Advertising

เรียนหมอ 6 ปี ต้องเจออะไรบ้าง สนับสนุนโดยค่ายปั้นหมอ

By  | 
 

ถ้าจะมองว่าการสอบติดคณะแพทย์นั้นเป็นอะไรที่ดูดี เท่ ก็แค่สอบเข้าให้ได้ เรียนไปเรื่อยๆก็จบนั้น เปลี่ยนความคิดได้เลยครับ เพราะชีวิตการเรียนหมอไม่ง่ายแบบนั้น ตอนสอบเข้าว่ายากแล้ว ตอนเรียนนี่สิของจริง แล้ว 6 ปีนั้นต้องเรียนรู้อะไรบ้าง เรียนหนักไหม เวลาที่ต้องทุ่มเทไป จะได้อะไรแลกกลับมา และการเรียนแต่ละปีมีความท้าทายยังไง ไปรู้กัน…!!!

-Version Video-

ปี 1 : เรียนปรับพื้นฐานกันก่อนเลย

สาหรับในปี 1 จะเป็นปีเดียวที่น้องๆจะได้เรียนเหมือนเด็กคณะอื่น ๆ ส่วนวิชาที่จะเรียนในปี 1 นี้ ก็จะเป็นวิชาเรียนคล้าย ๆ กับตอน ม.ปลาย เลย คือจะเน้นวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ (ที่ใช้ในการแพทย์) เป็นหลัก แต่ว่าจะเรียนลงลึกมากยิ่งขึ้นและยากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นจึงทาให้การเรียนในปี 1 นั้น อาจจะดูเบาไปเลย แถมยังมีเวลาว่างให้น้องๆได้ทาสิ่งต่างๆอีกด้วย

ปี 2 : ชั้นพรีคลินิก…ก้าวแรกสู่การเรียนแพทย์

พอขึ้นปี 2 น้องๆจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ทางการแพทย์เพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าปี 1 เยอะเลยทีเดียว โดยเนื้อหาในปีนี้น้องจะได้เรียนเกี่ยวกับโครงสร้างของร่างกายและระบบการทางานของร่างกายอย่างละเอียด เช่น ระบบประสาท ระบบเลือด ฯลฯ (ซึ่งเรียกได้ว่าน้อง ๆ จะต้องรู้ลึกไปถึงกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายว่ามีหลอดเลือดชนิดไหนบ้างที่ไปหล่อเลี้ยงให้สามารถทางานได้ตามปกติ) พร้อมทั้งน้อง ๆ ยังจะได้พบกับอาจารย์ใหญ่และกล่าวคาปฏิญาณอีกด้วย

ปี 3 : ร่างกายของเราป่วยได้อย่างไร

ตอนเรียนปี 2 น้องๆ จะเน้นการเรียนเกี่ยวกับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย พอขึ้นมาปี 3 น้อง ๆ ก็จะเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่ทาให้ร่างกายของเราเกิดอาการเจ็บป่วยหรือทาให้ร่างกายผิดปกติ ทั้งการเรียนรู้จักกับเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ สาเหตุของการเกิดโรค เช่น หลักภูมิคุ้มกันวิทยา, ปรสิตวิทยา, พยาธิทั่วไป, เวชศาสตร์ชุมชนฯ เป็นต้น และนอกจากนี้ยังเรียนเกี่ยวกับยาชนิดต่าง ๆ ที่ใช้ในการรักษาโรค (ระดับพื้นฐาน) อีกด้วย

ปี 4 : ชั้นคลินิก เริ่มใกล้คาว่าแพทย์มากขึ้น.. ได้ดูแลคนไข้แล้ว

บอกลาการปิดเทอมไปได้เลยครับ ปี 4 เป็นปีแรกในการก้าวสู่ชั้นคลีนิค เป็นปีที่เริ่มไปเรียนรู้และทดลองดูแลคนไข้จริงๆ ที่โรงพยาบาลแล้ว ซึ่งก็จะวนไปตามวอร์ดต่างๆ จนครบ เป็นปีที่ต้องตื่นเช้ามากกกก และนอนดึกมาก ถ้าเพื่อนๆ ที่เรียนแพทย์หายไปจากโซเชียลไม่ต้องไปน้อยใจเลยนะครับ คือไม่มีเวลาจริงๆ เพราะต้องขึ้นวอร์ดด้วย เรียนเลคเชอร์ด้วย แต่สักพักจะปรับตัวได้เอง (มั้ง)

ปี 5 : เรียนหนักขึ้น เพื่อให้

สาหรับรูปแบบการเรียนในชั้นปีที่ 5 จะเหมือนกับปี 4 คือแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ และวนไปตามวอร์ดต่าง ๆ ตลอดทั้งปี แต่ก็จะมีความแตกต่างกันตรงที่วอร์ดที่น้อง ๆ วนกันนั้น จะเป็นวอร์ดที่ยังไม่เคยเจอในตอนปี 4 เช่น แผนกจิตเวช, แผนกนิตเวช เป็นต้น (การวอร์ดในแต่ละสถาบันการศึกษาอาจจะมีความแตกต่างกันออกไป ตามที่สถาบันได้จัดเอาไว้)

แต่ก็แอบโหดอยู่เหมือนกันจากตอนปี 4 น้อง ๆ อาจจะมาถึงวอร์ดได้ตอน 7 โมง แต่พอขึ้นปี 5 มา น้อง ๆ อาจจะต้องมาถึงวอร์ดประมาณตี 4 และอยู่จนถึงรุ่งเช้าของอีกวันก็มีนะ และก็ยังต้องมีการเข้าเวรเหมือนปี 4 นอกจากนี้น้อง ๆ ก็ยังจะได้สอบถามประวัติของคนไข้ ตรวจร่างกาย ทาการวินิจฉัยโรค ให้การรักษาผู้ป่วย ร่วมกับอาจารย์ผู้ควบคุมมากยิ่งขึ้น และยังช่วยเย็บแผล ทาคลอดอีกด้วย

ปี 6 : ช่วงชีวิต Extern เริ่มทางานจริงแล้ว

ปีสุดท้ายแล้วสาหรับการเรียนแพทย์ น้อง ๆ จะได้ทางานจริงเหมือนแพทย์ตามโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคนไข้ ทาการรักษาโรค เย็บแผลเอง ทาคลอดเอง ทาการผ่าตัดเล็กเอง (โดยจะมีอาจารย์เป็นผู้ควบคุมดูแลอีกทีอย่างห่าง ๆ) เรียกได้ว่าเป็นปีสุดท้ายที่โหดมากเลยทีเดียว เพราะเมื่อเราขึ้นวอร์ดไปแล้วเราจะต้องทาทุกอย่างเหมือนแพทย์ที่จบไปแล้ว ใช้ความรู้ที่ได้เรียนทั้งหมด และในปีนี้เราสามารถออกไปฝึกที่โรงพยาบาลต่างจังหวัดได้ด้วย พอจบ 6 ปีก็สอบใบประกอบวิชาชีพขั้นสุดท้าย และเตรียมตัวใช้ทุนต่อไป

คราวนี้เราคงย้อนกลับมาดูที่ตัวเราเอง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราค้นพบคาตอบว่าการเรียนหมอมันเป็นสิ่งที่ใช่สาหรับตัวเองหรือเปล่าก่อนที่จะตัดสินใจลงไป มันก็คงจะดีมากเพราะเราจะไม่ต้องเสียเงิน เสียแรง และเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมายของเราจริงๆ ดังนั้น ผมขอแนะนาค่ายปั้นหมอครับ

ค่ายปั้นหมอ คืออะไร…???

ค่ายปั้นหมอ คือค่ายที่ช่วยให้น้องๆได้ค้นหาตนเองสาหรับคนที่อยากเป็นหมอ หรือมีความสนใจในกลุ่มวิชาชีพวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพอื่นๆ ได้แก่ ทันตะ เภสัช พยาบาล เทคนิคการแพทย์ เป็นต้น ด้วยการให้ทดลองลงมือปฏิบัติจริงๆ เขาจะได้เจอคาตอบว่าเส้นทางนี้คือเส้นทางที่เขาต้องการจริงหรือไม่ รวมทั้งมีการจาลองสนามสอบเสมือนจริง พร้อมวิเคราะห์ผลรายบุคคลแบบแม่นยาสุดๆ

หรือแม้กระทั่งน้องคนไหน ที่มีความตั้งใจอันแรงกล้าแล้วว่า ชั้นจะต้องเป็นหมอให้ได้ ค่ายนี้ก็จะช่วยปูเส้นทางให้น้องไปถึงฝั่งฝันได้ดียิ่งขึ้น เพราะค่ายปั้นหมอเรามีหลากหลายระดับความเข้มข้นตามความต้องการ และพื้นฐานของน้องๆ และรู้หรือไม่ว่า ค่ายปั้นหมอเป็นค่ายหมอที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในประเทศอีกด้วยครับ

ค่ายนี้เหมาะสาหรับคนที่อยากเป็นหมอ แต่ยังไม่ชัวร์ว่า…ถ้าตัดสินใจเลือกทางนี้จะใช่ตัวเองจริงๆหรือไม่ หรือคนที่ยังไม่รู้ว่าจะทาอาชีพอะไร ค่ายปั้นหมอก็ช่วยคุณได้ครับ เพราะไม่ใช่แค่ความรู้ที่เราจะได้ไป แต่จะได้ประสบการณ์อันล้าค่าไปอย่างเต็มที่อีกด้วยครับ

อย่าคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับค่ายนี้ ถ้ายังไม่ลอง

ขอขอบคุณผู้สนับสนุน ค่ายปั้นหมอ ดูข้อมูลและกำหนดการค่ายได้ที่ http://www.pretestthailand.com/

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *