Chill Life

Remote Office สวรรค์ของคนที่รักงานประจำแต่ไม่ชอบอยู่ออฟฟิต

By  | 

ผมรู้จักกับคำว่า Remote Office หลังจากที่ผมได้ลองทำงานนอกออฟฟิตมาแล้วเป็นปีครับ ถ้าถามว่ามันคืออะไร คำตอบง่ายๆ มันคือสวรรค์สำหรับคนที่รักงานประจำแต่ไม่ชอบอยู่ออฟฟิตนั่นเอง ใช่ Remote Office จะทำให้คุณสามารถทำงานที่ไหนของโลกใบนี้ก็ได้ ตราบใดที่คุณยังสามารถรักษาคุณภาพงานของนายจ้างคุณได้…!!! นายจ้างจะให้อิสรภาพลูกจ้างในการเลือกเวลาทำงาน สถานที่ทำงาน เพื่อนร่วมงานด้วยตัวเอง และที่น่าตื่นเต้นก็คือ ในยุคปัจจุบันนี้ มีนายจ้างในประเทศไทยหลายคนที่เป็นคนไทยแท้ๆ พวกเขาพร้อมและสนับสนุนที่จะให้พนักงานทำงานที่บ้าน เพราะพวกเขาเชื่อว่าประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานจะพุ่งสู่ขีดสูงสุดถ้าเขาสามารถเลือกสถานที่ทำงานได้เอง สุดยอดมั้ยหละ

Remote Office จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเราไม่มีเทคโนโลยีการสื่อสารทรงอานุภาพในราคาถูก ทุกวันนี้ผมสามารถอัพโหลดคลิป Youtube ที่มีขนาดหลาย GB ได้ภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีโดยใช้โทรศัพท์เน็ตมือถือธรรมดาๆ ผมเชื่อว่าทุกคนก็คงมีอินเตอร์เน็ตมือถือเหมือนกันกับผม

Remote Office ครั้งแรกในชีวิตของวิชญ์ Startyourway

เมื่อหลายปี กรุงเทพเกิดน้ำท่วมใหญ่มากครั้งหนึ่ง ออฟฟิตที่ผมทำงานถูกน้องน้ำล้อมรอบอย่างเท่าเทียมกันกับพื้นที่อื่น รถเมล์หยุดให้บริการ ถนนหลายสายรถไม่สามารถขับผ่านได้ เจ้านายของผมจึงปิดบริษัท 1 สัปดาห์โดยให้พนักงานทุกคนกลับไปดูแลบ้านของตัวเอง แต่มีเงื่อนไขคือ ทุกๆคนจะต้องออนไลน์ด้วย MSN ตลอด 9 โมงเช้า – 6 โมงเย็น และต้องมีงานส่งบริษัททุกวัน อาจจะฟังดูโหดร้าย แต่ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมตื่นเต้นมากที่สุดตั้งแต่เริ่มทำงานมา เพราะผมมีความสุขจริงๆที่ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องฝ่ารถติดวันละ 3 ชั่วโมงเพื่อไปกลับที่ทำงาน ได้อยู่บ้านกับพ่อแม่ แฟน และทำงานออฟฟิตในห้องนอนของตัวเอง ผมได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองดังมากว่า “ฉันรักชีวิตแบบนี้จัง”

การทำงานแบบ Remote Office นั้นไม่ได้ต่างอะไรจากการทำงานในบริษัทเลย เรายังคงส่งข้อความผ่าน MSN ถ้าอันไหนไม่เข้าใจก็โทรหากัน แถมงานก็ผ่านฉลุย ความเครียดของผมลดต่ำลงถึงขีดสุด ผมสามารถใช้ความเป็นศิลปินทำงานสร้างสรรค์ได้ถึงขั้นระดับสุดยอด จนผมอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าทำไมองค์กรถึงไม่อนุญาตให้เราทำงานแบบนี้ถาวรไปเลยหละ เงินเดือนไม่ต้องขึ้น 3% ต่อปีก็ได้ ขอแลกกับการได้ทำงานที่เรารัก ในสถานที่ที่เรารักกับคนที่เรารัก

ก่อนน้ำท่วม ผมต้องตื่น 7 โมงเช้าเพื่อไปทำงานให้ทัน 9 โมง แต่ตอนน้ำท่วม ผมต้องตื่นตอน 8.50 เพื่อมาทำงานให้ทัน 9 โมง โห ชีวิตดีเวอร์…!!!

จบการทำงานแบบ Remote Office ผมลาออกจากงานในสิ้นปี

หลังจากที่ผมมีความสุขจากการทำงานแบบ Remote Office ได้เพียง 7 วัน เจ้านายของผมก็เรียกทุกคนกลับเข้าไปทำงานในบริษัทใหม่ ช่วงเวลามันเปรียบเทียบได้ชัดเจนเกิดไป การทำงานในออฟฟิตไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากได้อีก ผมอยากได้ชีวิตแบบนั้น ชีวิตที่มีอิสรภาพในการเลือกสถานที่ทำงานและไม่ต้องฝ่ารถติดทุกวัน ทันทีที่เข้าช่วงสิ้นปี ผมได้โบนัส ผมตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อไปรับงานที่มีเงินเดือนสูงกว่า (เครียดกว่าด้วย) และตอนนั้นวิธีคิดของผมก็เปลี่ยนไป

ผมไม่ได้อยากได้เงินมากขึ้น แต่ผมต้องการชีวิตแบบ Remote Office ชีวิตที่อยู่บ้านและทำงานที่เราัรกอย่างมีความสุข ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อมุ่งเป้าไปที่การทำงานหนัก แต่ชอบงานสบายๆรายได้ปานกลางมากกว่า

ตกงานเพราะแม่เป็นมะเร็ง

เรื่องแม่ของผมเป็นมะเร็งนั้น ผมเล่าไปหลายครั้งผ่าน Youtube การได้ไปโรงพยาบาลกับแม่เกือบทุกวันทำให้ผมเห็นสัจธรรมชีวิตของมนุษย์ ภารกิจของเราคือเกิดมาเพื่อเจ็บป่วยและตายไป ผมอยากจะมีความสุขทุกวันมากกว่าจะรอวันสุดท้ายของชีวิตด้วยความเจ็บปวดทรมานและความเครียด ผมเลยตัดสินใจว่า เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ผมจะต้องทำงานแบบ Remote Office ให้ได้

ผมจึงเริ่มต้นจากการโทรไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆเพื่อของาน Design แบบทำงานที่บ้าน โดยสิ่งที่ผมทำก็คือ โทรไปตามบริษัทที่ประกาศรับสมัครพนักงาน แต่ยื่นเงื่อนไขคือ “ไม่เข้าออฟฟิต” แนบไปด้วย โดยผมพยายามชูข้อดีต่างๆของการจ้างพนักงานแบบไม่ต้องเข้าออฟฟิต ไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์ให้ ไม่ต้องจัดสถานที่ทำงานให้ ไม่ต้องไล่ออกถ้าไม่ถูกใจเวลาเลิกจ้าง แค่จ่ายเงินก็จบแล้ว ไม่ต้องจ่ายค่าประกันสังคม ไม่ต้องจ่ายโบนัสประจำปี

ในช่วงแรกผมโทรไปตามบริษัทที่ใหญ่ๆมากๆ เช่น บัตรกดเงินสดระดับประเทศ ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง บริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง และ 2 เดือนแรกผมทำเงินไปได้ประมาณ 1,600 บาท (ได้จากการโทรศัพท์ไปหาลูกค้าเก่าสมัยผมยังทำงานประจำ) อู้ แจ๋วไปเลย และทันทีที่เข้าเดือนที่ 3 ผมก็สามารถสร้างรายได้จากการทำงานนอกออฟฟิตแซงเงินเดือน โดยมีเงื่อนไขคือเข้าไปนำเสนองานสัปดาห์ละ 1 วัน วันละ 1-3 ชั่วโมง

บางเดือน ผมรับงานจากลูกค้ามากกว่า 4 เจ้า ทำให้ผมมีรายได้แซงประจำไปแบบเท่าตัว โดยไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อไปทำงานอีกเลย และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นในการเป็นนายตัวเองสาย Freelance ของผมครับ และผมกล้าพูดอย่างเต็มปากกว่า Remote Office นั้นมีข้อดีมหาศาล ส่วนข้อเสียของมันมีนิดเดียวจริงๆ

มีอาชีพไหนบ้างที่สามารถ Remote Office ได้

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ ไม่ใช่ทุกตำแหน่งงานที่สามารถทำงานแบบ Remote Office ได้ คนที่จะทำงานนอกออฟฟิตได้จะต้องมีเงื่อนไข 3 อย่างด้วยกันตามมุมมองของผม

  1. คุณต้องมีความสามารถมากพอจนนายจ้างอยากได้คุณมากกว่าคุณอยากจะได้เขา คุณต้องกล้าพูดเรื่องลาออกจากงานเพื่อให้นายจ้างยอมเสนอเงื่อนไข Remote Office กับคุณเพื่อรักษาคุณให้ทำงานกับเขา  
  2. งานของคุณจะต้องเป็นงานที่ทำผ่าน Computer Notebook เป็นส่วนใหญ่ ถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ร่างกายของตัวเองไปทำ เช่น พนักงานประชาสัมพันธ์ พนักงานเสิร์ฟ พนักงานนับ Stock อันนี้หมดสิทธิ์ครับ 
  3. คุณต้องมีความรับผิดชอบมากเพียงพอ และคุณต้องแสดงศักยภาพให้นายจ้างเห็นอย่างชัดเจนมากๆ ว่าคุณมีความรับผิดชอบมากเพียงพอ เขาถึงจะสามารถเชื่อใจคุณได้ 

จากประสบการณ์ของผมและคนรอบข้าง ถ้าคุณเป็นคนมีชื่อเสียงอยู่แล้ว หรือนายจ้างของคุณมั่นใจในตัวคุณ 100% การทำงานแบบ Remote Office นั้นเป็นเรื่องง่ายมาก ทุกวันนี้ผมก็ยังคงทำงานแบบ Remote Office กับเจ้าของบริษัทที่เข้าใจการทำงานแบบ Remote Office ได้เป็นอย่างดี มันทำให้ผมมีเวลาอยู่กับคนที่รักและสร้าง Startyourway ได้ แต่ผมก็ไม่ได้ประมาทด้วยการฝากชีวิตไว้กับการทำงานแบบนี้ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหน่วยงานต่างๆที่มาสปอนเซอร์ Startyourway ก็เป็นรายได้อีกทางหนึ่งของผมเช่นกันครับ ต้องขอขอบพระคุณแบรนด์ต่างๆด้วยที่เชื่อใจให้ผมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นตัวของตัวเอง ผมรักชีวิตของผมแบบนี้จริงๆ

คุณรู้หรือไม่ มีตั้งหลายคนที่ทำงานแบบนี้…!!! 

ผมได้เอาคำถามนี้ไปถามในกลุ่ม Startyourway ชุมชนนายตัวเอง ว่ามีใครบ้างที่กำลังทำงานแบบ Remote Office ปรากฏว่ามีสมาชิกหลายคนที่เข้ามาเล่าให้ฟังเลยว่าปัจจุบันนี้เขาทำงานประจำแต่ไม่ต้องเข้า Office บางคนต้องเข้าออฟฟิตสัปดาห์ละ 1 ครั้ง บางคนเข้าออฟฟิต 3 เดือนต่อ 1 ครั้ง เเจ๋วไปเลย นี่คือคำตอบที่จะสร้างไอเดียให้คุณครับ

  • สวัสดีคะ เป็นแบบกึ่ง ๆ อะค่ะ มีเข้าออฟฟิศบ้าง แต่ไม่ได้บังคับตอกบัตร ถ้าไม่สะดวกก็ทำงานข้างนอก ตามร้านกาแฟค่ะ ทำงานเป็น Sales Manager คะ
  • จากคุณ Decha Chanwirun Liang เลือกทำแบบนั้นได้ แต่เงินเดือนจะลดไปเยอะเลยครับ เลยยังไม่เอา แต่ไม่ถึงกับ remote นะ เพราะงาน seo ของผม มันทำจากที่ไหนก็ได้ แค่มีคอมกับมีเนทอยู่แล้ว แต่ผมจ้าง outsource ทำงานแบบนั้นเพียบเลยครับ น้องบัญชีที่ XXX ก็ remote office แบบนี้เลย ผมเคยถาม hr ว่า เด๋วนะ บัญชีทำ work at home แต่ทำไมผมทำ e-commerce online ไม่มี project แบบนี้บ้าง เค้าบอกว่าทางบัญชีมีปริมาณงานที่ตายตัวและเชกได้แน่นอน ต้องเสร็จวันต่อวัน ทำงานเหมือน robot
  • จากพี่ Tavon Kob Seesenpila เจ้าของบริษัท ผมมีนะ จ้างลูกน้อง ให้ทำงานที่บ้าน ในเฉพาะ​ตำแหน่ง​ที่เห็นว่าทำที่บ้านได้นะครั​บ
  • จากคุณ Siwasit Pipatsrisopon ผมทำงานเป็น vfx artist เกี่ยวกับงานโฆษณาครับ เคยทำเป็นคอนแทคสั้นๆ 6 เดือน เวลาทำงานก็แชทผ่านทางไลน์อย่างเดียวเลยครับ ตลอด 6 เดือนไม่เคยเข้าออฟฟิตเลย ลักษณะงานก็ทำส่งตามระยะเวลาที่บรีฟมา อัพโหลดรวมไฟล์กันที่ Google Drive ของผมเทียบกับเงินเดือนก็ถือว่าเยอะกว่าตอนทำประจำนิดหน่อย แต่ก็ต้องมี  Workstation ของตัวเองก็ราคาค่อนข้างแพงครับ แต่ก็ถือว่า win win ทั้งคนจ้างละก็คนทำ ที่เราไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปออฟฟิส ส่วนทางคนจ้างก็ไม่ต้องหาอุปกรณ์หรือจัดเตรียมสวัสดิการอะไรให้เราครับ
  • จากคุณ สวรรยา แม่มิ๊วมิวกะคุนหมิง เป็นพนง.เงินเดือน แต่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ มีงานบอสก็ส่งเมล์หรือแชทมาสั่งงาน ทำงานเสร็จก็ส่งงานทางเมล์ บางงานก็ไม่ต้องส่ง เพราะลงระบบข้อมูลสำเร็จรูป ซึ่งบอสสามารถเข้าดูได้เอง แค่แจ้งไปว่าทำเสร็จแล้ว นานๆทีบอสจะนัดเจอถ้ามีงานที่ต้องคุย ปัจจุบันทำงานตำแหน่งฝ่ายประสานงานคะ 
  • จากคุณ Yaowapa Wattanapongsai เคยจ้างแบบนี้ครั้งนึงค่ะ เป็นครีเอทีฟ /กราฟฟิคดีไซน์ คุยงานส่งงานทางไลน์/เมล/dropbox เจอกันอาทิตย์ หรือ 2 อาทิตย์ครั้ง แต่ได้แค่ช่วงสั้นๆ ประมาณ 2 เดือน 
    จ่ายเป็นเงินเดือน สวัสดิการเหมือนพนักงานออฟฟิสปกติ แต่ต้องยกเลิกไป เพราะรู้สึกงานออกมาไม่โอเคน่ะค่ะ 😑 เป็นที่เด็กด้วยแหละค่ะ ตอนนั้นเด็กความรับผิดชอบไม่ค่อยโอเค เลยต้องกลับมาจ้างแบบประจำออฟฟิตเหมือนเดิม

กรณีศึกษาของคนที่ทำ Remote Office

จริงอยู่ที่ผมเริ่มต้นการทำงานแบบนี้จากการต่อรองกับเจ้าของกิจการตั้งแต่การสมัครงานเลย แต่ถ้าคุณไม่อยากเปลี่ยนงานใหม่หละ คุณยังรักนายจ้างของคุณ องค์กรของคุณ และยังมีความสุขกับงานของคุณดี คุณควรจะทำอย่างไร…??? ผมขอเอาเรื่องราวของพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง สมมุติว่าชื่อพี่ร็อคมาเล่าให้ฟังนะครับ

พี่ร็อคชอบงานที่เธอทำมาก แต่ที่ไม่ชอบคือสุขภาพของเธอแย่ลงทุนวัน เธอชอบการทำงานหนักแต่ร่างกายของเธอเริ่มออกอาการว่าไม่ไหวเนื่องจากงานในออฟฟิตมีมากเกินไป เธอเริ่มนอนไม่หลับจนต้องพึ่งยา เริ่มเป็นภูมิแพ้ ท้องเสีย ไมเกรนขึ้น เธอเลยขอนายจ้างพักงานแบบไม่มีกำหนดเพื่อเอาเวลาไปรักษาตัว ทันทีที่เธอเห็นนายจ้างมีสีหน้าคิดหนัก พี่ร็อคก็เปรยๆกับเจ้านายว่าถ้าเธอรับความเครียดไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว พร้อมกับพูดแบบเบาๆว่าพักครั้งนี้อาจจะไม่สามารถกลับมาทำงานได้อีกแล้ว แต่หนูยังรักการทำงานที่นี่อยู่ เป็นไปได้ไหมคะ ถ้าหนูอยากจะขอพักรักษาตัว แต่ขอเอางานกลับไปทำที่บ้านได้ไหม โดยเธอจะขอลดเงินเดือนตัวเองเพื่อแลกกับการทำงานที่บ้านแทน และจะขอเข้ามาเคลียร์งานที่ออฟฟิตสัปดาห์ละ 1 วันได้ไหม ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าพี่ไม่ชอบให้หนูทำงานแบบนี้ พี่สามารถเรียกให้หนูกลับมาทำงานได้เสมอเลยคะ

ด้วยความที่สุขภาพเธอแย่จริงๆ เจ้านายเลยอนุญาตให้เธอเอางานกลับไปทำที่บ้านได้ ซึ่งพี่ร็อคก็สามารถทำงานได้ดี ผลงานของเธอออกแนวดีกว่าตอนที่อยู่ออฟฟิตเสียอีก ปัจจุบันเลยทำให้เธอต้องเข้าไปทำงานที่ออฟฟิตสัปดาห์ละ 1 – 2 วันเท่านั้นครับ อืม สุดยอดไปเลยมั้ยหละ แล้วเวลาที่เหลือหละ เธอก็เอาไปทำกิจกรรมที่เธอชื่นชอบ เรียนในสิ่งที่อยากจะเรียน และท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆที่เธออยากจะไปโดยที่ไม่เสียงานที่เธอรักไปเลย เรื่องทั้งหมดนี้อยู่ที่ผลงานและการต่อรองจริงๆครับ

ถ้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณทำงานได้ดีมากๆ มากเสียจนนายจ้างไม่อยากจะเสียคุณไป คุณก็มีโอกาสสูงมากครับ ที่จะขออนุญาตทำงานแบบ Remote Office ได้ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ของแฟนๆชาว Startyourway นะครับ

วิชญ์ Startyourway

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *