Article

จบ ม.6 แล้ว เรียนต่ออะไรดี

By  | 
 

ในช่วงนี้ ผมได้รับข้อความเยอะแยะมากมายว่ากำลังจะต้องเลือกคณะมหาวิทยาลัยแล้ว ปัญหาก็คือเหล่าวัยรุ่นไทยหลายคนกลับไม่รู้ว่าควรจะเลือกเรียนต่อคณะอะไรดี ผมเลยทำคลิปนี้ขึ้นมา “จบ ม.6 แล้ว เรียนต่ออะไรดี”

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ ที่จะให้เด็กวัยรุ่นอายุพึ่ง 18 ปีหมาดต้องเลือกอนาคตตอนอายุ 22 – 23 ว่าอยากจะทำงานอะไร คิดดูสิ จะให้เด็กที่ยังไม่เห็นโลกกว้างมาเลือกเส้นทางชีวิตว่าจะเดินอย่างไรในโลกกว้างภายในระยะเวลาที่จำกัดมันยากขนาดไหน ผมว่าพวกเราทุกคนย่อมรู้ดี

บางคนที่เจอตัวเองเร็วว่าอยากทำอะไรถือว่าได้เปรียบ แต่คนที่ยังไม่เจอหละ พวกเขาจะเลือกเส้นทางยังไง

ผมมีคำแนะนำ 2 ประเภท ประเภทหนึ่งเป็นคำแนะนำที่อาจทำให้ผมมีโอกาสในรับคำชื่นชม อีกประเภทหนึ่งเป็นคำแนะนำที่อาจทำให้ผมมีโอกาสได้รับคำด่า

คำแนะนำแรก คือ ให้เรียนในคณะที่น้องชอบ น้องสนใจ หรือเรียนในคณะที่จะช่วยพัฒนาความสามารถด้านเด่นของน้องให้โดดเด่นขึ้นไปอีก ถ้าน้องไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือโดดเด่นอะไร น้องควรจะลองพยากรณ์อนาคตว่าโลกกำลังหมุนไปทางทิศทางไหน และสายงานอะไรที่จะมีโอกาสสร้างรายได้ได้มากกว่าสายงานอื่น แต่ความยากก็คือไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่าอนาคตนั้นจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร…???

สมัยตอนที่ผมต้องเลือกเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นมีการฟันธงว่าอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ได้เป็นกอบเป็นกำและอนาคตของนักเรียนจะสุขสบาย คือ หมอ วิศวกร และข้าราชการ ซึ่งเป็นอาชีพที่ผมได้ยินจากคุณครูที่โรงเรียน แต่พอผมเรียนจบจริงๆ กลายเป็นว่าอาชีพที่ตลาดกำลังต้องการอย่างแรงในช่วงนั้นคือโปรแกรมเมอร์…!!! เพราะมันเป็นยุคที่เปลี่ยนถ่ายจากออฟไลน์เป็นออนไลน์ และบริษัทต่างๆกำลังสร้างแพทฟอร์มของตัวเองให้เป็นออนไลน์อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นอาชีพที่ผมไม่เคยได้ยินจากคุณครูเลย

และในยุคปัจจุบันนี้ กลายเป็นว่าเทรนด์ผู้ประการณ์มาแรงมาก ไม่ใช่กระแสในประเทศไทยอย่างเดียว มันเกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนไม่มีใครคาดเดาอนาคตแบบนี้ ด้วยเหตุฉะนี้การคิดถึงอนาคตอีก 4 – 6 ปีข้างหน้าว่าโลกของงานจะเป็นอย่างไรนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากๆ เราทำได้เต็มที่คือการคาดการณ์เท่านั้น และไม่มีทางรู้เลยว่าสิ่งที่เราคาดการณ์จริงๆมันจะผิดหรือถูกจนกว่าเราจะเรียนจบแล้วก้าวสู่โลกของการทำงานจริงๆ ยกเว้นคุณมีความฝันที่อยากจะทำงานในสายงานที่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพอย่างอย่าง หมอ ทนาย สถาปัติ สัตว์แพทย์ ทันตแพทย์ ครู วิศวกรรม เภสัช พยาบาล บัญชีกับผู้ตรวจสอบบัญชี อันนี้คุณต้องเลือกเรียนในคณะที่เกี่ยวข้องอย่างเดียว

แต่ถ้าคุณไม่ได้มีความฝันที่อยากจะประกอบวิชาชีพที่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเท่านั้นถึงจะทำได้ ผมก็ขอให้คำแนะนำที่ 2 ครับซึ่งเป็นคำแนะนำที่อาจจะทำให้ผมถูกด่า นั่นก็คือ เรียนอะไรก็เรียนไปเถอะ เพราะมีโอกาสสูงมากที่คุณเรียนจบแล้วจะได้ทำงานไม่ตรงกับสายการเรียนที่ผ่านมา

นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คนรอบตัวและคนที่ผมรู้จักมีน้อยมากที่เรียนจบมาแล้วทำงานตรงกับสายที่ตัวเองเรียนมา ส่วนใหญ่ไม่ตรงสายกันทั้งนั้น อย่างเช่น

ลองดูจากคนที่จบศิลปกรรม ออกแบบนิเทศน์ศิลป์รุ่นเดียวกับผมก็ได้ มีน้อยมากที่ยังคงทำงานเกี่ยวกับศิลปะ ที่เหลือก็ประกอบอาชีพเซลล์ขายรถ แม่ค้าขายเสื้อผ้าที่ประตูน้ำ เปิดร้านขายน้ำเต้าหู้ ออแกไนซ์รับจัดงานแต่งงาน ขายประกันชีวิต ขายหมูปิ้ง ขายของตลาดนัด สาวนั่งดริ้ง นักร้องนักดนตรี พนักงานใน Supermarket แคชเชียร์ พนักงานต้อนรับในโรงแรม

และผมยังเคยเจอคนอีกมากมายที่เรียนมาอย่างแต่ประกอบวิชาชีพอีกอย่าง เช่น คนเรียนหมอที่มาเป็นแม่ค้าออนไลน์ คนเรียนวิศวะที่มาเปิดคอร์สสัมมนาการตลาด คนที่เรียนจบบัญชีแล้วมาเปิดร้านเสริมสวย คนที่เรียนครูแล้วเป็น Freelance ช่างแต่งหน้า เรียนนิติศาสตร์แล้วมาเปิดร้านขายกาแฟ เรียนบริหารธุรกิจแล้วไปเป็นเกษตรกร เรียนนิเทศศิลป์แล้วไปเปิดร้านขายผลไม้

เอาจริงๆคุณอยากจะเป็นอะไรก็ได้ตามเท่าที่คุณอยากเรียนรู้ อาจจะฟังดูไร้เหตุผล คุณอาจจะด่าผมก็ได้ถ้าผมจะแนะนำว่าหมดยุคแล้วกับการเลือกคณะเรียนแล้วประกอบอาชีพที่เรียนมาไปชั่วชีวิต บนโลกที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ทุกวันอย่างนี้ ความสามารถในการมองอนาคต คาดเดา เรียนรู้ด้วยตัวเอง และปรับตัว จำเป็นอย่างยิ่ง

หากคุณเครียดกับการเลือกคณะเรียน ผมอยากจะบอกว่า ถ้าอนาคตคุณไม่ได้อยากประกอบวิชาชีพที่กฏหมายบังคับให้เรียนถึงจะทำงานได้ ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ชอบอะไร เก่งอะไร คุณไม่ต้องเครียดเลย เรียนอะไรก็เรียนไปเถอะ เพราะยังไงก็มีโอกาสสูงมากที่คุณจะเรียนแล้วจบมาทำงานไม่ตรงสาย

มันจะเป็นไปได้ยังไง ในโลกใบนี้มีอาชีพเป็นแสนเป็นล้านอาชีพให้เลือก แต่คณะให้นักเรียนเลือกแค่หลักสิบ จริงมั้ย…???  

ผมจะบอกความลับให้ฟัง วิธีที่จะทำให้เราค้นพบตัวเองเร็วที่สุดไม่ใช่การเรียน แต่เป็นการทำงาน การทำงานในสถานการณ์จริงจะทำให้เราค้นพบว่าสิ่งที่เราทำนั้น เราชอบมันหรือไม่ เรามีความสุขกับจริงๆหรือเปล่า น่าเสียดายที่เด็กส่วนใหญ่ถูกบังคับให้หาคำตอบว่าตัวเองอยากทำอะไรทั้งๆที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงาน ซึ่งมันเป็นผลทำให้คนหลายคนเรียนจบแล้วทำงานไม่ตรงสาย เพราะกว่าจะเจองานที่ตอบโจทย์ตัวเองจริงๆก็กินเวลาหลังทำงานไปหลายปี คนที่เริ่มทำงานไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือนายตัวเองเร็วจะได้เปรียบคนอื่นในเรื่องการค้นหาตัวเองมากมาย เขียนนิยาย Youtuber นักร้องนักดนตรี หมอ ทนาย สถาปนิก นักออกแบบ อยากทำอะไร ลองให้เร็ว จะได้รู้ว่ามันเป็นตัวตนจริงๆของเราหรือเปล่า อย่างตอนนี้สำหรับคนที่อยากเป็นหมอแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นตัวตนของเราจริงๆหรือเปล่า ค่ายปั้นหมอก็ช่วยคุณได้

สุดท้ายนี้ผมอยากจะบอกกับคุณว่า เราจะเลือกเรียนอะไรก็ได้ ตราบใดที่เราเป็นคนดีของสังคม ไม่ทำให้ตัวเองหรือคนรอบข้างเดือดร้อน การเรียนรู้เป็นสิ่งที่มนุษย์ยุคนี้ต้องทำกันทั้งชีวิต ใครที่คิดว่าเรียน 4 ปีในมหาลัยแล้วจะถูกกำหนดชีวิตคุณจากนี้ตลอดไป มันไม่จริง โลกไม่เคยหยุดอยู่กับที่ เราก็เช่นกันสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพราะนั่นเเหละที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ยังไงหละ

Startyourway เส้นทางนายตัวเอง

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *