Article

แนวคิดการขายของออนไลน์ จากเจ้าของกิจการออนไลน์

By  | 
 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นายตัวเองทุกท่าน ขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะว่าชื่อกิ๊บค่ะ จบโฆษณาธรรมศาสตร์มาเมื่อหลายปีมาแล้ว ทุกวันนี้ก็เป็นนายตัวเองมาเกือบ 10 ปีแล้วค่ะ โดยที่ 5 ปีแรกเป็นนายตัวเองควบคู่งานประจำ 5 ปีหลังก็เป็นนายตัวเองล้วนค่ะ ทุกวันนี้ยอดขาย 8 หลักต่อปี กำไร 6 หลักต่อเดือน โดยที่ทำงานเพียงเดือนละ 4 วัน วันนึงก็ประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

ถ้ามีคนถามว่ากว่าจะมาเป็นทุกวันนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อคิดย้อนดูไปในอดีตแล้วพบว่า มันคือการหล่อหลอมของกระบวนการการเรียนรู้ ทัศนคติ และประสบการณ์ตั้งแต่อายุ 15 ปี กิ๊บเชื่อว่าไม่มีใครเกิดมาปุ๊บแล้วเก่งปั๊บ ทุกคนต้องผ่านการหล่อหลอมมาแล้วทั้งสิ้น

จุดเปลี่ยนครั้งแรกในชีวิตคือ เมื่อตอนที่จะขึ้นม.ปลาย จากคนที่ไม่เคยเรียนได้ที่ 1 เลย ก็คิดอยากจะสอบได้ที่ 1 ของสายชั้นขึ้นมา ด้วยเหตุผลแค่ว่ามันจะได้เงินของโรงเรียน เมื่อเราตั้งเป้าหมาย การกระทำก็เปลี่ยน

ก่อนไปเรียนทุกเช้าจะอ่านหนังสือก่อน หลังเรียนเสร็จก็อ่านทบทวนทุกวัน พูดได้เลยว่าทุกวันจริงๆ แล้วผลก็คือได้ที่ 1 ของสายชั้นมา 3 ปีรวด นี่คือครั้งแรกที่ทำให้รู้ว่า ถ้าเรามีเป้าหมาย แล้วเปลี่ยนการกระทำ ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไป จากนั้นเราก็เอนท์ติดธรรมศาสตร์ ตอนนี้ไม่มีเป้าหมายเรื่องเรียนแล้วก็เลยทำให้เรียนไม่เก่ง 555 อย่าถามว่าเกรดเท่าไร ผ่านๆไปละกันนะ

จุดเปลี่ยนต่อมาคือการได้ทำงานกับเจ้านายสิงคโปร์ ในตำแหน่งเซลล์คนแรกของบริษัท ทำทุกอย่างตั้งแต่หาลูกค้า จนถึงหาลูกน้องเข้ามาทำงาน ทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ 30 วันต่อเดือน ที่ตั้งใจทำงานเพราะได้เดือนละเกือบแสน ที่นี่สอนให้รู้จักการตั้งเป้าหมายรายปี รายเดือน จนถึงรายวัน คือต้องโทรกี่ครั้ง ถึงจะได้นัด ต้องนัดกี่ครั้งถึงจะได้ยอด มันทำให้เรามีวินัยในการทำงานทุกวัน ถ้าโดนปฏิเสธ ก็แค่หาเพิ่ม ทำมันจนถึงค่าเฉลี่ย การที่เราทำอะไรซ้ำๆ มันก่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ การเรียนรู้ การไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค การได้ยินในสิ่งที่ลูกค้าคิดจริงๆ

การตอบลูกค้าได้ว่า ทำไมต้องซื้อเรา…???

จริงๆ ทำงานอยู่ 2 ปี ก็เกิดปัญหากับเจ้านาย สุดท้ายคือเราก็ต้องออก เพราะ เค้าคือเจ้านาย เราคือลูกจ้าง จำไว้! ตอนนั้น ออกมาพร้อมวิชา คือ ถึก อึด ทน

จุดเปลี่ยนต่อมาคือ การเข้าไปเรียนรู้ธุรกิจแอมเวย์ จากกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนึง ที่นี่เปิดกะลาให้กิ๊บมากๆ ได้รู้จัก Passive income ได้อ่านหนังสือที่คนประสบความสำเร็จต้องอ่าน ได้รู้จักการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่ทันเวลา ทำไมเราต้องรีบสำเร็จให้เร็ว ก่อนที่พ่อแม่เราจะแก่ไปเสียก่อน จุดนี้มันทำให้กิ๊บกลับมารัก ดูแลพ่อกับแม่มากขึ้น พาพ่อกับแม่ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ พาไปกินอาหารดีๆ เจอกันทุกอาทิตย์ เคยทำจนได้เงินมาประมาณนึง มีตำแหน่งเล็กๆพ่วงมาด้วย โดยส่วนตัวไม่เคยมองว่าแอมเวย์ไม่ดีแต่ที่ไม่สำเร็จเป็นเพราะว่ามันยากจังสำหรับกิ๊บ แต่ที่นี่ก็ได้หล่อหลอมวิชานายตัวเองมากๆ รู้จักการโดนปฏิเสธอย่างหนักหน่วง555 ทุกวันนี้ยังใช้สินค้าเขาอยู่นะคะ ไม่ต้องมาชวนแล้วนะ555

ออกมาพร้อมวิชา คิดบวก คิดแบบนายตัวเอง คิดกตัญญูตอบแทนบุญคุญพ่อแม่ให้ทันเวลา

จุดเปลี่ยนสุดท้าย คือ มีพี่ที่รู้จัก เขาขายของนำเข้า มีหน้าร้าน แต่ทำเว็บไม่เป็น มาจ้างกิ๊บทำเว็บไซต์ให้ แต่กิ๊บเห็นว่ารู้จักกันเลยไม่ได้จ้าง เปลี่ยนเป็นกิ๊บทำเว็บไซต์ของกิ๊บเอง เอาสินค้าของพี่เขามาขาย บวกกำไรเพิ่มเอาเอง ถามว่าทำเว็ปไซต์เป็นไหม ตอบคือ ไม่เป็น แต่เรียนรู้เป็น ก็เซิสหาความรู้จากกูเกิ้ลเอา ตอนนั้นยังไม่รู้จัก เทพช็อปเลยด้วยซ้ำ เปิดกับเจ้าอื่นแต่จำชื่อไม่ได้แล้ว

พอทำสักพักก็เริ่มเรียนรู้ว่า นอกจากของร้านพี่เขา เราก็เอารูปสินค้าคนอื่นมาวางหน้าเว็บเราได้นี่นา ขายได้ก็ให้เขาส่งให้ลูกค้าเราในนามเรา เริ่มแบบนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้วนะ สมัยนั้นยังไม่มีคำว่า drop ship เลยด้วยซ้ำ

กิ๊บวางคอนเซ็ปต์เว็บกิ๊บว่า เป็นเว็บที่มีหน้าร้าน ราคาแพงกว่า แต่น่าเชื่อถือนะจ๊ะ เรียนรู้การปักหมุดบนแผนที่ เรียนรู้การลง google adwords เรียนรู้พฤติกรรมลูกค้า หมดนี่เรียนด้วยกูเกิ้ล พิสูจน์ว่าสิ่งที่ทำมันผิด หรือถูกด้วยยอดขายค่ะ

ขายดีจนพี่ที่รู้จัก ถึงกับปิดร้านมาทำเว็บขายเลย555 แล้วตอนนั้นก็คิดหนักว่า ถ้าเว็บไซต์เราไม่มีหน้าร้านแล้วจะทำยังไง ด้วยความคิดวิเคราะห์แล้วว่า ธุรกิจนี้มันไปได้ เลยเช่าหน้าร้านแทนเค้าไปเลย สุดท้ายเราก็เป็นเจ้าของเว็บไซต์และเจ้าของร้านซะงั้น

ถามว่า อุปสรรคมีไหม ตอบเลยว่า เพียบค่ะ ตั้งแต่ขายดี จนเพื่อนมาเปิดร้านติดกัน จนพี่คนเดิมที่ไม่เอาร้านแล้ว กลับมาเช่าร้านอยู่ข้างๆด้วย ขายเหมือนกันทั้งซอย ลามไปจนแทบจะทั้งตลาด555 ทะเลาะกันมั้ย จะเหลือหรอ เหนื่อยมากค่ะ

แต่เราก็ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า ทำไมลูกค้าต้องซื้อเรา ซึ่งตอนนั้น กิ๊บตอบได้ว่า กิ๊บเป็นร้านเดียวในตลาด ที่ทำการตลาดออนไลน์ มีการสะสมแต้มให้ลูกค้า มีการขอเบอร์โทร ขอไลน์ไอดี มีมิตรไมตรีจิตที่ดี ซื่อสัตย์ และจริงใจ

หน้าร้านฟาดราคากัน เราก็หนีไปขายลูกค้าออนไลน์แทน การที่เราเอาคู่แข่งเป็นที่ตั้ง ทำให้นอนไม่หลับ ขายไม่ได้หรอกค่ะ เราต้องเปลี่ยนเอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง โฟกัสลูกค้า ไม่โฟกัสคู่แข่งค่ะ

สู้กันมา 1-2 ปี เชื่อเถอะค่ะว่า คนดีที่มีสมอง คือ คนที่อยู่รอด กิ๊บกลายเป็นร้านเดียว ที่ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ ค่าโฆษณาเท่าเดิม ยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่านัก แถมค่าเช่าก็ลดลง เพราะตลาดเริ่มไม่มีคนเดิน แต่เพราะเราทำการตลาดออนไลน์ไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้วไง เราก็เลยอยู่รอด ยอดขายก็เพิ่มขึ้นทุกปี

แล้วกิ๊บก็เริ่มวางระบบ โจทย์คือ เราจะลดภาระหน้าที่เราได้อย่างไรบ้าง

1. ลูกน้อง ทำอย่างไรให้ลูกน้องรัก คุยกัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าเรารุ้จักลูกน้องเราดีพอ เราจะคุยกันรู้เรื่อง เราต้องหาลูกน้องที่มีทัศนคติเดียวกัน กิ๊บเลือกคนดี คนขยันและคิดบวก ถ้างานเพิ่ม เงินเพิ่ม มีการตั้งเป้าหมาย รายเดือน รายปี ให้อิสระในการทำงาน แต่ที่ร้านก็ติดกล้องวงจรปิดนะคะ

2. ระบบบัญชี ระบบสต็อก กิ๊บบริหารเอง อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่าทำงานอาทิตย์ละวัน คือจะทำบัญชี ทำสต็อก ทุกคืนวันอาทิตย์ ของอยู่นานแล้ว ลดราคา แปลงเป็นเงิน แล้วเอาเงินไปซื้อรุ่นใหม่มาขายแทน

3. กิ๊บไม่เคยหยุดเรียนรู้ เวลาที่ขายดีไม่เคยเหลิง เตรียมแผนสำรองไว้เสมอ ธุรกิจกิ๊บประกอบด้วย หน้าร้าน เว็บไซต์ แฟนเพจ ไอจี ทวิตเตอร์ ไลน์แอด ยูทูป Google my business Google AdWords

4. ทำ CRM หรือเรียกง่ายๆว่า ทำยังไงให้ลูกค้าซื้อซ้ำ การสะสมแต้ม การแจกของรางวัล ของสมน้ำหน้าคุณ เอ๊ย ของสมมนาคุณ..ตึ่งโป๊ะ

ทุกวันนี้ ก็ยังหาอะไรทำเพิ่ม เรียนรู้เพิ่ม พรุ่งนี้ก็ไปเรียนคอร์สสอนไลน์แอด ที่เดี๋ยวนี้เริ่มแทคคอร์สเพราะมีเงินบ้าง แต่ก่อนไม่ค่อยมีเงิน เลยไม่ได้ไปเรียนค่ะ 555 อีกอย่างการได้ออกไปรู้จักผู้คนมากขึ้น ทำให้เรามีเพื่อนดีๆมากขึ้น เรียนรู้สิ่งใหม่ๆมากขึ้น

ตอนนี้กิ๊บมีเป้าหมายใหม่ คือ เก็บเงินเดือนละ 30,000 ใส่พอร์ตหุ้น นาน 20 ปีค่ะ

กิ๊บว่า ความสำเร็จ มันก็เหมือนการออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง เช่น

1. การตั้งเป้าหมาย = กำหนดว่าจะไปเชียงใหม่
2. การเรียนรู้ว่าทำยังไงให้มันถึงเป้าหมายนั้น หรือเรียกว่ากลยุทธ์ = เลือกขับรถไป โดยใช้เส้นพหลโยธิน มีgoogle map นำทาง
3. การไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค โฟกัสให้ถูกจุด = ต่อให้รถติด เราก็ยังคงขับรถไป แวะพักบ้างแต่ก็ขับต่อนะ
4. การเรียนรู้ตลอดเวลา = การเติมน้ำมันรถระหว่างทาง
5. และการเป็นคนดี คิดบวก = มีพระแขวนหน้ารถ

เพื่อนๆจะไม่ได้ไปไหนเลย ถ้าไม่มีเป้าหมาย หรือถ้ามี แต่ไม่ออกเดินทาง เพื่อนๆจะไปไม่ถึงจุดหมายเลย ถ้าขับรถแต่หลงทิศ ถ้าน้ำมันหมดแต่ไม่เติม และเพื่อนๆจะถึงจุดหมายช้า ถ้ามัวแต่แวะระหว่างทาง ข้อคิดที่กิ๊บมักใช้คือ เราเป็นอะไรในวันนี้ เกิดจากการกระทำเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แล้วอีก 5 ปีข้างหน้า ชีวิตจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวันนี้ ไม่ใช่เมื่อวาน สู้ๆ นะคะ #นายตัวเอง2018

ติดตามผลงานต่อได้ใน https://www.facebook.com/mybiz2018/ ครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *