Article

The Review ไขความลับสมองเงินล้าน ของ T. Harv Eker

By  | 

เมื่อหลายปีก่อนมีหนังสือเล่มหนึ่งที่เป็นที่ฮือฮาของต่างประเทศ และกระแสนั้นก็ส่งอิทธิพลมาถึงเมืองไทย สำนักพิมพ์ Welearn ได้นำมาแปลเป็นไทยในชื่อไขความลับ สมองเงินล้าน และก็ติดอันดับ Best Seller ได้อย่างง่ายดาย มีคนมากมายที่พูดถึงหนังสือเล่มนี้ทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ รวมกระทั่งวิชญ์ Startyourway ด้วยที่ได้ไอเดียพลิกชีวิตจากหนังสือเล่มนี้และทำให้ผมไม่อยากหันหลังกลับไปทำงานประจำอีกเลย เพราะผมเห็นแล้วว่าการเป็นนายตัวเองนั้นอยู่ในขอบเขตของการมีฐานะที่ร่ำรวยได้ง่ายกว่างานประจำ ยกเว้นว่าคุณจะเป็นคนที่เป็นพนักงานระดับสูง เงินเดือนแพง มีหุ้นส่วนในบริษัท และได้รายได้ตามผลงานของคุณ

ผู้เขียนบอกว่าสิ่งที่เขาเขียนในหนังสือเล่มนี้จะช่วยทำให้คุณได้เห็นภาพแผนผังทางการเงินในสมองของคุณเอง ซึ่งเขาจะเปลี่ยนมัน ช่วยทำให้คุณกลายเป็นคนใหม่ที่หาเงินได้มากขึ้น เก็บเงินได้มากขึ้น รวมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายให้มันเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ซึ่งประสบการณ์ทั้งหมดมาจากเรื่องจริงที่เขาใช้เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นมหาเศรษฐีภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปีครึ่ง โดยในหลังปกหนังสือเขาได้เขียนหลักคิดเอาไว้ 10 กว่าข้อ นั่นคือ

  1. คนรวยเชื่อว่า “ฉันเป็นคนกุมชะตาชีวิตตัวเอง” ส่วนคนธรรมดาเชื่อว่า “ฉันถูกลิขิตให้เป็นแบบนี้”
  2. คนรวยทุ่มเทเวลาเพื่อความรวย ส่วนคนธรรมดามุ่งความสนใจไปที่ปัญหา
  3. คนรวยคิดการใหญ่ คนธรรมดาคิดเล็ก
  4. คนรวยมุ่งไปที่โอกาส คนธรรมดามุ่งไปที่อุปสรรค
  5. คนรวยชื่นชมคนที่ประสบความสำเร็จ คนธรรมดาเกลียดคนรวย
  6. คนรวยคบหาสมาคมกับคนที่ประสบความสำเร็จในด้านอื่นๆ คนธรรมดาชอบอยู่กับคนที่มองโลกในแง่ร้าย
  7. คนรวยเต็มใจพูดถึงคุณค่าในตัวเอง คนธรรมดามองว่านี่มันนิสัยขี้อวด
  8. คนรวยมองปัญหาเป็นเรื่องเล็ก คนธรรมดามองปัญหาเป็นเรื่องใหญ่
  9. คนรวยรับเงินตามผลงาน คนธรรมเลือกรับเงินตามระยะเวลาที่ทำงาน
  10. คนรวยเลือกทั้งสองทาง คนธรรมดาเลือกทางใดทางหนึ่ง
  11. คนรวยสนใจในมูลค่าทรัพย์สิน คนธรรดมาเลือกรายได้จากการทำงาน
  12. คนรวยทำงานหนักเพื่อตัวเอง คนธรรมดาทำงานหนักเพื่อเงิน
  13. คนรวยมุ่งไปข้างหน้าแม้หวาดกลัว คนธรรมดาปล่อยให้ความกลัวมาหยุดยั้งตัวเอง
  14. คนรวยเรียนรู้ตลอดเวลา คนธรรมดาคิดว่าตัวเองรู้ดีอยู่แล้ว

ผู้เขียนชี้ให้เห็นถึงวิธีคิดทางการเงินที่ได้รับมรดกมาจากพ่อและแม่ กล่าวคือมีโอกาสสูงมากที่ลูกจะได้วิธีคิดเรื่องเงินมาจากคนที่เลี้ยงดู ถ้าพวกเขามีทัศนคติที่เลวร้ายต่อเงิน ลูกก็จะมองเงินเป็นบ่อเกิดแห่งความชั่วร้ายและรังเกียจเงินด้วย ความคิดแบบนี้ขวางการสร้างฐานะเป็นอย่างมาก และคนที่อยู่ในกลุ่มนี้มักจะมีลักษณะ ชอบโทษทุกสิ่ง แก้ตัวเก่ง บ่นทุกอย่าง ยอมแพ้ต่อทุกอุปสรรคที่เข้ามาไม่ว่าจะง่ายหรือยากขนาดไหนก็ตาม

ถ้าคุณเล่นกีฬาและเน้นที่เกมส์รับเพียงอย่างเดียว โอกาสที่จะชนะนั้นแทบไม่มี การเงินก็เช่นกัน คนมากมายเต็มใจที่จะเล่นเป็นผู้รับ เป้าหมายของคนรวยไม่ใช่แค่ต้องการมีเงินพอใช้ แต่ต้องมีเหลือกินเหลือใช้ ถ้าคุณใช้สมาธิทุ่มเทที่จะไปดวงจันทร์ ยังไงก็ต้องอยู่ท่ามดวงดาวแม้พลาดพลั่ง แต่คนธรรมดาไม่คิดแม้แต่ละเล็งฝาบ้านตัวเอง แล้วก็มานั่งสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ประสบความสำเร็จ กรรม…!!!

หนึ่งในหลักคิดที่ผู้เขียนยึดมั่นมาตลอด นั่นคือจงสรรเสริญในสิ่งที่คุณอยากได้ ถ้าคุณเกลียดอะไร คุณจะไม่มีวันได้สิ่งนั้น (แต่สมัยเด็กผมได้ยินมาว่ายิ่งเกลียดยิ่งได้นะ) ถ้าคุณเกลียดคนรวย คุณจะไม่มีวันเป็นคนรวย ผู้เขียนอยากให้คุณมองหาไอดอลที่ประสบความสำเร็จเเล้วชื่นชมเขา เพราะเมื่อคุณประสบความสำเร็จ ผู้คนก็จะชื่นชมคุณ สรรเสริญคุณเช่นเดียวกัน นี่คงเป็นเหตุผลที่เขาให้คุณเลิกมองโลกในแง่ลบ คนที่ประสบความสำเร็จจะมองความสำเร็จของคนอื่นเป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ในขณะที่คนธรรมดาจะเอาแต่นินทา ดังนั้นวิธีเรียนรู้เรื่องความสำเร็จที่ดีและเร็วที่สุด คือการเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จนั่นเอง แต่ในมุมมองของผม คนรวยนั้นมีหลายแบบ ผมชอบคนรวยที่แบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ น้ำใจ และทัศนคติครับ

เส้นทางสู่ยอดเขาสูงมีหนทางยังไง การจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จทางด้านการเงินก็เป็นฉันนั้น จงแบ่งเงิน 10% ลงทุนในการเพิ่มความรู้ให้กับตัวเอง และลงมือทำตามความเชื่อมั่นของคุณ เมื่อคุณเริ่มมีแนวโน้มเรื่องความสำเร็จทางด้านการเงิน คุณจะเห็นความแตกต่างระหว่างตัวคุณในวันนี้กับตัวคุณในวันนั้นอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่นในสมัยก่อนผมใช้เงินทั้งหมดตามรายได้ที่หามาได้ แต่ปัจจุบันผมรู้จักการออมมากยิ่งขึ้น และหนังสือเล่มนี้ก็สอนให้คุณมีนิสัยเช่นนั้น

การจะเปลี่ยนชีวิตตัวเองมันต้องเปลี่ยนอุปนิสัยตัวเองด้วย และการเปลี่ยนอุปนิสัยของตัวเองนั้นคือการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรจริงๆ ผมอยากจะแนะนำว่าการอ่านหนังสือสามารถช่วยเปิดสมองคุณให้รอบรู้มากกว่าเดิมได้ แต่การเปลี่ยนชีวิตจริงๆนั้นจะต้องเริ่มจากการลงมือทำ ไม่ว่าทฤษฏีใดๆในโลกนี้จะยอดเยี่ยมแค่ไหนก็ตาม ถ้าปราศจากการลงมือทำ คุณจะไม่มีวันประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนครับ ฟันธง…!!!

ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านรายการ Castbook สู้ๆนะครับนายตัวเองทุกๆท่าน จากหัวใจ วิชญ์ Startyourway ครับผม

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *