Article

เส้นทางนายตัวเอง ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ (โซอี้) เจ้าของผ้าพันคอแบรนด์ โซอี้สคาร์ฟ ผู้หญิงเเกร่ง 100%

By  | 

สมัยก่อนที่โซอี้เป็นพนักงาน งานที่โซอี้ทำเรียกว่า “ผู้แทนยา” ซึ่งถ้าใครไปโรงพยาบาล เห็นผู้หญิงสวยๆ เดินถือถุงกระดาษมารอพบคุณหมอเพื่อพรีเซ้นต์และอัพเดทข้อมูลยา นั่นแหละค่ะคืองานของโซอี้ค่ะ ต้องบอกว่างานนี้เป็นงานที่สร้างรายได้ค่อนข้างสูง คนที่อยู่ในวงการนี้แล้วจะตัดสินใจออกจากวงการ

บอกเลยว่าค่อนข้างยาก สำหรับตัวโซอี้เองมีรายได้ 6 หลักต่อเดือน เพราะโซอี้เป็นพวกชอบความท้าทาย เลยพยายามทำให้ถึง Target ที่บริษัทให้มาตลอด

แล้วก็มาถึงวันที่โซอี้ตัดสินใจออกจากการเป็นลูกจ้าง ทั้งที่เงินเดือนค่อนข้างสูงอย่างนี้ ทำไมน่ะเหรอ

อย่างแรกเลย เพราะมันไม่ใช่เป้าหมายในชีวิตโซอี้เลยแม้แต่น้อย!! คงหายากนะ คนที่ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่า “ชั้นจะเป็นลูกจ้างจนวันตาย” (แต่จริงๆก็อาจมีนะคะ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร)

โซอี้มาทำงานผู้แทนยา เพียงเพื่อมาเรียนรู้ประสบการณ์ ซึ่งที่นี่คือสนามฝึกมืออาชีพจริงๆ โซอี้กำลังจะบอกว่า การตั้งเป้าหมายไว้ คุณไม่จำเป็นต้องเดินไปหาเป้าหมายในทันที เหมือนกับการที่คุณจะออกรบ ถ้าคุณยังไม่ได้เรียนรู้การใช้อาวุธ ก็มีแต่ตายกับตาย ไม่ต่างกันค่ะ โซอี้ทำงานอยู่บริษัทยาสัญชาตินอก ซึ่งเค้ามีระบบต่างๆที่ฝึกสอน พัฒนาพนักงานให้เป็นมืออาชีพ ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีมาก และโซอี้ยังบอกตัวเองว่า เฮ้ย!! นี่มันเป็นโรงเรียน และเป็นสนามฝึกชั้นดีให้เราได้ลองฝีมือโดยที่เราไม่ต้องลงทุนเองซักบาท แถมได้ตังค์อีกต่างหาก เจ๋งไม๊ล่ะคะ 555

มีอยู่วันนึงโซอี้รู้สึกว่าเราขี้เกียจจะขับรถไปทำงาน ทั้งที่เราเป็นคนแอคทีฟมากๆ และมันก็เริ่มเรื้อรัง โซอี้เป็นอย่างนี้ทุกๆวัน จนมานั่งทบทวนกับตัวเองว่า เกิดอะไรขึ้น งานนี้มันหมดความท้าทายไปแล้ว

คำตอบก็คือ โซอี้ไม่มีอะไรที่อยากจะเรียนรู้กับมันแล้ว ไม่ใช่ว่าเรารู้ทุกอย่างในระบบแล้วนะคะ แต่สิ่งที่อยากรู้ และอยากลองมันหมดแล้ว

ณ จุดนั้นบอกเลยว่า สภาพจากสาวแอคทีฟ กลายเป็นเหมือนวิญญาณล่องลอยไปทำงาน งานก็ออกมาไม่มีประสิทธิภาพ นี่แหละค่ะ ที่เค้าบอกว่าต้องทำงานที่ตัวเองชอบจริงๆ

ในวันที่คิดว่าจะบอกหัวหน้าว่าอ ลองนึกสภาพคนอยากลาออกแต่ยังไม่รู้จะไปทำอะไรออกไม๊คะ มันห่อเหี่ยวมากๆ แล้วเราก็ยกหูโทรศัพท์

โทรหาหัวหน้าทันที…!!!

ตอนนี้พร้อมแล้ว ที่จะเริ่มรับใช้ความฝันตัวเอง

โซอี้ชอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อยากพัฒนาโครงการใหม่ๆขึ้นมาเพื่อต่อยอด และก็ให้สิ่งเหล่านั้นออกดอกออกผล ไว้เก็บกินยามแก่ 55

ที่เลือกด้านนี้ส่วนนึงอาจเป็นเพราะเป็นธุรกิจของครอบครัวพาเราไป และก็เป็นสายที่เราชอบมากๆ โซอี้เลยศึกษาต่อปริญญาโทด้านนวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนั่นเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตและความฝันของโซอี้เอง

สำหรับธุรกิจแบรนด์ผ้าพันคอโซอี้สคาร์ฟที่โซอี้ปั้นมากับมือก็ยังคงพัฒนาต่อไปค่ะ มีคนมาขอซื้อแบรนด์โซอี้อยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ขาย เพราะมันคืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา

s06_003

เป้าหมายชีวิต

โซอี้เป็นคน Sensitive มากเรื่องครอบครัว ทุกๆอย่างจะนึกถึงพวกเค้าก่อนเสมอ อะไรที่ทำให้เค้ามีความสุขได้โซอี้จะทำก่อนค่ะ นอกจากครอบครัวแล้ว โซอี้อยากส่งต่อความสุขให้กับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการบริจาค การให้ความรู้ การให้การศึกษา โซอี้ยังเชื่อว่าการศึกษาสามารถช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้

สิ่งที่เสียดายที่สุดตอนเป็นมนุษย์เงินเดือนคือ…???

เสียดายเวลาค่ะ เพราะโซอี้ใช้เวลาถึง4ปีในการเป็นมนุษย์เงินเดือน ซึ่งจริงๆเป้าที่ตั้งไว้คือ อยากหาประสบการณ์แค่ 2 ปี ตอนนั้นเราเด็กไป หลงระเริงไปกับ “Comfort Zone” รู้สึกสบายตัวในการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ รายได้ก็เลยเดิมๆไปด้วย ฝีมือก็เหมือนเดิม ไม่ได้ลับคมอะไรเลย เหมือนกับว่า “กะลามันปิดหัวไว้แต่รู้สึกสบาย”

ตอนนี้โซอี้รู้สึกแย่มาก ที่กดศักยภาพในตัวเองเอาไว้อย่างนั้น อยากหันไปบอกกับตัวเองว่า “โอ้ว..โซอี้ชั้นขอโทษ ถ้าชั้นรู้ก่อนหน้านี้จะไม่ปล่อยให้เธอเป็นสัตว์กินเงินเดือนนานถึง 4 ปี”

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคที่การเป็นลูกจ้างยากกว่าการเป็นนายตัวเอง”

โซอี้มีคำถามเล่นๆแต่ให้คุณตอบจริงๆ

คำถามข้อที่1 : เส้นทางเดินที่ยาวไกลในชีวิต มีแค่เพียง2เส้นทาง

1.เป็นลูกจ้าง เรียกให้ดูสวยก็คือ พนักงาน
2.เป็นนายตัวเอง เช่น เป็นเจ้าของกิจการ ทำธุรกิจส่วนตัว หรือ ฟรีแล้นซ์

ถ้าไม่มีปัจจัยใดๆเลยในโลกนี้มาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของคุณ คุณจะเลือกทางเดินแบบไหน ? กฎเหล็กมีอยู่ว่า “คุณห้ามหลอกตัวเอง” ลองนึกภาพว่า มีคนเข้ามาถามว่าคุณทำงานอะไร เส้นทางแบบไหนที่คุณอยากจะตอบ

เชื่อเถอะค่ะ ร้อยละ 99 มนุษย์เราเลือกทางเดินที่ 2 แต่เรามักสร้างกรอบล้อมตัวเองขึ้นมา เป็นข้อจำกัด หรือข้อแม้ต่างๆมากมาย ซึ่งจริงๆแล้วมนุษย์เรามีศักยภาพล้นเหลือ และมันมากพอที่จะทำลายข้อจำกัดต่างๆเหล่านั้นที่คุณสร้างขึ้น

มีไม่กี่ข้อต่อไปนี้ที่ทำให้คุณไม่ตัดสินใจเลือกทางเดินที่2

1.ไม่มีทุน
2.ไม่ถนัด ไม่เก่ง ไม่มีความรู้เรื่องนั้นๆ ขอรวมเป็น กลัวความสามารถตัวเองไม่ถึง
3.กลัวล้มเหลว กลัวเจ๊ง

คำถามข้อที่2 : คุณคิดว่ามีวิธีไหนที่จะจัดการกับ3ข้อด้านบนได้บ้าง เพื่อให้คุณได้ไปเดินอยู่บนเส้นทางที่เป็นนายตัวเอง ?

โซอี้เคยเจอผู้หญิงคนหนึ่ง เค้าเป็นคนล้างจานอยู่ในร้านอาหาร ค่าแรงตอนนั้นวันละ 190 บาท เค้ารู้ว่าถ้าเค้าล้างจานไปอีก5ปี เงินเดือนเค้าก็คงไม่เกิน 10,000 บาท และเงินแค่นี้คงไม่พอที่จะส่งลูก 2 คน ให้มีการศึกษาที่ดีได้แน่ๆ วันนึงเค้าจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินของชีวิตของเค้าใหม่ เพราะเค้าอยากจะเป็นเจ้าของร้านอาหาร ทั้งที่เค้าเองก็ทำอาหารไม่เป็น เค้ายืมเงินพี่น้องส่วนหนึ่ง และกู้ส่วนหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนเส้นทางที่เดินอยู่ให้เร็วที่สุด เพราะการอยู่อย่างนี้มันลำบากและรู้สึกว่าตัวเองดูด้อยค่า

เค้าเปิดร้านขายบะหมี่เล็กๆ เป็นบะหมี่รถเข็ณ เค้าฝึกทำบะหมี่จนชำนาญเพื่อให้ลูกค้าประทับใจในรสชาติ แต่ไม่มีใครรู้ว่า นี่คือก้าวแรกเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ ในเวลาไม่ถึง 1 ปี เค้าขยายสาขาออกไปถึง 10 สาขา และในเวลา 2 ปี เค้ามีเฟรนไชส์ไม่น้อยกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ

โซอี้เล่าเรื่องนี้เพื่อที่จะให้คุณเห็นว่า การเป็นนายตัวเองนั้นมันไม่อยากอย่างที่คิด มันมีทางออกซึ่งคุณก็เห็นมัน อยู่ที่คุณแล้วว่าจะกระโดดเข้าไปเดินหรือไม่

หยุดหลอกตัวเองว่า ชั้นเป็นลูกจ้างอย่างนี้สบายดี เพราะคุณไม่สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆเรื่องการงาน การเงินของคุณได้เลย แล้วมันจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวหรือคนใกล้ชิดของคุณแน่นอน

และนี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมการเป็นลูกจ้างถึงยากกว่าการเป็นนายตัวเอง ขอต้อนรับเข้าสู่ยุคใหม่ “ยุคที่การเป็นลูกจ้าง ยากกว่าการเป็นนายตัวเอง” ไปพร้อมกันนะคะ

ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ (โซอี้)
เจ้าของผ้าพันคอแบรนด์ โซอี้สคาร์ฟ
www.zoescarf.com
www.facebook.com/zoescarfshop
www.facebook.com/hizoepage
กรรมการผู้จัดการ บ.แฮปปี้โฮม
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือเล้าเป้งง้วน

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *