Chill Life

เป็นนายตัวเอง ใช้ Notebook หรือ PC คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะดี

By  | 

เอาแบบตรงๆไม่ต้องอ้อมค้อมเลยนะครับ ถ้าคุณกำลังลังเลอยู่ ผมแนะนำให้ใช้ Notebook…!!!

แทบไม่ต้องตัดสินใจอะไรมากเลย คอมพิวเตอร์ที่สามารถพกไปไหนก็ได้ย่อมทำให้คุณมีอิสระในการใช้ชีวิตมากกว่าอยู่แล้ว สมัยก่อนผมก็ใช้ PC จนชิน พอเปลี่ยนมาใช้ Notebook เท่านั้นเเหละ แทบไม่ต้องกังวลเรื่องงานเลย ไปเที่ยวไหนก็แบกไปเผื่อ หากมีการแก้ไขงานฉุกเฉิน ผมก็พร้อมเปิดคอมพิวเตอร์ แชร์สัญญาณ Wi-Fi จากมือถือ แล้วสถานที่ไหนๆก็กลายเป็นออฟฟิตสำหรับ Freelance อย่างผมได้เลย

แม้กระทั่งตอนไปเที่ยวฟุกุโอกะที่ญี่ปุ่น ช่วงนอนพักโรงแรม ผมก็เอา Notebook ไปนั่งทำงาน

ในสมัยตอนที่ผมตกงานใหม่ๆ เวลามาดามแพมไปแต่งหน้าเจ้าสาวที่ต่างจังหวัด ผมต้องแบกเอา PC ไปทำงานด้วย มันไม่สะดวกสบายมากๆ ต้องแบกจอ คีย์บอร์ด เมาส์ ซีพียู ตัวเสียบไวเลส ลำโพง สารพัด แถมพอประกอบคอมเสร็จปุ๊ป เวงกรรม ห้องนอนของโรงแรมดันไม่มีสัญญาณ Wi-Fi อีก ฮ่วย…!!! ดังนั้นเวลาแพมจะรับงานที่ต่างจังหวัด ผมต้องนั่งอดหลับอดนอนปั่นงานให้เสร็จก่อนจะไป งาน Freelance มันไม่เหมือนงานประจำ คุณไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้คอมแก้งานเมื่อไหร่ ตอนใช้ PC ผมจะทำงานได้ก็ต่อเมื่ออยู่หน้าคอมที่บ้านเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ผิดกับ Notebook โดยปริยาย

พูดมาถึงตรงนี้คุณอาจจะคิดว่า Notebook นั้นช่างดีมหาศาล แล้วคำถามคือ ข้อเสียหละ มีมั้ย คำตอบคือมี และเป็นข้อเสียที่น่าปวดหัวมากเช่นกัน นั่นก็คือ

มันไม่สามารถซ่อมเองได้

ถ้าเป็น PC อะไหล่เสียเพียงแค่ตัวเดียว คุณสามารถเปลี่ยนอะไหล่ทิ้งได้ทันที หรือถ้าอะไหล่บางชิ้นส่วนมันตกรุ่น คุณก็สามารถแกะเครื่องแล้วเปลี่ยนมันได้ด้วยตัวเองแล้วทำงานต่อได้ทันที แต่หากเป็น Notebook เมื่อมันเสีย มันแทบจะไม่สามารถทำงานอะไรต่อไปได้เลย ต้องพึ่งพาศูนย์บริการเพียงอย่างเดียว อย่างครั้งแรก เครื่อง ASUS อายุเพียง 1 ปีของผมเกิดเสียขึ้นมา อาการคือจอสีเพี้ยน จำได้ช่วงนั้นโมโหมาก อดเล่น LOL เลย ถ้าเป็น PC ผมก็แค่ถอดจอไปเข้าศูนย์บริการแล้วเอาจอทีวีมาทำเป็นจอคอมพิวเตอร์ชั่วคราว จากนั้นก็ทำงานต่อได้ แต่พอเป็น Notebook มันต้องไปทั้งเครื่อง ซึ่งก็ต้องยกไปหาช่างสถานเดียว 

เครื่องเสียครั้งแรกในชีวิต

อาการของผม ถ้าซ่อมข้างนอก จะต้องเสียค่าใช้จ่ายราวๆ 3,500 บาท แต่โชคดีที่มีประกัน ทาง Asus เลยเปลี่ยนจอให้ฟรี แต่ถึงกระนั่นก็ต้องขับรถไปถึงรัชดาและใช้เวลาถึง 3 วันเต็มๆในการรอให้เครื่องซ่อมเสร็จ ผม 3 วันที่ผมไม่สามารถทำงานอะไรได้เลยแม้กระทั่งอัพ Blog

และทันทีที่ใช้ครบ 3 ปี Notebook ของผมก็มาเสียด้วยอาการจอติดๆดับๆขณะเดินทางไปชุมพร โดนค่าซ่อมสายแพรไปอีกต่อหนึ่ง บทเรียนครั้งนี้สอนให้ผมรู้เรื่องหนึ่ง ยิ่ง Notebook ของคุณราคาแพงเท่าไหร่ อะไหล่ในการซ่อมก็จะยิ่งหายากมากขึ้นเท่านั้น ผมใช้ Notebook N550JK ตัวละประมาณ 36,000 กว่าๆ สายแพรของรุ่นนี้โทรไปถามช่างที่ไหนก็ไม่มีขาย แม้กระทั่งโทรศัพท์ไปถามทาง Asus เขาก็ไม่สามารถตอบได้ว่ามีหรือไม่มี ต้องเอาเครื่องไปทิ้งไว้ 3 วันเพื่อเช็คสต็อกอย่างเดียว

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าคอมของคุณจะมีโอกาสเสียหรือไม่เสีย คำตอบคือไม่มีวันรู้

ช่องว่างทางราคาที่แคบลง

ถ้าคุณไม่ได้ต้องการโคตรอภิมหาคอมพิวเตอร์ ผมคิดว่าวลี “Notebook แพงกว่า PC ถูกกว่าในราคาที่เท่ากัน” อาจจะไม่จริงเสมอไป ต้องขอบคุณแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่แข่งขันกันสร้างของดีราคาไม่แพงเพื่อแย่งลูกค้า ตรงนี้ทำให้เป็นประโยชน์กับพวกเราจริงๆ ลองมาเปรียบเทียบราคาของ 2 ผลิตภัณฑ์นี้ก็ได้ครับ

ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์ เลยไม่รู้ว่า 2 ตัวนี้มี Spec ต่างกันมากน้อยขนาดไหน แต่จะเห็นว่าราคานั้นก็ไม่ได้แตกต่างกันมากเลย (ขออภัยจริงๆถ้าผมไม่รู้ว่าผมเทียบคู่กันผิดหรือเปล่า) ดังนั้นผมก็ยังคงเทคะแนนให้กับ Notebook มากกว่า PC อยู่ดีครับ แถมสมัยนี้ Notebook ก็สามารถเล่นเกมส์ได้เยอะแยะด้วย เรียกได้ว่าศักยภาพของมันไม่แพ้ PC ในราคาเดียวกันเลย แถมถ้าคุณมีอารมณ์อยากได้ PC คุณสามารถซื้อจอคอมพิวเตอร์แยกแล้วต่อสาย HDMI ต่อเมาส์ ต่อคีย์บอร์ด ให้ได้อารมณ์เหมือนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะก็ได้

ย้ำอีกครั้งว่า Notebook ดีกว่า PC ตรงที่

  • มีอิสระในการเลือกสถานที่ทำงาน เบื่อบ้านก็สามารถแบกมันไปทำงานนอกสถานที่ได้โดยไม่ต้องกังวลใดๆ
  • ราคาไม่ค่อยแตกต่างกับ PC และแบรนด์ส่วนใหญ่มีรับประกันซ่อมฟรีอยู่แล้ว 1-3 ปี ดังนั้นหายห่วง

และมีข้อด้อยกว่า PC ตรงที่

  • ถ้าเสียทีก็เตรียมลุ้นระทึกได้เลยว่าจะหาอะไหล่ได้มั้ย
  • ซ่อมเองไม่ได้ แค่แกะเครื่องมาดูอุปกรณ์ข้างในเฉยๆยังยากเลย
  • อัพเกรดยากมาก

ปัจจุบันนี้ผมมี Notebook เครื่องแรกและเครื่องเดียว นั่นก็คือ Asus N550JK และผมยังไม่เคยใช้แบรนด์อื่นๆทั้งสิ้น ซึ่งตอนนี้ถึงแม้มันจะอายุ 3 ปีแล้ว แต่ก็ยังใช้งานได้ดีมากๆ เรื่องความทนทานต้องยกให้เขาจริงๆ แบรนด์นี้มีข้อดีที่ผมชอบก็คือ Call Center บริการดี เครื่องดีไซน์สวย สเป็คกับราคาถือว่าคุ้ม แต่ข้อที่ควรปรับปรุง คือ ศูนย์บริการค่อนข้างมีน้อย ถ้าคุณอยู่ต่างจังหวัดก็ต้องนำเครื่องฝากส่งซึ่งกินเวลาอีกหลายวัน ผมซื้อเครื่องจาก IT City ซึ่งทางนั้นมีรอบส่งอยู่ที่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ดังนั้นการส่งศูนย์ที่รวดเร็วที่สุดคือการนำเครื่องไปที่ศูนย์บริการด้วยตัวเอง

สรุป

ถ้าคุณอยากหาคอมพิวเตอร์ซักตัวและไม่ได้ทำงานประเภท Hardcore อย่างเล่นเกมส์เทพๆด้วย 60 เฟรมเรท หรือทำงานวีดีโอที่ต้องใส่ Effect เยอะๆ ผมแนะนำให้คุณเทใจไปที่ Notebook เลยครับ ส่วนจะเป็นแบรนด์อะไรนั้น อันนี้อยู่ที่ความชอบเลย ปัจจุบันนี้ผมชอบ Asus เพราะยังไม่เคยใช้แบรนด์อื่น คุณไว้วางใจแบรนด์นี้ได้เลย และแน่นอนในอนาคตถ้าผมซื้อเครื่องใหม่เมื่อไหร่ จะนำมา Review ให้ชาว Startyourway ได้ชมกันนะครับ

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *