Chill Life

แนวทางการรักษามะเร็งของคุณแม่ผม จากมะเร็งปากมดลูกระยะ 3 ปี 2557

By  | 
 

ผมได้เขียนกระทู้ “ลาก่อนมะเร็งที่รัก” ลงไปใน Pantip เมื่อปี พ.ศ. 2557 เพราะแม่เป็นมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 3  และปัจจุบันคุณแม่ของผมแข็งแรงสุขสบายดี ผมได้อยู่กับแม่ตลอดระยะเวลารักษาและได้รู้จักหลายๆคนที่เป็นเพื่อนร่วมเส้นทางการรักษาตัวเองจากมะเร็ง ผู้ป่วยบางท่านเสียชีิวิตไปแล้ว ผู้ป่วยบางท่านแข็งแรงสุขภาพดี ทำให้ผมพอจะเห็นความแตกต่างระหว่างผู้ป่วยอยู่บ้าง ประกอบกับ 4 – 5 ปีมานี้มีคน inbox มาสอบถามเรื่องแม่ผมรักษาอย่างไรเยอะมากๆเพราะได้อ่านกระทู้ที่ผมเขียน ผมเลยอยากจะขอสรุปสิ่งที่ผมเห็นมาจากประสบการณ์ตัวเองในบทความนี้

ตอบคำถามสำคัญ

  • แม่ผมรักษาตัวเองที่โรงพยาบาลศิริราช โดยสำรองจ่ายเองทั้งหมดก่อนจะไปเบิกประกันชีวิต ขออนุญาตสงวนชื่อหมอเพราะผมมั่นใจว่าคุณหมอที่นั่นทุกท่านคือยอดฝีมือที่ทำงานด้วยหัวใจ แน่นอน รวมถึงคุณพยาบาล และบุคลากรทุกๆท่านด้วย
  • คุณแม่ของผมรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน 100% ไม่ได้ใช้ยาสมุนไพรใดๆทั้งสิ้น
  • ไม่ได้ปฏิบัติสมาธิ ไม่ได้ปลีกวิเวก ตลอดการรักษาแม่ของผมยังคงใช้ชีวิตแบบปุถุชนธรรมดา
  • ทานอาหารปรกติ แม่อยากกินอะไรก็หาซื้อมาให้ และไม่ได้ทานมังสวิรัติแต่อย่างใด

ปัจจัยสำคัญแรกสุด คุณต้องหาองค์ความรู้ที่ถูกต้อง

เมื่อแม่ของผมเป็นมะเร็ง ผมพยายามค้นหาข้อมูลอินเตอร์เน็ตว่าโรคนี้เป็นอย่างไรบ้าง แต่ยิ่งค้นหาก็ยิ่งสับสนงงงวยเพราะข้อมูลมันเยอะไปหมด บางครั้งก็มีพ่วงโฆษณาขายของเป็นยารักษาโรคมะเร็งสารพัด ผมเลยไม่รู้จะเรียบเรียงข้อมูลอย่างไร มันสะเปะสะปะ ยิ่งพยายามค้นหาข้อมูลยิ่งฟุ้งซ่าน

หลังจากการค้นหาข้อมูลแสนนาน ข้อมูลของผมเลยมาจบที่คนๆเดียวนั่นคือ Blog ของพี่จักร ซึ่งเป็นอดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะลำไส้สุดท้ายเมื่อ 12 ปีก่อน…!!! และหายด้วยการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน 100% นั่นเป็นจุดเริ่มต้นยุให้แม่รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน 100%

และนั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากๆ

พี่จักรคือใคร

พี่จักรคือประธานชมรมสายใยความหวังผู้ป่วย ซึ่งเป็นชมรมที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ หลากหลายเลยครับเช่นโรคมะเร็ง ธาลัสซีเมีย จิตเวช อย่างถูกต้อง เป็นชมรมที่ไม่แสวงหาผลกำไร ทุกๆปีชมรมนี้จะมีเหล่าผู้รอดชีวิตจากมะเร็งจัดงานเสวนาประมาณ 2 ครั้ง ผมไปมาแล้ว 2 ครั้งครับ

ในงานจะมีการให้ความรู้เรื่องมะเร็ง ถามว่าแต่ละคนเจออะไรมาบ้าง รับมือยังไง สู้กับสถานการณ์โรคร้ายยังไง รวมไปถึงเล่าประสบการณ์ตอนรักษาตัวเอง โอ้โห โครตเปิดโลก จนอดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าวันหนึ่งผมต้องกลายเป็นผู้ป่วยเสียเอง ผมจะเข้มแข็งได้ครึ่งหนึ่งของผู้ที่อยู่ในห้องนี้มั้ย ผมจะยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อวันพรุ่งนี้โดยปักใจเชื่อว่าเราจะรอดได้หรือเปล่า

บางคนเจอตอนอายุน้อย บางคนเจอตอนที่ชีวิตกำลังไปได้สวย บางคนเจอตอนพึ่งเริ่มทำงาน บางคนเจอตอนบั้นปลายหลังจากที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิต บางคนเจอตอนที่ตัวเองเพิ่งเริ่มรู้สึกดีกับตัวเอง

แน่นอน หลังการรักษา

บางคนต้องเสียเส้นผมหมดหัว เขาไม่เคยรุ้เลยว่าการมีผมมันดียังไงจนที่กระทั่งเสียเส้นผมไป

บางคนฉายแสงจนต้องสูญเสียดวงตาไป 1 ข้าง แต่เขาก็ยังบอกกับทุกๆคนว่าโชคดีที่ยังเหลือตาอีก 1 ข้าง

บางคนฟันกรามไม่สามารถใช้งานได้ปรกติแบบคนทั่วไปแล้ว กระดูกทั่วร่างกายได้รับผลกระทบจากการรักษาโดยตรง

บางคนป่วยแล้วต้องปิดบังคนในครอบครัวเพื่อไม่ให้พวกเขาเศร้า จนตัวเองต้องเก็บความเศร้าไว้คนเดียว

บางคนต้องทิ้งคำสั่งเสียไว้ให้กับครอบครัว เพราะเผื่อใจว่าวันหนึ่งพวกเขาอาจจะไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วก็ได้

หลังจากที่ได้มางานนี้ ปัญหาและความทุกข์ของผมเบากลายเป็นผุยผงไปเลยครับ ไป 2 ครั้ง ทั้ง 2 ครั้งเป็นเช่นนั้น

วันนี้ถ้าคุณยังแข็ง คุณโชคดี ถ้าครอบครัวคุณยังหัวเราะพร้อมกันได้ คุณโชคดี ถ้าคุณยังคงสามารถทำงานได้ คุณโชคดี ถ้าคุณยังกินเหล้าสูบบุหรี่ในแบบที่คุณชอบได้ ผมก็ถือว่าคุณโชคดี

Facebook ชมรมสายใยความหวังผู้ป่วย https://www.facebook.com/saiyai.net/

แพทย์แผนปัจจุบัน VS แพทย์ทางเลือก

เมื่อคุณหรือคนที่คุณรักเป็นมะเร็ง คุณคงไม่อยากจะพลาดการรักษา คุณเลยพยายามแทงกั๊กศึกษาทั้งการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ซึ่งผมอยากจะบอกว่ามันอาจจะเป็นผลเสียต่อคนไข้มากกว่าผลดีก็ได้ ยาบางอย่างที่แพทย์ทางเลือกมอบให้คุณมันอาจจะไปทำฤทธิ์ต้านการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน และที่สำคัญเราก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ายาที่จ่ายมานั้นทำมาจากอะไร มีสารปนเปื้อนหรือไม่ ผสมสูตรมาจริงอย่างที่กล่าวอ้างหรือเปล่า

ดังนั้นถ้าคิดจะรักษาแพทย์แผนไหนก็ตาม ผมแนะนำให้เลือกทางใดทางหนึ่งไปเลย จะได้เห็นผลกันชัดๆว่าอาการดีขึ้นหรือแย่ลง

ส่วนแม่ของผม ย้ำอีกครั้งว่ารักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน 100%

ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งของการใช้ยาของแพทย์ทางเลือกก็คือบางคนปฏิเสธการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันตอนที่ยังเป็นน้อยๆอยู่ พอไปรักษาแพทย์ทางเลือก อาการมันกำเริบขึ้นจนรักษายากแล้วค่อยกลับมารักษาแผนปัจจุบัน ซึ่งมันเป็น “การเสียโอกาสการรักษา” ข้อนี้สำคัญกว่าเสียเงินเสียทองอะไรทั้งสิ้น…!!!

ตอนที่แม่ของผมป่วย มีคนมากมายเข้ามานำเสนอผลิตภัณฑ์รักษาโรคมะเร็งราคาหลายพันบาท แถมยังขู่สารพัดอีกด้วยว่าถ้าไม่ทานเนี่ย ตายแน่นอน คุณหมอหลายท่านยังมาแอบซื้อทานแต่ไม่กล้าบอกเพราะอาย ขอบคุณมากๆครับที่แช่งแม่ของผม แต่แม่ผมตอนนี้แข็งแรงดีนะ

ผมไม่กล้ากล่าวอ้างว่าคนที่เข้ามานำเสนอสิ่งดีๆนั่นเขาคาดหวังอะไรจากผู้ป่วย แต่ผมไม่ชอบเลยที่เขาเอาความเป็นความตายของคนอื่นมาหาเงินโดยไม่สนผลลัพธ์ใดๆที่จะเกิดขึ้น ความเป็นความตายของคนมันไม่ใช่เวลามาคิดถึงเรื่องเพิ่มเงินในกระเป๋าตัวเองนะเฟ้ย…!!!

อย่ากดดัน อย่ายัดเยียดความห่วงใยให้คนไข้

หลายคนกลัวคนไข้สุขภาพจิตเสีย เดี๋ยวจะไม่มีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไป เลยจัดการอบรมเทศนาสั่งสอน อ่านหนังสือธรรมะให้ฟัง ปลุกแรงสร้างพลังใจ ซึ่งคุณหารู้มั้ยว่าที่ทำไปทั้งหมดนั้น คนไข้รำคาญ…!!! พี่คนหนึ่งบอกกับผมว่าเขาไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อเพราะได้ยินคำว่า “สู้ๆนะ” จนอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

ผู้ป่วยด้วยกันย่อมเข้าใจอารมณ์ผู้ป่วยด้วยกัน ดังนั้นคนอยู่รอบข้างต้องพยายามไม่แสดงความเป็นห่วงจนเลยเถิดไปเป็นยัดเยียดให้เขาต่อสู้เกินจริงเด็ดขาด ในบ้านหลังนี้ พ่อของผมเป็นคนแรกเลยที่จิตวิทยาเสียก่อนเพื่อน เวลาแม่ได้รับคีโมแล้วกินอะไรไม่ลง พ่อผมจะเป็นห่วงมากจนกลายเป็นใส่อารมณ์ ตะคอก ทุบโต๊ะ อยากให้แม่ทานอาหารเยอะๆจะได้มีแรงสู้กับมะเร็ง ส่วนทางฝั่งของแม่ผมให้เหตุผลว่าไม่ใช่ไม่อยากกิน แต่มันกินไม่ได้เลยต่างหากเพราะร่างกายต่อต้าน

อาหารหอมแค่ไหน ตอนได้รับคีโม ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็กลายเป็นเหม็นจนอาเจียนทุกครั้งตอนได้กลิ่น

ลองจินตนาการดูนะครับ ถ้าวันนี้คุณป่วยเป็นโรคประหลาด จะต้องตายใน 7 วัน แต่ถ้าอดทนกินอุจาระมนุษย์ได้โดยไม่กินอะไรอย่างอื่นเลย 3 เดือน คุณจะกินลงมั้ย แล้วถ้าคนรอบข้างอยากให้คุณมีชีวิตอยู่แล้วมาพูดกรอกหูคุณเช้าเย็นๆทุกวันบังคับให้กิน หากไม่กินเขาก็ใส่อารมณ์ โวยวาย โมโห กระแนะกระแหน เสียดสี คุณยังอยากจะมีชีวิตอยู่มั้ย

เป็นผม ผมก็อยากตาย

ใช่ครับ ถ้าวันนี้คนที่คุณรักป่วยเป็นมะเร็ง คนเป็นญาติอย่างเราต้องดูแลสุขภาพจิตของตัวเองก่อนเลย ผมรู้ว่ามันน่ากลัว แต่เราจะต้องเป็นปัจจัยที่ทำให้คนไข้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักให้เขาอยากไปเยี่ยมชีวิตหลังความตายด้วยมือของเราเอง

จัดสิ่งแวดล้อมให้คนไข้เจอคนที่เข้าใจเขาจริงๆ

ผมมีความลับจะบอกคุณ กรุณาอย่านำไปบอกใครนะครับ ตอนที่แม่ของผมไปรักษาตัว ก่อนจะไปรักษาตัวนั้นแม่ของผมจะต้องนั่งรอในห้องคนไข้ ซึ่งก่อนที่แม่ของผมจะไปนั่งรอนี่เเหละ ผมใช้เวลาช่วงนั้นตรวจสอบทัศนคติของคนในห้อง เขาคือใคร อยู่ในช่วงรักษาตัวหรือหายแล้วมาตรวจร่างกายเฉยๆ ผมจะเฟ้นหาคนที่ใช่ คนที่รักษาโรคมะเร็งจนหายแล้วมีทัศนคติที่ดี เพื่อที่จะได้ขอความช่วยเหลือและพาแม่ผมไปนั่งข้างๆเขา ผมชวนพวกเขาคุยจนแม่ของผมถูกสะกดจิตว่าตัวเองจะต้องหาย 100% ส่วนคนที่มีทัศนคติในแง่ลบ ผมจะไม่ให้แม่ของผมคุยด้วยเลย

จากสิ่งที่ผมสังเกตุ อดีตคนไข้ที่เคยผจญสภาวะเดียวกันมาก่อนจะเข้าใจคนไข้ที่กำลังเผชิญหน้ากับมะเร็งได้ดีกว่าญาติหรือคนในครอบครัวเสียที ดังนั้นถ้าคุณอยากจะให้กำลังคนไข้จริงๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่เขามีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรงเลยดีกว่าครับ เรามันมือสมัครเล่น อยู่วงนอกมองดูผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลืออย่างเดียวดีกว่า

เราต้องให้เวลากับคนไข้

ในช่วงที่เราป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดา เราก็อยากเป็นคนสำคัญ อยากให้คนอื่นเอาใจเลย นี่มะเร็งเชียวนะ คนไข้เขาก็คงอยากจะให้คนในครอบครัวดูแลคอยประคบประหงมบ้างแหละ นี่คงเป็นเหตุผลที่ผมอยากให้ทุกๆคนศึกษาเรื่องการสร้างเส้นทางนายตัวเอง ประกันชีวิต และหมั่นออมเงินเอาไว้ เพราะเมื่อถึงคราวที่ครอบครัวคุณเจอวิกฤต เราจะได้ไม่เจอปัญหาการเงินซ้ำเติม

สุดท้ายการมีครอบครัวที่ดีจะเป็นเหตผลที่ทำให้คนเราอยากมีชีวิตยืนยาวที่สุด

หลายครอบครัวมัวแต่ทำงานสร้างฐานะซื้อของที่ไม่ได้สำคัญกับตัวเอง มีทุกอย่างยกเว้นเวลาที่จะใช้ร่วมกันในช่วงสำคัญ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *