Article

วิสัยทัศน์เรื่องชีวิตจากชายหนุ่มผู้ก่อตั้ง Shipyours.com ตอนอายุ 22

By  | 

เมื่อผมถามคุณจูเนียร์เรื่องการเป็นนายตัวเอง นี่คือบทสัมภาษณ์ที่เขามอบให้ครับ มันคือวิสัยทัศน์ของคน Gen ใหม่ที่ต้องการสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองมากกว่าจะเดินตามความฝันของใคร 

ถ้าเราในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการวันนี้ มองย้อนกลับไปถึงเรื่องลาออกจากงานในวันนั้น ก็คงได้แต่เสียดายว่าทำไมเราไม่ลาออกให้เร็วกว่านี้

เรียนตามตรงว่าคงไม่มีใครที่จะสามารถเดาอนาคตตัวเองได้ คนที่ไม่กล้าลาออกจากงานนั้นไม่ใช่คนผิดหรือคนที่ห่วย เพราะการพูดว่าลาออกมันง่ายกว่าทำจริงหลายเท่ามาก ไหนจะภาระ ความมั่นคง และความกังวลเรื่องอนาคตอีก ต่อเราศึกษาให้มากพอ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา และพยายามคิดวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เราอยากทำ ก็ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าเราจะไปถึงฝั่งฝัน เอาเข้าจริงเพราะความอดทน ความแข็งแกร่ง ความเชื่อมั่นคนเราไม่เท่ากัน

ตอนเด็กๆผมโตมากับคุณตาและคุณยาย ท่านสองคนมีอาชีพขายเสื้อผ้าในตลาดศรีราชาตรงหอนาฬิกา ทั้งสองทำงานหนักมากแทบไม่ได้พักผ่อน ต้องยืนขายของตลอดวัน แถมใกล้ๆยังมีวินมอเตอร์ไซด์และสามล้อที่ปล่อยฝุ่นควันชนิดที่หายใจเข้าไม่ทัน ผมไปช่วยงานท่านทุกเช้าและได้เห็นทั้งสองทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดเวลา

การทำงานหนักย่อมมีผลรางวัลรออยู่ปลายทาง และสิ่งล้ำค่าที่คุณตาผมได้รับคือ “ปอดทำงานล้มเหลว”

การใช้ชีวิตทำงานอยู่ในที่มีมลพิษเยอะๆไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะร่างกายที่ต้องทำงานหนักพักผ่อนน้อยด้วยแล้วยิ่งแย่ไปกันใหญ่ คุณตาพยายามต่อสู้กับโรคร้ายอย่างสุดความสามารถ ญาติทุกคนสนับสนุนให้รักษาด้วยโรงพยาบาลที่ดีที่สุด แต่หมอก็ไม่สามารถยื้อชีวิตท่านจากความตายได้ ใช่ ไม่กี่วันท่านก็เสีย และค่ารักษาก็ทำให้ครอบครัวเราเกือบหมดตัว

ญาติพี่น้องเริ่มทะเลาะกันทั้งค่าพยาบาลค่างานศพ ทุกอย่างดูวุ่นวาย สุดท้ายด้วยความเครียด คุณลุงซึ่งไม่สบายด้วยโรคมะเร็งอยู่ก่อนแล้วก็ด่วนจากไปอีกคนหนึ่ง ค่ารักษาและค่างานศพสุมหัวอีกครั้ง สถานะทางการเงินของครอบครัวเราเข้าขั้นวิกฤตทันที

หลังจากงานศพของคุณลุงจัดไปไม่กี่วัน ครอบครัวของเราก็ต้องเจอเคราะห์กรรมครั้งที่ 3 เมื่อรถสิบล้อเกิดเบรคแตกจนรถยนต์คันเดียวที่เรามีจนพังเสียหายยับเยิน ถึงแม้ไม่มีใครตายหรือบาดเจ็บ แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคุณพ่อคุณแม่บอกว่าครอบครัวเราหมดตัว

ผมไม่ชอบอากาศร้อนๆ กลิ่นเหม็นๆในตลาดสด ผมไม่ชอบและไม่อยากเห็นให้คุณตาและคุณยายที่ผมรักต้องมาทำงานหนักๆ ผมไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นคนที่หาเลี้ยงได้เฉพาะตัวเองเท่านั้น ใช่ ผมต้องการเป็นเสาหลัก เป็นที่พักพิง เป็นหัวหน้าครอบครัว…!!!

Shipyours58_02_22

ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://www.outsourcingfactory.co.th ครับ

คนเรามีเวลาที่จำกัด ทุกวันนี้คนเราทำงานเพื่อนประทังชีวิต เราใช้เวลาของชีวิตเราแลกกับการทำงานเพื่อแลกกับเงินเพื่อนำมาใช้แลกกับสิ่งของที่เราอยากได้ ผมคิดว่าเราไม่ได้ใช้เงินซื้อของ
แต่มันคือเวลาของชีวิตเราตังหากที่เราใช้ซื้อ ถ้าชาติหน้ามีจริง มันจะไม่เป็นปัญหาเลยที่ผมจะทำงานประจำไปทั้งชีวิตเพราะอย่างน้อยเราถ้าเรารู้สึกไม่ชอบมัน เราก็ยังมีโอกาสที่สองในการแก้ไข แล้วคำถามคือมันมีจริงมั้ยหละ…??? ผมไม่มั่นใจ ผมเลยออกจากการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มั่นคง

นอกจากความฝันที่ผมต้องการเลี้ยงดูคนที่รักอย่างสุดความสามารถ อีกความฝันหนึ่งคือการได้ท่องเที่ยวรอบโลก ผมอยากจะสัมผัสวิถีชีวิตของคนอื่นๆที่เค้าไม่ได้อยู่มุมเดียวในโลกนี้กับเรา อะไรคือสิ่งที่ทำให้เค้ามีความสุข อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนเหล่านั้นเป็นตัวของตัวเอง

การท่องเที่ยวทำให้ผมได้ค้นพบความรู้สึกแปลกใหม่อยู่เสมอครับ และผมก็เชื่อว่าถ้าผมยังเป็นพนักงานเงินเดือนอยู่ การออกไปใช้ชีวิตเที่ยวรอบโลกนี้แทบจะไม่มีวันเป็นไปได้เลย ผมต้องทำงานทั้งปีแลกกับการได้พักร้อนในช่วงเวลาที่คนอีกสิบล้านหยุดพร้อมกัน เที่ยวพร้อมกัน แย่งกันจองตั๋วเครื่องบินโลว์คอส ดังนั้นผมจึงเลือกเส้นทางการเป็นนายตัวเองมากกว่าการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ถ้าอยากได้ชีวิตอย่างที่ต้องการ แต่ไม่กล้าเริ่มวันนี้ แปลว่าเราดูถูกศักยภาพตัวเอง และเหมือนเป็นการยอมรับสภาพแบบนี้ไปจนแก่ตาย

ผมไม่ได้อยากได้บ้านหลังใหญ่ๆ รถหรู หรือของใช้ราคาแพง สิ่งที่ต้องการก็มีแค่อยากเรียนรู้ อยากหาประสบการณ์ อยากตั้งคำถามและมีเวลาค้นหาคำตอบทุกอย่างที่สงสัยด้วยตัวเอง

สิ่งที่คุณเสียดายที่สุดตอนที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือน…???

สมัยผมเป็นพนักงานเงินเดือน ผมเสียดายที่ผมไม่กล้าโดดงานเพื่อไปทำตามความฝัน ผมเห็นการทำงานเพื่อคนอื่นดีกว่าเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เสียดายที่ให้ค่าเวลาของผมเป็นจำนวนเงินที่ทางบริษัทให้ ผมเคยวางแผนจะไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนเป็นเวลาสองอาทิตย์ แล้วสุดท้ายรู้มั้ยครับ จบยังไง…??? การไปเที่ยวต้องใช้ต้นทุน การลางานก็ต้องถูกหักเงิน ผมมีแต่เสียกับเสีย ค่าเที่ยวของผมเหมือนรวมกับรายได้ที่หายไป ทำให้มันแพงขึ้นทันที ใช่ ผมเสียดายที่ผมโยนอากาสที่จะได้ออกไปท่องเที่ยวกับเพื่อนในวัยที่ผมไม่สามารถย้อนกลับมาทำได้อีกแล้ว ผมคิดว่ายิ่งเราออกไปท่องเที่ยวดูโลกตอนที่เรายิ่งอายุน้อยเท่าไร ความคิดของเราจะยิ่งเปิดกว้างและโดดเด่นมากเท่านั้น ทั้งหมดเสียไปเพราะตัดใจลางานไม่ลง

”ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่าการเป็นนายตัวเอง” ประโยคนี้ฟังเผินๆหลายคนอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ถ้าเราลองคิดดูดีๆ ว่าเทคโนโลยีสมัยนี้มันเอื้ออำนวยให้เราขนาดไหน การเชื่อมต่อคนทั่วโลกเข้าด้วยกัน คนรวย คนจนสามารถสื่อสาร ซื้อขายกันได้หมด มันเป็นโลกที่ไม่มีกำแพงใดๆขวางกั้นกันอีกแล้ว เป็นพรมแดนที่ไร้ขอบเขตุอย่างแท้จริง ไม่เหมือนกับโลกในอดีตที่ทุกอย่างจะต้องมาเป็นลำดับ มีชั้นมีขั้น เด็กอายุ 18 จะมีเงินเก็บเป็นล้านคงเป็นไปแทบจะไม่ได้ เพราะทุกโอกาสถูกปิดกั้นไปด้วยลำดับทางสังคม แต่ถ้าเป็นยุคที่ Internet ครองโลก ทุกอย่างเป็นไปได้หมด

การเป็นนายตัวเองนั้นไม่ได้ทำงานหนักไปกว่าการเป็นลูกจ้าง เราแค่ต้องเป็นนายตัวเองให้ได้ เอาชนะตัวเองไปทีละขั้น ไม่เหมือนกับลูกจ้างที่ต้องปฏิบัติตามกฏนับร้อย ตั้งใจทำงานเพื่อแลกกับเงินเดือนที่หลายๆครั้งนั้นออกมาได้น้อยกว่าสิ่งที่เราได้ให้กับบริษัทเสียอีก

จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ…???

สืบเนื่องมาจากแรงกระตุ้นที่เป็นตัวจุดประกายให้ผมอยากถีบตัวเองออกจากวงจรชีวิตเดิมๆของครอบครัวผม ธุรกิจเลยเริ่มต้นจากภาพที่ผมจินตนาการอยากเห็นตัวเองเป็นในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้า ซึ่งภาพที่ผมเห็นมันแตกต่างจากปัจจุบันมากๆ ดังนั้นผมต้องรีบ จุดนี้เองจึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผมอยากเริ่มอะไรสักอย่าง เพราะอย่างน้อยเราเริ่มวันนี้ถ้ามันไปรอดไม่เจ๊ง ความฝันเรามันก็จะใกล้เข้ามาก้าวนึง (แตกต่างกับการทำงานประจำที่ยิ่งทำความฝันผมก็ยิ่งเลือนลาง) สำหรับผม การจินตนาการถึงตัวเองในอนาคตเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างโดยเฉพาะการสร้างธุรกิจ

ผมเชื่อว่าใครๆก็สามารถสร้างธุรกิจของตัวเองได้ จะเล็ก/ใหญ่ จะประสบความสำเร็จมากหรือน้อยนั้นเป็นอีกเรื่องนึง ตอนสมัยผมทำงานประจำ เงินเดือนผมได้อยู่ประมาณ 2 หมื่นบาท ถ้าเทียบแล้วก็ถือว่าไม่น้อยสำหรับเด็กจบใหม่ แต่ถ้าเทียบกับความฝันผมแล้วนี่ยังห่างไกล และความต้องการที่อยากจะเป็นเสาหลักของครอบครัว ผมก็ต้องทำมากกว่าเดิมหลายเท่า โดยผมวางกลยุทธ์เริ่มต้นธุรกิจไว้ดังนี้

  • ต้องมีศักยภาพที่จะขยายให้ใหญ่มากพอที่จะตอบโจทย์ความฝันผม
  • ต้องมีความจีรังค์ในตัวของมัน (ผมไม่ชอบธุรกิจเกาะกระแส)
  • สามารถรันด้วยตัวของมันเองได้ Automatable (ธุรกิจบางประเภท จะทำไปกี่ปีก็ยัง เหนื่อยเหมือนวันแรกที่ทำ)

ผมจึงได้ข้อสรุปว่าธุรกิจที่เราจะเริ่มอย่างน้อยๆต้องไม่ใช่การขายครีมหน้าใสที่มีเป็นพันๆยี่ห้อหรือกำไลหินเสริมดวงชะตาที่กระแสวนมาแล้วเดี๋ยวก็วนจากไป ไม่ใช่ว่าธุรกิจเหล่านั้นไม่ดีนะ แต่แค่มันไม่ใช่แนวของเรา

ตอนแรกผมเล็งไว้หลายธุรกิจมากๆ และก็ค่อยๆตัดไอเดียที่ไม่เข้าท่าทิ้งไป กรองไปกรองมาเหลือไอเดียไม่กี่ตัว มาถึงตรงนี้ผมเริ่ม research เทรนด์ของธุรกิจต่างๆ ดูว่าถ้าแต่ละตัวไปรอด มันจะสามารถขยายสเกลได้มากแค่ไหน จนสุดท้ายก็ได้ตัวที่ตอบโจทย์มากที่สุด

นั่นคือ Shipyours.com…!!!

ถ้าเทียบแล้วก็เหมือนลูกๆหลานๆของ Amazon บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกนี่เอง ซึ่งถึงแม้ถ้าฟังคอนเซปมันจะดูยิ่งใหญ่มากแค่ไหน สุดท้ายแล้วมันก็เริ่มต้นจากจุดเล็กๆแหละครับ อย่างเช่นเริ่มต้นหัดทำเว็บไซต์ เริ่มต้นขี่รถเพื่อหาเช่าที่มาทำเป็นคลังสินค้า ค่อยๆพัฒนาระบบเองจากไฟล์ Excel ฯลฯ คือมันเยอะมากๆ แต่ทุกอย่างก็มีอยู่รอบๆตัวเรา ณ เวลานั้นๆ อะไรที่ผมไม่เคยทำ ผมจะไม่วางแผนอะไรกับมันมาก ลองทำไปเลยเดี๋ยวประสบการณ์จะสอนเราเอง

ช่วยแนะนำสำหรับผู้ที่อยากเป็นนายตัวเองด้วยครับ…???

การเป็นนายตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก การเป็นนายตัวเองหมายถึงการที่เราไม่ต้องรับคำสั่งจากคนอื่น เพราะเราสามารถสั่งตัวเองได้ และที่สำคัญที่สุดคือผลลัพต่างๆต้องออกมาดีด้วย ผมสรุปเคล็ดลับของผมออกมาได้ 4 ข้อสำหรับคนที่อยากเป็นนายตัวเองดังนี้ครับ

1. เลิกหาข้ออ้างให้ตัวเอง (Self-Excuse) อยากจะลองขายอะไรสักอย่าง แต่ช่วงนี้ไม่มีเวลาเลย (ท้ายที่สุดแล้วคุณจะเสียใจว่าโอกาสดีๆหลายครั้งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราแล้วไม่ได้คว้าไว้ เพียงเพราะเราบอกตัวเองว่าเราไม่มีเวลา) ฉันคงเริ่มขายของออนไลน์ไม่ได้หรอก เพราะฉันใช้คอมไม่เป็นเลย (เล่นไม่เป็นก็หัดครับ อย่าให้อุปสรรคที่ไม่ใช่ทางตันมาทำให้ชีวิตเราตัน)

2. ต้องมีวินัย (Discipline) ถ้าเราทำงานไม่เสร็จหรือไม่ตื่นไปทำงาน คงจะไม่มีใครมาว่าเราแน่นอนครับถ้าไม่ได้ทำงานประจำแล้ว แต่ถ้าเราอยากจะเป็นนายที่ดีให้กับตัวเอง ก็ต้องเริ่มหัดว่าและลงโทษตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นในครั้งถัดๆไปเหมือนกับที่เจ้านายในบริษัททั่วไปเค้าจะทำกับเรา ชีวิตคนเรานั้นไม่แปลกที่จะมีอออกนอกลู่นอกทางบ้าง

ตราบใดที่ไม่ส่งผลกระทบต่องานหรือสิ่งที่เราตั้งใจจะทำก็โอเคครับ (ปาร์ตี้กลางสัปดาห์ได้ ตราบใดที่เช้าอีกวันตื่นไปทำงานไหวและไม่ส่งผลกระทบต่องาน)

3. เลิกโทษคนอื่น / หัดโทษตัวเอง (Blaming) เพราะการโทษคนอื่นมันง่าย มันเลยเป็นการกระทำของคนมักง่าย สุดท้ายแล้วอนาคตนั้นอยู่ในมือของเราครับ การโทษคนอื่นบ่อยๆจะทำให้เราไม่อยากพัฒนาตัวเอง เพราะฉันไม่ผิด เธอนั่นแหละผิด แล้วทำไมฉันต้องพัฒนา/ปรับปรุงตัวเองด้วยละ…?

4. ห้ามผลัดวันประกันพรุ่งเด็ดขาด (procrastination) สั่งตัวเองให้ได้เหมือนเจ้านายสั่งเราครับ เจ้านายอยากได้งานวันนี้เราก็ต้องทำให้เสร็จวันนี้ เหมือนกันครับถ้าอยากเป็นนายตัวเองก็ต้องหัดชีนิ้วสั่งตัวเองให้ได้ดั่งใจเหมือนเวลาเจ้านายสั่งครับ

ขอให้ทุกคนโชคดีครับ
อานันท์ สุขุมภาณุเมศร์ ผู้ก่อตั้ง www.Shipyours.com


 

นี่คือเรื่องราวของคุณจูเนียร์ ต่อไป คุณพร้อมหรือยังครับที่จะ Startyourway บนเส้นทางของคุณ

วิชญ์ Startyourway เว็บไซต์นายตัวเองอันดับ 1 ในไทย

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *