนอื่น พี่ออจังจะ Say No แล้วบอกว่าเขาไม่มีเวลาว่างมาทำเรื่องแบบนี้หรอกนะ ในขณะที่ผมสามารถทำได้สบาย นั่งเป็นวันๆโดยไม่ต้องเหลียวมองนาฬิกา แถมยังมีรายได้เลี้ยงตัวจากจุดนี้ด้วย ใช่ มันคือไลฟ์สไตล์ทางการเงิน ขึ้นอยู่กับว่าคนๆนั้นชอบใช้ความสามารถและการทำเงินวิธีไหน

ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าหากผมไปสมัครงาน แล้วบอกว่ามีความสามารถในการอ่านไพ่ Tarot เงินเดือนที่ผมจะได้รับเต็มที่คือ 0 บาท ไม่มีบริษัทไหนที่ต้องการพนักงานสำหรับอ่านไพ่ Tarot เข้าไปอยู่ในองค์กร มันเป็นความสามารถที่เขาไม่มีทางได้กำไร และมองไม่เห็นว่ามันสำคัญอะไรกับองค์กร แต่ถ้าผมบอกว่าผมทำงาน Design เป็น เงินเดือนของผมอาจจะอยู่ที่ 15,000 – 30,000 บาท และสูงสุดของ Graphic Design ที่ผมรู้จักคืออยู่ 5 หมื่นต้นๆเท่านั้น

กลับมาที่เจ๊ออจัง สมมุติถ้าเจ๊ออจังไปสมัครงานในฐานะเเม่ครัว ต่อให้มีประสบการณ์ทำเงินจากธุรกิจส่วนตัวเดือนละล้าน ก็อาจจะได้เงินเดือนแค่ 15,000 บาทตามวุฒิปริญญาตรีเท่านั้น เผลอๆต่ำกว่า แต่ถ้าพี่ออจังนำเสนอความสามารถว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เธออาจะถูกจ้างเป็นที่ปรึกษาด้วยเงินเดือนตั้งแต่ 1 หมื่น – 1 แสนบาท แต่เธอจะทำอย่างนั้นทำไมในเมื่อเอาความสามารถนี้ไปทำเงินเองง่ายกว่า

หรือถ้าจะให้เปรียบเทียบกันแบบจะๆ เทปสัมภาษณ์ที่ 6 ครูวีที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติถือเป็นเคสที่เปรียบเทียบได้ดี ครูวีทำงานประจำสายสอนภาษาได้เงินเดือน 13,000 บาท แต่ทันทีที่เธอตัดสินใจขายความสามารถนั้นโดยไม่ผ่านองค์กร เธอสามารถทำเงินต่อเดือนได้เยอะกว่าเดิมด้วยเวลาทำงานที่ลดลงหลายเท่าตัว แถมยังมีอิสระไปเที่ยวรอบโลกพร้อมกับทำงานหาเงินไปด้วย จะเห็นได้ว่าความสามารถเดียวกัน ขายต่างกัน ก็ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน

นี่คือจุดแตกต่างระหว่างคนที่เป็นนายตัวเองแล้วรุ่ง กับคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนแล้วรุ่ง นั่นคือจุดแข็งของคุณขายเองได้กำไรเยอะกว่า หรือให้องค์กรขายให้แล้วกำไรเยอะกว่าหละ ถ้าคุณไปสมัครงานในตำแหน่งปิ้งกล้วย คุณก็ได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำเพราะคุณขายแรงงาน แต่ถ้าคุณเปิดร้านเล็กๆที่ตลาดนัด รายได้ของคุณจะขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ตัวเองเพราะคุณขายผลิตภัณฑ์ หากจุดแข็งของคุณขายเองได้เงินเยอะกว่า คุณก็เป็นนายตัวเองรุ่งกว่า ถ้าจุดแข็งของคุณขายผ่านองค์กรได้กำไรเยอะกว่า คุณก็เป็นมนุษย์เงินเดือนง่ายกว่า

ดังนั้นอย่าคิดว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนรุ่งแล้วจะเป็นนายตัวเองรุ่ง หรือเป็นนายตัวเองรุ่งแล้วจะเป็นมนุษย์เงินเดือนรุ่ง มันอยู่ที่จุดแข็งของคุณอย่างเดียว

วิชญ์ www.Startyourway.com

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *