Article

ทางเลือกที่ 3 ของคนที่ไม่อยากเป็นลูกจ้างและเจ้าของกิจการ

By  | 
 

เมื่อคุณตั้งเป้าหมายอยากจะเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว คุณอาจจะได้คำแนะนำที่น่าสับสน

ฝั่งพนักงานประจำบอกว่า “เป็นเจ้าของธุรกิจดีกว่านะ เป็นเจ้าของระบบ ทำงานมาก ได้มาก ทำงานน้อย ได้น้อย สามารถเข้างานกี่โมงก็ได้ ออกจากงานกี่โมงก็ไม่ต้องแคร์ เป็นเจ้าของกิจการดีจะตาย สบายกว่าพนักงานประจำเยอะเลย”

เมื่อคุณคล้อยตามแล้วไปถามเจ้าของธุรกิจตัวจริง พวกเขาจะบอกว่า “เป็นพนักงานประจำดีกว่านะ ความเสี่ยงไม่มี ไม่ต้องเครียดว่าเดือนนี้บริษัทจะมีรายได้ตามเป้าหรือเปล่า กินอิ่ม นอนหลับ เลิกงานคือเลิกงาน ส่วนเจ้าของกิจการบางที เที่ยงคืนยังไม่ได้นอนเลย”

พอคุยไปคุยมา เอ้า ทั้งสองฝั่งทะเลาะกันว่าใครคิดถูกคิดผิด ฮ่าๆๆ แต่คุณรู้ไหมครับ นอกจากสถานะเจ้าของกิจการและลูกจ้างแล้ว ยังมีสถานะทางเลือกที่สาม ทางเลือกที่ไม่ต้องเป็นลูกจ้างรับคำสั่งจากใคร และไม่ต้องเป็นนายจ้างที่ต้องคอยปกครองดูแลใคร ทางเลือกที่สาม ที่อาจจะทำให้คุณมีความสุขมากกว่าเดิมพร้อมทั้งหาเลี้ยงตัวเองได้ ทางเลือกที่ 3 นั่นคือ Solopreneur หรือนักทำเงินลุยเดี่ยว…!!!

Solopreneur นักทำเงินลุยเดียว คืออะไร…???

Solopreneur คือ บุคคลที่ปรารถนาจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ หาเลี้ยงตัวเองและคนที่รักได้ โดยมีเงื่อนไขคือ พวกเขาต้องทำงานคนเดียว…!!! ไม่ต้องพึ่งพาเงินทุนจากใคร ไม่ต้องการ Partner คู่หูหุ่นส่วน ไม่จ้างพนักงานประจำมานั่งเฝ้าออฟฟิต มีอิสรภาพในการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง และแน่นอน แบกรับทั้งกำไรและการขาดทุนด้วยตัวเอง พวกเขาทำงานด้วยแนวคิดเน้นไลฟ์สไตล์เป็นหลัก ธุรกิจเป็นรอง โดยใช้เครื่องมือบนโลกออนไลน์เป็นหลักในการสร้างรายได้ โดยเจ้าตัวอาจจะนั่งตีพุงอยู่ที่บ้านเกิด ร้านกาแฟ อยู่ในระหว่างทริปท่องเที่ยว ซึ่งพวกเขาทำอย่างนั้นได้ เพราะ Solopreneur สามารถกำหนดเวลา สถานที่ และขอบเขตในการทำงานได้หมดเลย

Soloprenear ยุคเก่ามักจะเป็นคนค้าขายที่ทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว ยกตัวอย่างเช่น บ้านผมมีพ่อค้าขายขนมถ้วยที่ทำขนมถ้วยเอง ขายเอง เก็บเงินเองด้วยตัวคนเดียว ต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและไม่กลัวความลำบาก แต่พอโลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุคอินเตอร์เน็ตดั่งในปัจจุบัน มี Solopreneur ให้เห็นเยอะมากๆที่คุณสามารถดูได้ตามโลกออนไลน์ และแม้แต่ผมเอง ก็เป็น Solopreneur เช่นกัน

เมื่อ Solopreneur ต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่น พวกเขาจะไม่นิยมจ้างพนักงานประจำเพราะรู้สึกว่าการรับผิดชอบชีวิตอื่นนั้นจะทำให้เขาสูญเสียอิสรภาพไป Solopreneur ต้องการแบกรับเฉพาะชีวิตของตัวเองและคนที่รักเท่านั้น ดังนั้น Soloprenear จะจ้างงานที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นครั้งๆไป จ้าง Freelance ด้วยเงินก้อนแล้วทำงานให้เสร็จในครั้งเดียว

ยกตัวอย่างเช่น ผมเคยรับทำงานเว็บไซต์ด้วยราคาค่าเหนื่อย 20,000 บาท ผมออกแบบดีไซน์เป็น แต่เขียน Program ไม่เป็น เลยจ้าง Programmer ให้เขียบบบนโปรแกรมให้ในราคา 5,000 บาท เพราะผมไม่มีประสบการณ์ในการเขียนโปรแกรมเยอะเท่ากับเขา และเมื่อเสร็จงาน ผมได้เงินมาแล้ว พวกเรา 2 คนก็แยกย้ายไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเองต่อไป ไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตซึ่งกันและกัน ซึ่งผิดกับผู้ประกอบการณ์ที่มีพนักงานประจำ หากบริษัทขาดทุน ก็ยังคงต้องจ่ายเงินเดือนให้พวกเขาต่อไป และถ้าต้องเลิกจ้าง ก็ต้องจ่ายค่าเลิกจ้างอย่างน้อย 3 เท่าของเงินเดือนตามกฏหมายแรงงาน

Solopreneur ไม่ได้มีเพียงแค่อาชีพนักออกแบบกราฟฟิคดีไซน์อย่างผมเท่านั้น แม้แต่แฟนคลับ Startyourway หลายคนก็เป็นนักทำเงินลุยเดี่ยว ไม่มีทั้งลูกจ้าง นายจ้าง ทุกๆที่ที่เขาอยู่ มี Notebook และอินเตอร์เน็ต ล้วนเป็นออฟฟิตสำหรับทำงานของ Solopreneur ได้ทั้งนั้น

เช่น คุณปลา ที่เป็นนักเขียนนิยายรัก โรแมนติก และขายในนามปากกาของตัวเอง ไม่ผ่านสำนักพิมพ์ โดยใช้เว็บไซต์ตามโลกออนไลน์ต่างๆขายนิยายในรูปแบบ Ebook ส่วนหน้าปกก็จ้างนักวาดฝีมือดีวาดให้โดยจ่ายค่าจ้างเป็นชิ้นๆไป ไม่จ้างประจำ รับรายได้ทุกเดือน เดือนละหลายหมื่นบาท ซึ่งทำให้นอกจากเธอจะทำงานด้วยตัวคนเดียวอย่างมีความสุขแล้ว เธอยังเที่ยวกับคนรักบ่อยมากๆจนเพื่อนใน Facebook ต่างอิจฉา

พี่กิต ที่รอบรู้เรื่องบัญชี ได้เปิดแฟนเพจและขายคอร์สสัมมนาออนไลน์เกี่ยวกับสอนพื้นฐานบัญชี ทุกครั้งที่เปิดคอร์สก็มีนักเรียนมาลงทะเบียนราวๆ 10 – 20 คน ทำให้เขาสามารถมีรายได้หลักหลายหมื่นต่อเดือน ทุกๆวัน เขาจะเปิด Notebook เพื่อเขียนบทความและทำภาพประกอบเกี่ยวกับเรื่องบัญชีเผยแพร่ให้คนอ่านฟรีๆบนแฟนเพจ ทั้งหมดเขาทำด้วยตัวคนเดียว เมื่อทำงานเสร็จในแต่ละวัน ซึ่งกินเวลาราวๆ 3 – 5 ชั่วโมง เขาก็จะใช้เวลาทั้งหมดเล่นกับลูกของตัวเอง

แม่อิ่ม ที่ใช้กล้องถ่ายคลิปวีดีโอถ่ายตัวเองขณะสอนเรื่องการดูแลสุขภาพ โอนไฟล์เข้า Notebook และตัดต่อด้วยตัวเอง ใช้เวลาราวๆวันละ 4 – 6 ชั่วโมงในการทำงาน ก่อนจะกด Export วีดีโอที่ตัดต่อเสร็จแล้วอัพโหลดขึ้นไปบน Youtube เพื่อหารายได้จากค่าโฆษณา ถึงแม้จะทำงานด้วยตัวคนเดียว แต่แม่อิ่มสามารถสร้างรายได้ได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน และใช้เวลาที่เหลือพักผ่อนอย่างมีความสุข

หรือแม้แต่ผมเองก็ใช่ ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบไลฟ์สไตล์ของการเป็น Solopreneur มากๆ ถ้าคุณได้ติดตามผม คุณจะรู้ว่าผมเป็นคนติดภรรยามากๆ ตอนสมัยทำงานประจำแล้วเราต้องห่างกัน ผมไม่ค่อยมีความสุขเลย การทำงานและใช้ชีวิตกับคู่ชีวิตของผมนั้นสามารถสร้างความสุขได้มากกว่ามาก ผมรักไลฟ์สไตล์ที่ได้อยู่กับภรรยาเป็นอย่างยิ่ง ความฝันสูงสุดของผมคือการทำงานที่ไหนก็ได้ที่ภรรยาผมอยู่ ขอแค่มี Notebook กับอินเตอร์เน็ตเท่านั้น

แม้แต่ภรรยาของผม Madampam Beauty Blogger ชื่อดัง เธอก็ชอบทำงานแบบ Solopreneur เธอไม่ชอบทำงานที่ต้องเป็นทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เธอรู้สึกว่าการได้นอนตื่นสายๆโดยไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตหรือแบกความคาดหวังของใครเป็นความสุขสูงสุดในชีวิตเธอ โดยงานของเธอคือการถ่ายคลิปวีดีโอรีวิวเครื่องสำอาง และเมื่อถ่ายทำเสร็จ เธอก็จ้างพนักงานตัดต่อโดยไม่จ่ายเงินเดือน แต่ให้ส่วนแบ่งแทน ถ้าไม่มีผลงานก็ไม่มีเงิน ซึ่งพนักงานคนนั้นก็คือ ผมเอง ส่วนเวลาออกไปแต่งหน้าลูกค้า ก็จะจ้างช่างทำผมเป็นครั้งๆไป ไม่จ้างแบบพนักงานประจำรายเดือน เพื่อเธอจะได้มีอิสรภาพในการกำหนดว่าตัวเองจะทำอะไร หรือไม่ทำอะไร

นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น ในความเป็นจริง ยังมีกรณีศึกษาอีกมากมายที่เป็นคนไทย และเล่าให้ฟังยังไงก็ไม่มีทางเบื่อ

แน่นอน ผมจะบอกว่า Solopreneur ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสถานะนี้ถึงแม้จะมีอิสระสูงมากๆ แต่วินัยในการทำงานก็ต้องสูงมากๆเช่นกัน และต้องพยายามสร้างบางสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ได้ตลอดเวลา แต่ข้อดีก็คือ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่ชอบเป็นทั้งลูกจ้าง และไม่ต้องการเป็นนายจ้าง Soloprenear คือทางออกของคุณ

แล้วคุณจะเป็น Solopreneur ได้อย่างไร ผมขอแนะนำ 3 เรื่องสำคัญให้คุณได้ฟังนะครับ

  1. คุณต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสร้างรายได้อย่างชัดเจน ต้องมีผู้ติดตาม ซึ่งคุณต้องเรียนรู้เรื่องโลกออนไลน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องทำให้ตัวคุณ สินค้า หรือบริการ พุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายของคุณให้ได้ แล้วทำยังไงล่ะ
  2. คุณต้องทำ Content เป็น คุณต้องสามารถสร้างเนื้อหาฟรีที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเป็นได้ เมื่อของฟรีที่คุณให้เขานั้นดีและมีคุณภาพ ยามใดที่คุณขายของ กลุ่มเป้าหมายจะซื้อเพราะพวกเขารักคุณนั่นเอง ที่สำคัญ Content เหล่านี้ไม่ว่าจะอยู่บน Website Youtube หรือ Facebook มันจะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์สิ่งที่คุณทำ 24 ชั่วโมงแบบไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย ในขณะที่คุณดูคลิปนี้ ผมอาจจะหลับไม่รู้เรื่องอยู่ก็ได้ แต่คุณก็รู้จักผมแล้วนี่ จริงมั้ย…???
  3. คุณต้องมีออฟฟิตเคลื่อนที่เป็นของตัวเอง ซึ่งมันก็คือ Notebook นั่นเหละ ข้อดีของ Notebook คือ คุณสามารถแบกมันไปไหนต่อไหนได้ทุกที่ ทำงานได้ทุกสถานที่ตามที่ตัวเองต้องการครับ Notebook เวลาซื้อ อย่างกเชียวนะ ลงทุนเลือกเครื่องที่ดีพอให้คุณทำงานได้อย่างราบรื่น อย่างเช่น ASUS Zenbook UX434FLC-A6211T ตัวนี้เเหละครับ

ที่จะช่วยทำให้คุณทำงานสร้าง Content ได้อย่างราบรื่น ด้วยความแรงของ Processor: Intel® Core™  i7-10510U Ram 8 GB Hard Disk แบบ SSD ความเร็วสูง จุได้ 512 GB และ การ์ดจอ NVIDIA GeForce MX250 ที่จะทำให้คุณตัดต่องานวีดีโอได้อย่างราบรื่น เครื่องขนาด 14 นิ้วกำลังพอดี หิ้วไปไหนมาไหนก็ไม่เกะกะ พร้อมด้วย Windows 10 แท้ๆที่แถมให้ฟรีด้วย

ผมลองวาดการ์ตูนสไตล์ Startyourway ผ่าน Asus  Zenbook UX434FLC ปรากฏว่าลื่นปรี๊ด ไม่มีปัญหา ตัดต่อวีดีโอให้มาดามแพมได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่กระตุกให้รำคาญใจ หรือเขียนบทความลงเว็บไซต์ คีย์บอร์ดก็พิมพ์นุ่มมือ นอกจากนั้น ยังแอบภรรยา ดูการ์ตูนบนจอที่ 2 ในขณะทำงานได้ด้วย ฮ่าๆ ผมลองใช้แล้ว รู้สึกชอบมากๆเลยครับ

ถึงแม้เครื่องนี้จะสามารถเล่นเกมได้ แต่ไม่ค่อยเน้นครับ เพราะประสิทธิภาพสูงสุดนั้นอยู่ที่การทำงานนั่นเอง

ราคาเครื่องนี้เท่าไหร่ ต้องแพงแน่เลยใช่มั้ย เมื่อฟังสเป็คขนาดนี้ คุณจะคิดว่าแพงก็ไม่แปลก แต่ราคาจริงๆนั้น เพียงแค่ 33,990.- บาทเท่านั้น

สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ it city ทุกสาขาหรือสั่งซื้อทางออนไลน์ก็ได้ที่ https://www.itcityonline.com/products/CO6-008189 24 ชั่วโมงเลยครับ

Solopreneur คือทางเลือกที่ดีถ้าคุณชอบไลฟ์สไตล์ลุยเดี่ยว ผมหวังว่า คุณจะสมหวังกับการเริ่มต้น Startyourway แบบ Solopreneur นะครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *