Article

ทำไมคุณถึงเป็นนายตัวเองไม่ได้

By  | 

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เข้างานสัมมนาเยอะมาก อ่านหนังสือก็ไม่ใช่น้อย แถมยังมีกูรูค่อยปลุกไฟให้คุณก้าวออกจากพฤติกรรมเคยชิน มาทำตามหัวใจ แต่จนแล้วจนรอดคุณก็ไม่สามารถเป็นนายตัวเองได้ คุณเลยคิดว่าปัญหาน่าจะมาจากคุณมีความรู้ความเข้าใจไม่พอ วิ่งไปเข้างานสัมมนาเสียเงินเสียทองอีก ใครว่าคอร์สอะไรดีไปหมด พอไปแล้วก็มีไฟ มีพลัง นี่เเหละใช่ ก่อนจะกลับมาอาบน้ำอาบท่าแล้วไฟมอดเหมือนเดิม ความเป็นจริงคุณไม่ได้ผิดปรกติอะไรหรอกครับและไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาที่จิตใต้สำนักอะไรด้วย สาเหตุที่คุณเป็นนายตัวเองไม่ได้ ก็เพราะว่าคุณยังขาดแรง “ผลัก” และ “ดึง” อย่างใดอย่างหนึ่งนั่นเอง

ในเดี่ยวไมค์โครโฟนของพี่โน๊ต อุดม มีซีนหนึ่งเขาเล่าให้ฟังทั้งน้ำตาถึงความลำบากยากจนในวันเด็ก การเห็นแม่ของตัวเองต้องทนทุกทรมานจากการเลี้ยงลูก ง้อลูก ดูแลลูก ผลักดันให้เขาอยากประสบความสำเร็จเพื่อปกป้องดูแลคนที่ตัวเองรัก ความไม่อยากยอมแพ้เพื่อสิ่งที่สูงกว่าเงินนั่นเเหละคือแรงผลักให้พี่เขาพาตัวเองขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของวงการนักพูด ผมเองก็ลาออกจากงานมาสร้างเส้นทางนายตัวเองเพราะแม่เป็นมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 3 เช่นกัน

นี่คือแรงผลัก คือ ถ้าไม่ทำ ไม่ประสบความสำเร็จ ความเดือดร้อนจะมาเยือน…!!! 

นายตัวเองส่วนใหญ่ที่ผมสัมภาษณ์มาในรายการ Startyourway มักมีแรงผลักเป็นของตัวเองทั้งนั้น บางคนก็บริษัทปิดตัว มีปัญหาเรื่องการเมืองในออฟฟิต ตกงานกระทันหัน คนที่รักป่วย ติดหนี้จำนวนมากเกินกว่าเงินเดือนอย่างเดียวจะปิดไหว สุขภาพย่ำแย่ บลาๆๆ ใช่ แรงผลักมักจะดึงพลังที่แท้จริงของตัวมนุษย์ออกมา พวกเขาเลยไม่กลัวการสร้างเส้นทางนายตัวเองเพราะมีสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ามากดดันให้พวกเขาเดินไปข้างหน้าอย่างเดียว

ผมมั่นใจ 100% หากแฟนๆของ Startyourway เจอวิกฤตที่ไม่สามารถทำให้ย้อนกลับไปทำงานประจำได้ คุณจะสามารถเป็นนายตัวเองสำเร็จอย่างแน่นอน

แต่หากคุณไม่อยากให้ชีวิตเจอความซวยก่อนแล้วค่อยเริ่ม ผมแนะนำให้ใช้แรงดึงครับ

แรงดึงคือการตั้งเป้าหมายแล้วใช้รางวัลของชีวิตเป็นตัวล่อ ถ้าคุณอยากมีรายได้มากกว่าเดิมเพราะชีวิตจะได้สุขสบายมากยิ่งขึ้น ส่งเงินให้พ่อแม่มากยิ่งขึ้น อยากเก็บตังค์ไปเที่ยวต่างประเทศ อยากซื้อรถคันใหม่แต่รายได้ยังไม่พอ ถ้าความอยากของคุณมันมีมากเกินกว่าความกลัว คุณก็สามารถสร้างเส้นทางนายตัวเองแล้วเอาเงินนั้นไปทำตามความฝันของคุณได้เลย ข้อดีของแรงดึงที่มันเหนือกว่าแรงผลักคือคุณสามารถเริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องรอวิกฤต แต่ข้อเสียคือมันจะต้องอาศัยวินัยมากกว่าหลายเท่า…!!!

สรุป

แรงผลัก = ถ้าไม่ลดน้ำหนัก คุณตาย
แรงดึง = ลดน้ำหนักเพราะอยากหุ่นดี

คุณจะเลือกแบบไหนหละ จะตั้งเป้าหมายให้ตัวเองแล้วเดินด้วยตัวเอง หรือจะรอวิกฤตให้เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยทำ บางทีการตอบคำถามนี้อย่างจริงจังอาจจะช่วยเปิดทางชีวิตสายใหม่ให้คุณก็ได้ครับ ถ้ายังไม่ค่อยเข้าใจ ศึกษาจากคลิปนี้เพิ่มเติมได้เลยครับ

ถ้าคุณสร้างเส้นทางนายตัวเองได้สำเร็จแล้ว ช่วยคอมเม้นท์บอกผมทีนะครับ ว่าคุณทำมันได้เพราะแรงผลักหรือแรงดึง

วิชญ์ Startyourway

ในเมื่อระบบการศึกษาไทยล้าหลังแต่ดันบอกว่าตัวเองสำคัญ จนทำให้คนมากมายพลาดโอกาสสร้างเส้นทางนายตัวเองเอง ถ้าเขาไม่ยอมสอนวิธีเป็นอิสระจากงานประจำ เราจะสอนเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่านายตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *