Article

จุดเริ่มต้นของเงินล้านแรก

By  | 
 

ท่ามกลางแรงบันดาลใจ คำคม แนวคิดของผู้ที่ประสบความสำเร็จที่สอนให้เราทำงานหนัก ประหยัด อดออม มุ่งมั่นสร้างเนื้อสร้างตัว ทำไมมีคนไทยมากมายหลายล้านคนที่ไม่สามารถเก็บเงิน 1 ล้านบาทแรกได้…???

ท่ามกลางหนังสือและสื่อสัมภาษณ์คนสร้างตัวที่ “อภิมหาโคตรรวย” ที่ประสบความสำเร็จมีรายได้หลายๆ ล้านบาทต่อเดือน ดูผิวเผินทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิด คิดว่าเงินล้านเป็นเพียงแค่เศษเงิน คิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็ยังมีคนอีกมากมายที่เก็บเงิน 1 ล้านบาทแรกไม่ได้เสียที…???

ท่ามกลางความเชื่อที่ว่าประเทศไทยไม่มีวันตกต่ำเพราะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้อง ทำไมฐานะคนไทยไม่ดีขึ้นเลย แถมหนี้สินครัวเรือนก็ยิ่งเติบโตขึ้นทุกวัน ตกลงเราสามารถพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้จริงหรือ หรือว่าเราควรพึ่งพาความสามารถของตัวเองแล้วบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมสร้างกำลังใจเพียงอย่างเดียว…???

ปีงบประมาณ 2563 รัฐวิสาหกิจที่ส่งเงินเข้ารัฐมากที่สุดคือหน่วยงานใด ให้ทาย ผมว่าคุณคงเดาไม่ผิดหรอกครับ นี่คือ 3 อันดับแรก

– อันดับ 3 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 28,619 ล้านบาท

– อันดับ 2 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 29,198 ล้านบาท

– อันดับ 1 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 34,304 ล้านบาท

ถ้าคุณถูกรางวัลที่ 1 ก็จะได้เงิน 6 ล้านบาททันที ถ้าคนไทยมีความรักและสมทบทุนให้กับลอตเตอรี่ขนาดนี้ เงินล้านก็น่าจะหาไม่ยาก คนไทยมากมายก็คงมีเงินล้านแรกในบัญชีกันหมดแล้ว แต่ในความเป็นจริง ทุกๆลอตเตอรี่ 1 ล้านใบ จะมีเพียง 1 ใบเท่านั้นที่ถูก นั่นหมายถึงมีโอกาส 1 ในล้านที่จะถูกรางวัลที่ 1

ถูกลอตเตอรี่หวังเงินล้าน มีโอกาสฝันเป็นจริง 0.0001%

ลอตเตอรี่ 1 ใบ มีโอกาสถูกรางวัลทั้งหมดเพียง 1.14% เท่านั้น

ส่วนโอกาสถูกรัฐบาลกินกลับตรงข้าม สูงถึง 98.86%

ถ้าคุณอยากจะมีล้านแรกด้วย “ดวง” ยินดีด้วย คุณมีโอกาสผิดหวังสูงถึง 98.86% เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงอภิมหาสูงลิบลิ่ว ถ้าให้เทียบความเสี่ยงกับกองทุนรวม ผมว่ากองทุนรวมเสี่ยงน้อยกว่าหลายเท่า…!!!

แล้วทำไมคนมากมายถึงได้พร้อมโยนเงินลงไปบนตัวเลข 6 หลักแห่งโชคชะตาบนลอตเตอรี่โดยไม่กลัวว่าจะต้องสูญเสียเงินเท่าไหร่ แต่พอพูดถึงการลงทุนในกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า กลับยี้ส่ายหน้าแล้วบอกว่ามีแต่ “เจ๊ง” และความ “พังพินาศ” รออยู่เบื้องหน้า

ทั้งๆที่ในความเป็นจริง มันตรงข้ามกันเลย

สาเหตุทั้งหมดเป็นเพราะ “ความรู้” และ “ความเชื่อมั่นในตัวเอง”

อย่าพึ่งน้อยเนื้อต่ำใจหากคุณเห็นคนที่ประสบความสำเร็จ ทำธุรกิจรวยเร็วตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาวที่ถูกเผยแพร่มากมายบน Soicial Media อย่าพึ่งเสียกกำลังใจ เมื่อคุณเข้าไปในสังคม Pantip.com แล้วเห็นคนมากมายที่ประกาศตัวว่าตนเองมีรายได้หลักแสนหลักล้านบาทต่อเดือน

ผมมีอะไรจะเล่าให้ฟัง…!!!

คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า คนที่เอามาโพสต์ความร่ำรวยของตัวเองนั้น เขาเขียนเรื่องจริงมั้ย เขาหาเงินเหล่านั้นได้ด้วยตัวเองหรือว่าต่อยอดจากสิ่งที่ครอบครัวได้มา ยกตัวอย่างเช่น Kevin David Lehmann ที่กลายเป็นวัยรุ่นที่รวยระดับแสนล้าน ถ้าถามว่าเขาร่ำรวยขนาดนั้นได้จากอะไร คำตอบคือ มรดกครอบครัวที่ทำธุรกิจเชนร้านขายยารายใหญ่ของประเทศเยอรมณี

การค้นหาว่าใครมีทรัพย์สินเท่าไหร่ เป็นเรื่องที่เสียเวลามากในประเทศไทย เพราะคนที่มีรายได้สูงมากจริงๆมักจะพยายามไม่เปิดเผยรายได้ของตัวเอง ด้วยเหตุผลเช่น ไม่อยากให้ใครยืมเงิน ไม่ต้องการถูกเพ่งเล็งจากสรรพากร ในทางตรงกันข้าม บุคคลเหล่านี้มักแสร้งแกล้งตัวเป็นบุคคลชนชั้นกลางธรรมดาๆ ถ้าไม่สนิทกัน เขาไม่มีทางบอกว่ามีทรัพย์สินเท่าไหร่เป็นแน่

พี่ที่รู้จักของผมคนหนึ่ง แต่งตัวธรรมดาๆ เครื่องประดับธรรมดาๆ ขับรถญี่ปุ่นธรรมดา อยู่บ้านทาวน์เฮ้าท์ธรรมดาๆ กินอาหาร เที่ยวต่างประเทศแบบธรรมดาๆ แต่มีเงินเก็บหลัก 10 ล้านบาทจากการทำธุรกิจส่วนตัว เขาไม่มีคาถาเงิน 10 ล้าน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาบอกกับผม คือ ถ้าอยากมีเงินล้านเร็วๆ ต้องอย่าหวังพึ่งจากงานประจำ งานประจำสามารถสร้างเงินล้านได้จริง แต่มันมีข้อเสีย คือ มันช้า…!!!

สมมุติคุณมีรายได้จากเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท ถ้าคุณหักออมเงินให้ได้เดือนละ 1,500 บาท ซึ่งเป็นมูลค่า 10% ต่อเดือน และตั้งสมมุติฐานว่าคุณมีรายได้เพิ่มขึ้น มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น และมีเงินออมเท่าเดิม ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการเก็บเงินล้านแรก ลองคำนวณดูครับ คุณต้องใช้เวลามากถึง 666 เดือน หรือ 55 ปี

ครับ ไม่ผิด 55 ปี…!!!

จริงอยู่ ถึงแม้หนังสือเล่มนี้จะเขียนว่า “ใช้กองทุนเร่งเงินล้าน” แต่ความลับที่เหล่ากูรูในอินเทอร์เน็ตไม่ได้บอกกันก็คือ การหักออมเดือนละเล็กน้อยจากรายได้ที่น้อย ต่อให้ใช้กองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนสูง มันก็ยังใช้เวลามากอยู่ดี บางทีคุณอาจจะใช้ชีวิตอย่างประหยัดอดออมจนแก่เพื่อไปมีเงินล้านบนเก้าอี้วีลแชร์ มันเป็นการออมที่เสียดายเวลาระหว่างทางเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น สิ่งที่คุณควรโฟกัสถ้าอยากจะมีเงิน 1 ล้านบาทแรกในชีวิต ไม่ใช่การเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ว่าเขามีทรัพย์สินกันเท่าไหร่แล้ว เพราะมันไม่ได้ช่วยทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น เหมือนเผาทรัพยากรที่มีค่าอย่างเวลาในชีวิตของตัวเองทิ้งแล้วได้แต่ความหดหู่จิตใจกลับมา แต่คุณต้องหันมาโฟกัสที่ 3 สิ่งของตัวเอง คือ รายได้ รายจ่าย และไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ

ลืมเรื่องอดออม 10% จากเงินเดือนที่แทบไม่พอใช้ได้เลย ทุ่มเทโฟกัสที่การหารายได้เพิ่มจะช่วยประหยัดเวลาในชีวิตของคุณได้จริง

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *