Article

การบ้านหลังลาออกจากงานแล้วรอด

By  | 
 

เมื่อหลายเดือนก่อน ได้คุยกับรุ่นพี่ท่านหนึ่งที่เป็นเจ้านายตัวเอง เขามาบ่นๆให้ฟังว่าช่วงแรกๆตอนลาออกจากงานใหม่ๆ รายได้ดีมาก ชีวิตมีความสุข อะไรๆก็เหมือนจะไปได้ดี แต่ล่าสุดที่ได้คุยกัน กับพูดว่า เหนื่อยหน่าย ท้อ รายได้ตก ยอดตก ลูกค้าเรื่องเยอะ และไม่อยากทำงานอีกแล้ว

คำพูดของผมอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องที่สุดนะครับ แต่อยากจะบอกว่า ในตอนแรก มนุษย์เงินเดือนเกือบทุกคนจะรู้ว่า Step ถัดจากการทำงานประจำ คือ การเป็นเจ้านายตัวเอง และคิดว่าถ้าเป็นนายตัวเองได้ นั่นคือเสร็จภารกิจแล้ว

แต่ความเป็นจริง หลังจากเป็นนายตัวเองได้ มันมีอีก Step ที่เราต้องไปต่อ และยากกว่าการเปลี่ยนจากมนุษย์เงินเดือนมาเป็นนายตัวเองอีก นั่นคือ Step เก็บสะสมพอร์ตเกษียณ

พูดให้ง่าย ให้สั้น ก็คือ เมื่อเราสร้างเส้นทางนายตัวเองได้แล้ว มีรายได้จนไม่ต้องง้องานประจำ การบ้านข้อต่อไปที่เราต้องทำให้เสร็จเร็วที่สุดคือการตั้งสมมุติฐานว่า “ถ้าวันหนึ่งเส้นทางนายตัวเองของเราถึงทางตัน เราต้องมีเงินมากพอที่จะอยู่รอดต่อไปได้โดยไม่กระทบชีวิตเรา”

หากสมุมติวันนี้ผมไม่มีรายได้จากการทำงานเลย รายได้จากทรัพย์สินที่ผมลงทุนไว้ก็ยังมีปันผลที่ทำให้ผมอยู่รอดได้แบบประหยัดๆ คือไม่ได้เยอะมาก แต่พอรอดได้ อย่างน้อยในเบื้องต้นผมก็ไม่เดือดร้อนแล้ว

ดังนั้น ถ้าทุกคนในที่กำลังสร้างเส้นทางนายตัวเองและรู้สึก “สนุก ตื่นเต้น” กับการสร้างเส้นทางนายตัวเองอยู่และทุกอย่างมันดูไปได้สวย ผมอยากบอกว่าการบ้านของคุณนั้นยังมีอีกข้อ และเป็นข้อที่ใหญ่กว่าการลาออกงานงานแล้วรอดอีก การบ้านนั่นคือ การหยุดทำงานแล้วรอดครับ

ซึ่งหมายถึงการบรรลุโจทย์อิสรภาพทางการเงินอันเป็นสุดสูงสุดของวิชาทางการเงินนั่นเเหละ…!!!

อย่าเข้าใจผิดคิดว่าการมีอิสรภาพทางการเงินนั้นหมายถึงการเปลี่ยนตัวเองจากคนที่มีคุณค่ากลายเป็นคนที่ไร้คุณค่าอันเนื่องมาจากการไม่ทำงาน แต่หมายถึงการที่เราสามารถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการทำงานเพียงอย่างเดียว ลองคิดดูสิครับ หากคุณแก่ตัวลงไปแล้วกลายเป็นว่าคุณยังคงต้องทำงานที่คุณไม่ชอบเอามากๆ ทำงานที่ไม่ได้รักเลย แต่ต้องกัดฟันทำเพราะต้องหาเงินมายังชีพตัวเอง ผมว่ามันคือการทรมานตัวเองในบั้นปลายมากๆ

ดังนั้น การมีอิสรภาพทางการเงิน หมายถึงการที่เราสามารถเลือกได้ว่ากิจกรรมอะไรบ้างที่เราอยากทำ และกิจกรรมอะไรบ้างที่เราไม่อยากทำ โดยไม่ต้องสนใจว่ามันจะเกี่ยวกับเรื่องเงินหรือไม่…!?! คือถ้าจะทำงาน ก็เป็นเพราะคุณกับผมเลือกทำเพราะอยากทำเท่านั้นครับ

โดยการมีอิสรภาพทางการเงินนั้น มีอยู่ 2 ทางเลือก คือ การเก็บเงินเอาไว้มากพอที่สามารถเลี้ยงตัวเองในวัยเกษียณได้ตลอดชีวิต หรือ ใช้เวลาทั้งชีวิตสะสมทรัพย์สินที่จะปันผลเป็นเงินสดโดยไม่กระทบเงินต้นให้มากพอที่จะทำให้คุณสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องแคร์เรื่องการทำงานหาเงิน

แน่นอน ผมไม่สามารถสอนคุณเรื่องอิสรภาพทางการเงินได้ เพราะในตอนนี้ ผมยังเป็นเพียงแค่คนๆหนึ่งที่พยายามสะสมทรัพย์สินสำหรับเตรียมตัวเกษียณในวัยแก่เท่านั้น ผมยังไม่ได้อยู่ในจุดผู้ที่มีอิสรภาพทางการเงิน แต่ผมมั่นใจว่าถ้าค่อยๆเดินไปเรื่อยๆนั้น ต้องถึงเป้าหมายเข้าซักวันครับ

ถึงแม้มันจะเป็นหนทางที่ยาวไกล แต่ถ้าค่อยๆเดิน ก็เท่ากับเราเข้าใกล้เป้าหมายขึ้นทุกวัน

ผมได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับเต๋าโดนบังเอิญ ขอสรุปมาเป็นนิทานสั้นๆให้คุณได้อ่านกันนะครับ

ชายหนุ่มคนหนึ่งอยากเดินทางไปเคารพรูปบูชาซึ่งอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านของตัวเองกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งเขาคิดว่าวันหนึ่งเขาจะพร้อมออกเดินทางเพื่อไปทำตามความฝันของตัวเอง จนกระทั่งผ่านไป 10 ปี เขาก็ยังไม่ได้ออกเดินทาง

ในคืนหนึ่ง ชายหนุ่มเกิดความคิดว่าถ้าไม่ทำวันนี้ จะไปเริ่มทำเอาวันไหน ชายหนุ่มเลยตัดสินใจเดินทางออกจากหมู่บ้านในวันนั้นเลย พอเดินไปได้ 10 ไมล์ ชายหนุ่มก็รู้สึกเหนื่อย พร้อมกับอุทานในใจว่า “เราตัดสินใจถูกแล้วจริงๆหรือ เราออกจากบ้านมาลำบากเพื่ออะไรกัน อยู่บ้านเราก็สบายๆดีอยู่แล้ว ไม่น่าเลยเรา เราควรจะกลับบ้านไปก่อนดีมั้ยนะ…???”

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิด ชายชราท่าทางแข็งแรงเดินหอบสัมภาระผ่านมาพอดี ชายชราเห็นชายหนุ่มนั่งอยู่ริมทางแย่างเหนื่อยล้า เลยเอ่ยปากถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย “เจ้าหนุ่ม เจ้ามานั่งทำอะไรตรงนี้ล่ะ”

ชายหนุ่มตอบมาอย่างรวดเร็ว “ข้าอยากจะเดินทางไปเคารพรูปบูชาด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้ข้าเหนื่อยแล้วทั้งๆที่เดินมาไม่ถึง 10 กิโลเมตร ข้าเลยคิดว่าข้าควรจะต่อดี หรือควรจะย้อยกลับไปที่บ้านข้าแล้วล้มเลิกความคิดดีเพราะหนทางมันยังอยู่อีกยาวไกลครับ”

ชายชราหัวเราะ พร้อมกับวางสัมภาระลงข่้างชายหนุ่ม พร้อมกับสอนว่า “หนทาง 10,000 กิโลเมตรมันต้องมีกิโลเมตรแรกเสมอ เจ้าเดินทางไปด้วยเท้า เดินไปเรื่อยๆ ไม่นานเจ้าก็คงจะถึง 1,000 กิโลเมตรแน่นอน แถมในระหว่างทาง เจ้ายังสามารถพักผ่อนได้ด้วย ถ้าตอนไหนเจ้าเหนื่อย เจ้าก็สามารถพักซัก 1 – 2 วันก่อนจะเดินทางต่อไป เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าอาจจะได้เจอผลไม้รสชาตใหม่ๆที่อร่อยไม่เคยเหมือนกับที่เจ้ากินมาทั้งชีวิต วิวทิวทัศน์ระหว่างทางอาจจะสวยจนเจ้ามิอาจลืมเลือนได้ 1,000 กิโลเมตรนั้นไม่ไกลหรอก ขอแค่เจ้าค่อยๆเดิน ค่อยๆไป และชื่นชมสิ่งดีๆระหว่างทาง เจ้าจะถึงเป้าหมายในวันหนึ่งได้แน่นอน”

ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็เกิดแรงสู้ ชายชราเลยอาสาจะเดินไปเป็นเพื่อนจนกว่าจะแยกทางกัน และก็เป็นไปดั่งที่ชายชราพูด เพราะชายหนุ่มได้เจอผลไม้แปลกๆที่ตัวเองไม่เคยกิน มันอร่อยเกินกว่าที่ชายหนุ่มจะจินตนาการได้ วิวทิวทัศน์ระหว่างทางก็สวยงามวิจิตรยิ่งนัก โดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มเดินผ่านหนองน้ำ พระอาทิตย์ยามเย็นสะท้อนลงหนองน้ำทำให้รอบข้างสุกสว่างราวกับมีทองคำส่องแสงระยิบระยับ

ผ่านไปไม่ถึง 2 เดือน ชายหนุ่มก็ไปถึงสถานที่เทวรูปตั้งอยู่ น้ำตาของเขาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ในที่สุดชายหนุ่มก็ทำได้แล้ว และในระหว่างทาง เขาก็มีความสุขกับการเจออะไรใหม่ๆเยอะมาก และเขาก็รู้สึกขอบคุณชายชราที่ช่วยกระตุ้นให้เขาสามารถทำตามความฝันของตัวเองให้สำเร็จ

เมื่อเขาเดินทางกลับหมู่บ้าน ถึงแม้บ้านของเขาจะเป็นหลังเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือความภาคภูมิใจในชีวิตของเขาเอง ชายหนุ่มทำสำเร็จ และนั่นทำให้เขารู้สึกสบายใจจริงๆ

ใช่ครับ หลายคนพอพูดถึงเรื่องวางแผนเกษียณ ทุกคนก็ส่ายหน้าเพราะมันเป็นเรื่องที่ยากและไม่รู้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยพยายามไปเพื่ออะไร แต่โปรดอย่าคิดว่าระหว่างทางที่เราจะต้องฟันฝ่าไปนั้นจะมีแต่ความทุกข์อย่างเดียวสิ ความจริง มันมีสิ่งดีๆที่รออยู่ริมทางเหมือนกัน

การเริ่มต้นหารายได้เพิ่มเพื่อเอามันมาออมหรือซื้อทรัพย์สิน อาจจะทำให้คุณได้สร้างธุรกิจใหม่ที่มันสนุกมากๆ เจอคนใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิต หรือคุณอาจจะมีรายได้มากพอที่จะแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปเที่ยวต่างประเทศโดยไม่กระทบเงินออมเลยก็ได้ ใช่ การเดินทางมันเหนื่อย แต่เมื่อคุณพบเจอความสุขระหว่างทาง มันก็คุ้มครับ

ดังนั้น ถ้าคุณอยากจะเป็นนายตัวเองให้สบายใจ คุณต้องตั้งเป้าหมายต่อไปอีกสเต็ป นอกจากจะคิดเรื่องงาน ต้องคิดเรื่องชีวิตหลังหยุดทำงานด้วยครับ

<ร้านค้าของ Startyourway> ถ้าคุณอยากรู้ว่าคนไทยธรรมดาท่านอื่นๆที่ไม่ได้มีทุนมากมายเขาสร้างเส้นทางนายตัวเองกันได้อย่างไร เขาทำอาชีพอะไร หาเงินยังไงถึงได้เป็นนายตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาไปตามฟังบทสัมภาษณ์แบบวิดีโอ ตามอ่าน Blog แบบตาเปียกตาแฉะ คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือ We are Startyourway 590 บาทได้เลย เนื้อหาเกือบทั้งหมดเป็นเจ้าของเรื่องมาเขียนเองจริงๆครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *