Article

ปรับเปลี่ยนความคิด ฝ่าวิกฤตชีวิตมนุษย์เงินเดือน

By  | 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหางานดีๆ อาชีพมั่นคงด้วยการเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ หรือถ้าคุณกำลังคิดว่างานที่ทำอยู่นั้นมั่นคงอยู่แล้วล่ะก็ คงต้องหยุดคิดทบทวนกันเสียใหม่แล้วล่ะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยืนอยู่ท่ามกลางกระแสวิกฤตทางเศรษฐกิจที่รุนแรงราวกับพายุพัดโหมกระหน่ำ ความคิดที่จะยึดจับงานประจำไว้ให้มั่นคงโดยไม่มองหาทางรอดหรือเสาหลักอื่นไว้ยึดจับในยามที่ถูกเหวี่ยงออกจากเสาหลักเดิม คงไม่ใช่ความคิดที่เข้าท่าเข้าทางนัก เพราะว่า “คุณไม่ได้อยู่เพียงลำพัง”

ตราบใดที่คุณยังมีครอบครัวอยู่ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่น้อง หรือคนที่คุณรัก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีหน้าที่การงาน ฐานะการเงินที่ค่อนข้างมั่นคง ด้วยศักดิ์ศรีของคนมีเงินเดือนให้กิน ในยามปกติคงไม่มีอยากจะแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือเป็นแน่ ตรงกันข้ามในยามที่ขับขันหรือต้องเผชิญกับวิกฤต ครอบครัวจะกลายเป็นที่พึ่งพิงสุดท้าย หากเคราะห์ร้ายมาเยือนคุณจนถึงขั้นถังแตก แน่ใจหรือว่าคุณจะกล้ารบกวนพวกเขาไปจนกว่าจะหางานใหม่ได้ หรือถ้ากลับกันความโชคร้ายตกอยู่ที่พวกเขา ลำพังแค่เงินเดือนของคุณที่มีอยู่สามารถเป็นกำลังช่วยเหลือพวกเขาได้

บนโลกแห่งความเป็นจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกแห่งธุรกิจนั้นความไม่จีรังยั่งยืนเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือว่านายตัวเอง ล้วนต่างยืนอยู่บนความเสี่ยงพอๆกัน ต่างกันเพียงแค่นายตัวเองต้องตื่นตัวหาทางรอดอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจไม่ทันฉุกคิดว่าวิกฤตกำลังมาเยือน เลยเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนลืมนึกถึงวันที่ตัวเองตกงาน

ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวของที่แพงขึ้นจนข้าวจานละ 30 บาทกลายเป็นของหายาก การเลิกจ้างหรือการย้ายฐานการผลิตอัน

เนื่องมาจากผลกระทบของค่าแรงขั้นต่ำ แม้กระทั่งการขอความร่วมมือมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายช่วยลาออก เพียงเพื่อนายจ้างจะได้มีผลกำไรมากขึ้นเพียงพอที่จะนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพียงแค่ข่าวพวกนี้ก็สามารถเป็นเครื่องการันตีได้แล้วว่าวิกฤตมนุษย์เงินเดือนระรอกนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ

นั่นก็เป็นเพราะว่า ตามหลักการบริหารทั่วไปแล้วองค์กรเป็นสิ่งที่ต้องอยู่รอดต่อไปให้ได้ ส่วนกำลังรบแม้เสียไปในวันนี้ วันข้างหน้าก็หาใหม่ได้ แต่ถ้าองค์กรล้ม ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกลับมาผงาดได้อีก นี่จึงเป็นเหตุผลที่มนุษย์เงินเดือนจะถูกเปลี่ยนสถานะจากทรัพยากรอันมีค่า (ตามที่นายจ้างเคยบอกคุณไว้นะ) กลายมาเป็นเครื่องบูชายันต์แด่ทวยเทพที่ชื่อว่า “วิกฤต”

การสร้างอาชีพเสริมหรือเส้นทางนายตัวเองแต่เนิ่นๆนั้น ถือเป็นทางรอดอีกทางที่คุณควรจะคิดและทำไว้เสียตั้งแต่วันนี้ครับ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าวันไหนจะไม่มีเงินเดือนให้ใช้ แต่มั่นใจไว้ได้เลยว่าวันนั้นต้องมาถึงสักวันเป็นแน่ไม่ช้าก็เร็ว

อย่างไรก็ตามเมื่อวันนั้นมาถึงหากคุณมีอาชีพเสริมหรือเส้นทางนายตัวเองรองรับอยู่แล้ว การที่จะถูกไล่ออกจากงานก็คงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่เคยรู้สึกมาก่อนหน้านี่ ที่ต้องตั้งใจทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองกลายเป็นผู้ถูกเลือก แต่กลับกันถ้าคุณไม่มีอะไรรองรับไว้เลย อยู่ๆก็ถูกไล่ออกมีเพียงแค่เงินชดเชยจากบริษัทกับประกันสังคม บวกกับพลังใจที่ถดถอยงานนี้มีมืดแปดด้านกันแน่ครับ

การเป็นนายตัวเองนั้นไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานมาแล้วทุ่มเททุกอย่างที่คุณมีลงไปอย่างที่หลายคนเข้าใจ และก็ไม่ได้ใช้เงินทุนมากมายอย่างที่หลายคนคิดด้วย อาจเป็นเพราะว่าภาพติดตาและความคิดเกี่ยวกับนายตัวเองที่ว่าต้องเป็นเจ้าของกิจการ เลยทำให้คุณ

ติดกับดักความคิดอันนี้ จนปิดกั้นความคิดและขังตัวเองไว้ไม่ยอมกล้าออกมาเผชิญโลกของนายตัวเอง

การที่คุณเดินไปยื่นใบลาออกกับเจ้านายแล้วมาสร้างเส้นทางนายตัวเอง นับเป็นความเสี่ยงที่สุดที่ไม่แนะนำให้ทำอย่างยิ่ง เพราะนั่นคือการตัดท่อน้ำเลี้ยงของคุณออกไป ดังนั้นจึงควรที่จะจับงานประจำไว้ก่อนเพื่อใช้เงินเดือนเปลี่ยนมาเป็นเงินทุนให้กับเส้นทางนายตัวเองของเรา แล้วใช้เวลาว่างในการทำตรงนี้ ค่อยๆทำ ค่อยๆเก็บประสบการณ์ไป จำไว้ว่าไม่มีงานใหญ่อันไหนทำสำเร็จได้ในวันเดียว

ความคิดอีกอย่างที่คอยกดให้มนุษย์เงินเดือนไม่กล้าก้าวออกมาสัมผัสชีวิตแบบนายตัวเองก็คือ “ฉันไม่รู้จะทำอะไรดี ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำอะไรตรงไหน” อยากบอกเลยครับว่าตรงนี้ “ช่างแม่งมันก่อน” เสียบ้าง ดูก่อนว่าตัวคุณนั้นชอบทำอะไร ถนัดอะไร อย่างถ้าคุณทำบัญชีมาทั้งชีวิต อาจลงทุนสักนิดสอบเอาใบอนุญาตผู้ตรวจสอบบัญชีมาให้ได้ แล้วรับงานตรวจสอบบัญชีเป็นอาชีพเสริม หรือถ้าคุณชอบท่องเที่ยวชอบถ่ายภาพ ก็อาจหาความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพตกแต่งภาพเสียหน่อย แล้วอัพโหลดขายบนอินเทอร์เน็ต ง่ายๆ เชื่อหรือไม่ครับว่าเพียงแค่การเริ่มต้นง่ายๆเพียงเท่านี้ สามารถทำให้หลายคนใช้เวลาในการทำงานเฉลี่ยต่อวันน้อยลงจนน่าตกใจมาแล้ว แต่ที่ตกใจมากกว่านั้นคือ พวกเขาทำเงินได้มหาศาลเมื่อเทียบกับตอนเป็นมนุษย์เงินเดือนเสียอีก แล้วคุณล่ะครับไม่อยากลองดูสักหน่อยหรือ

แม้ว่าความเป็นไปของกลไกเศรษฐกิจและธุรกิจจะเป็นตัวสร้างวิกฤตให้กับเรา แต่ความคิดที่ไม่เปิดกว้างประกอบกับหัวใจที่ปิดตายของเราต่างหากที่เป็นตัวสร้าง “วิกฤต” อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับคำกล่าวที่ว่า คนที่เสี่ยงที่สุดคือคนที่ไม่ยอมเสี่ยงอะไรเลย เมื่อรู้กันอย่างนี้แล้วอย่าลืมที่จะสร้างเส้นทางนายตัวเองแต่เนิ่นๆนะครับ ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อตัวคุณเองและครอบครัวที่คุณรัก

เฉาก๊วย Startyourway

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *