Article

อยากเป็นนายตัวเอง ต้องหยุดเรียนรู้จากระบบการศึกษาแบบไทยๆ

By  | 

ยิ่งคุณประสบความสำเร็จในการศึกษาไทยมากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งล้มเหลวในการเป็นนายตัวเองมากขึ้นเท่านั้น นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมกุขึ้นมา จากการสังเกตุคนที่ใช้ชีวิตอย่างยอดเยี่ยมในระบบการศึกษา พวกเขามักไปไม่รอดในโลกของการเป็นนายตัวเอง นั่นไม่ใช่เรื่องส่วนน้อย มันเป็นเรื่องส่วนใหญ่ เกิดอะไรขึ้น…!!!

เรียนดีๆ เชื่อฟังอาจารย์ ชีวิตจะประสบความสำเร็จ มีความสุข แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไรเหรอครับ รางวัลอันทรงค่าของระบบการศึกษา คือการไปรับใช้คนอื่นด้วยราคา 15,000 บาทในตอนเริ่มต้น และต้องเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างใหม่หมดเพื่อไต่ระดับไปถึง 20,000 บาท แล้วคุณจะต้องใช้เวลากี่ปีเพื่อให้ได้ 30,000 50,000 100,000 หรือ 150,000 บาท…!!! และเมื่อคุณสามารถไต่ระดับเงินเดือนได้ถึง 300,000 บาท เขาก็ยังไล่คุณออกได้ด้วยการเซ็นเพียงแกร็กเดียวอยู่ดี จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวัย 50 ปี ตลอดระยะเวลาที่ทุ่มเทให้องค์กรจะทลายกลายเป็นฝุ่นไปในพริบตา นั่นคือปลายทางของคนทำงานกินเงินเดือน ทุ่มเทให้ทุกลมหายใจ สุดท้ายยังไงก็ไม่ใช่ของคุณ ถ้าคุณทำงานมากกว่า 10 ปีโดยไม่เปลี่ยนงานเลย เขาก็อาจจะตอบแทนเงินให้คุณล่วงหน้า 10 เดือนแล้วจบกัน

องค์กรโหดร้ายหรือเปล่า ไม่เลย มันเป็นความจริงที่เจ็บปวด การศึกษาต่างหาก ที่ไม่เคยสอนปลายทางให้รู้ หลักสูตรทุกหลักสูตรสอนให้รับใช้ความฝันทุกคนอย่างสุดความสามารถ และมองว่าการรับใช้ความฝันตัวเองเป็นเรื่องไร้สาระ ต้องเอาไว้ทีหลัง ทุ่มเทให้เกรดเฉลี่ยและค่านิยมที่ล้าหลัง ลองคิดดู ระบบการศึกษาจะบังคับให้ทุกคนคิดเหมือนกันหมด ทำเหมือนกันหมด และวัดผลเหมือนกันหมด การแข่งกับคนที่มีวิธีคิดเดียวกันที่จบมาปีละ 400,000 คนมันยากมากขนาดไหน

ระบบการศึกษาทำได้เต็มที่คือผลิตลูกจ้างเงินเดือนแพง ที่ต้องทำงานสัปดาห์ละ 60 ชั่วโมง ถ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายชีวิตคุณ คุณต้องเรียนรู้จากมหาลัยชีวิตของแท้

ผมเคยส่งข้อความหาพี่เอ็กส์ นายตัวเองเทปสัมภาษณ์ที่ 2 ซึ่งเคยเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานทุกอย่างอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งมาเป็นเจ้าของบริษัท

“ทำไมเศรษฐีชอบพูดว่าคนจนสนใจรายได้ คนรวยสนใจทรัพย์สิน ถ้าคนจนมีเงินเดือน 300,000 บาทต่อเดือน แต่คนรวยมีรายได้จากทรัพย์สิน 30,000 ต่อเดือน อย่างนี้คนจนต้องรวยกว่าคนรวยไม่ใช่หรือ ทำไมยังเรียกเขาว่าคนจน…???” (นี่ไม่ใช่คำพูดของผมนะครับ อย่าเข้าใจผิดคิดว่าผมดูถูกคนจน)

พี่เอ็กส์ไม่ได้ชี้ว่าผมถามถูกหรือผิด แต่ในฐานะที่เขาเป็นทั้งมนุษย์เงินเดือนและเจ้าของกิจการ เขาจึงตอบว่า

“จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามนุษย์เงินเดือนค่าตัวแพงเกิดป่วย ไม่สบาย ต้องหยุดงาน หรือตาย คำตอบคือรายได้ทั้งหมดก็หายไปด้วย จะให้ลูกหลานสืบทอดก็ไม่ได้ ห้ามหยุด ลา ขาด เที่ยวระยะยาวๆ หรือตายเด็ดขาด แต่ถ้าเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ยามไม่สบาย หยุดงาน หรือตาย ก็ยังสามารถทำเงินต่อไปได้ และมันสามารถส่งต่อให้คนอื่นได้ กลายเป็นมรกดได้ ดังนั้นคนรวยจึงจ่ายเงินซื้อทรัพย์สินให้ทำงานแทนพวกเขา เพราะพวกเขาจะได้ทำงานน้อยลงแล้วมีเวลาว่างมากยิ่งขึ้น และสามารถเป็นมรดกให้สืบทอดได้”

ผมได้ฟังแล้วก็นั่งคิด ระบบการศึกษาสอนให้ทำงานให้หนัก ยิ่งหนักเจียนตาย ถวายชีวิตได้ยิ่งดี ถ้าความขยันของเราเข้าสายตานายจ้าง เดี๋ยวรายได้ก็เพิ่มเอง เชื่อผมอย่างหนึ่งเถอะครับ ทฤษฏีนี้ไม่มีอะไรรับประกัน พี่ออจังนายตัวเองเทปสัมภาษณ์ตอนที่ 1 เล่าให้ฟังว่า “เจ้านายของพี่ทำงานให้บริษัทตั้งแต่บริษัทยังไม่มีอะไรจนกระทั่งยอดขายเป็นพันล้าน แต่เมื่ออายุเยอะ บริษัทกลับตอบแทนด้วยการไล่ออก พร้อมเงินล่วงหน้า 10 เดือน รวม 1 ล้านบาท แล้วจบกันแค่นั้น พี่ว่าหนึ่งล้านบาทพี่สามารถหาเองได้”

ทำไมเรื่องนี้ระบบการศึกษาไม่สอน ว่าวันหนึ่งหากชีวิตไม่สามารถทำงานประจำหรือไม่อยากทำ มีทางเลือกอะไรให้ชีวิตบ้าง

Robert Kiyosaki สอนว่า ถ้าคุณอยากรวย คุณต้องแยกให้ออกว่าอะไรเป็นทรัพย์สิน อะไรเป็นหนี้สิน เชื่อมั้ย มนุษย์เงินเดือนเป็นทรัพย์สิน แต่ถ้าวันหนึ่ง องค์กรสร้างระบบมาแทนคุณได้สำเร็จ มีคนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีด้วยค่าแรงที่ถูกกว่า ขาดทุน หรือไม่มีเหตุผลที่ต้องจ้างคุณอีกต่อไป ต่อให้คุณเก่งเทพ รักบริษัทยิ่งชีพ วันนั้นคุณก็เป็นหนี้สินสำหรับเขาอยู่ดี

เงินคือกระดูกสันหลังของธุรกิจ ทรัพย์สินกับหนี้สินเป็นเลือดดีกับเลือดเสีย ไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ถ้าคุณบอกว่าคุณไม่มีทางถูกไล่ออกแน่ๆ เพราะคุณเป็นฟันเฟืองหลัก นายจ้างต้องพึ่งคุณ เพราะถ้าคุณไป ธุรกิจของเขาก็ไปด้วย แนวคิดนี้ดูดี แต่ลองมาคิดกันจริงๆแบบสมมุติ ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ แล้วธุรกิจของคุณขึ้นอยู่กับลูกจ้างเพียงคนเดียว คุณจะทำอย่างไร ผมเชื่อว่าคุณจะทำ 2 วิธี

คือ

1. เลี้ยงดูปูเสื่อเขาให้ดีที่สุด จัดหาสิ่งที่เขาต้องการ และยกย่องเขาราวกับบุคคลสำคัญเพื่อให้เขาอยู่ทำงานกับคุณให้นาน

2. วางแผนสำรอง เมื่อไม่มีคนๆนี้ บริษัทต้องไปต่อได้ อาจจะหาคนมาเรียนรู้งาน สร้างระบบเเทนคนๆนี้ หรือง่ายสุดๆคือติดต่อบริษัท Job Hunter เพื่อหาคนมาแทนคุณ

15,000 บาทจะใช้ชีวิตในยุคนี้ได้อย่างไร ก๋วยเตี๋ยวข้างถนนราคา 50 บาทมีให้เห็นถมเถ

จุดสูงสุดของการทำงานประจำ คือการเป็นลูกจ้างราคาแพง ไม่ใช่เป็นเจ้าของธุรกิจ ระบบการศึกษาทำได้แค่นั้น น่าเสียดาย คนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยว่าระบบการศึกษาไทยพังไปนานแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ครูหลายคนเกลียดงานตัวเอง เพราะหน้าที่ของเขาคือต้องทำเอกสารรายงานเบื้องบน ไม่ได้มีเวลามากพอจะทุ่มเททำงานเพื่อเบื้องล่างอย่างนักเรียนอย่างสุดความสามารถ

เคยได้ยินข้าวมั้ย ระบบการศึกษาไทยตกต่ำมาก ผู้เกี่ยวข้องเลยคิดหาทางเเก้ไข ด้วยการออกข้อสอบวัดผลตอนเรียนจบซะเลย ถามตรงๆ คิดได้ไง

การทำงานประจำไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่คุณต้องมองให้ออกว่าปลายทางของถนนที่คุณกำลังเดินไปคืออะไร อันดับแรกคือมันไม่ใช่ของคุณ อันดับที่สองคือเขาไล่คุณออกได้ถ้าเขารู้สึกว่าคุณเป็นหนี้สิน อันดับที่สามคือถ้าคุณป่วย หยุด ลา หรือตาย รายได้ก็จบ ส่งต่อให้ลูกหลานไม่ได้ และอันดับสุดท้าย ถ้าคุณไม่ได้รักเส้นทางนี้ การทำงานยาวนาน 30 ปี (87,120 ชั่วโมงเต็ม) ก็ไม่ต่างอะไรจากนรกบนดิน

ระบบการศึกษาบอกว่าถ้าคุณทำงานหนักเพื่อนายจ้างมากขึ้นเท่าไหร่ คุณจะยิ่งประสบความสำเร็จเท่านั้น ถ้าเป้าหมายชีวิตของคุณคือการเป็นลูกจ้างราคาแพงก็จริง แต่ถ้าไม่ใช่ มันก็ไม่จริง

กว่าจะเรียนสำเร็จก็ต้องจ่ายเป็นล้านแถมยาวนาน 20 ปี คุณจะเอายังไงกับชีวิตต้องตัดสินใจเอง

ไม่มีอะไรให้ค้นหาในระบบการศึกษาถ้าคุณปรารถนาจะเป็นนายตัวเอง

วิชญ์ www.Startyourway.com

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *