Article

ทำอย่างไรให้มีอิสรภาพทางการเงินก่อนอายุ 35

By  | 
 

จะเป็นไปได้ไหมที่จะเกษียณก่อนอายุ 35 จากปรกติ 60 ปี สำหรับคนที่เริ่มต้นทำงาน คำตอบคือ “เป็นไปได้” แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการทำเรื่องที่ “เป็นไปได้ยาก” ด้วย….!!!

กระแสอิสรภาพทางการเงินมีมาได้ประมาณ 10 ปีแล้วมีหลายคนที่ได้ยินคำนี้และพยายามไล่ล่ามันอย่างหนัก บางคนก็สามารถไปถึงเป้าหมาย ในขณะที่บางคนยอมแพ้ยกธงขาวกลางทาง ซ้ำร้าย มีคนที่ตั้งเป้าหมายอยากจะเกษียณชีวิตให้เร็ว แต่กลับแพ้ใจตัวเอง สร้างหนี้ที่ต้องตามชดใช้อีกหลายปีถึงจะหมดเข้าไปอีก ผมขอแสดงความเสียใจด้วย การเริ่มต้นจาก 0  มันง่ายกว่าการเริ่มต้นจากติดลมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะแก้เกมไม่ได้

หากมองจากมุมคนกึ่งกลาง Gen เก่า กับ ใหม่ อย่างผมแล้ว ผมคิดว่ายุคอินเตอร์เน็ตและ SmartPhone นี่เเหละ น่าจะเป็นยุคที่ผู้คนสามารถเข้าถึงเป้าอิสรภาพทางการเงินได้ง่ายที่สุดแล้ว อย่าเอามือปิดตาตัวเอง หน้าตาของ “ทรัพย์สิน” ในยุคนี้แตกต่างจากยุคเก่ามาก สมัยก่อนอยากจะเกษียณต้องมีเงินก้อนโตแล้วเอาไปลงทุนในทรัพย์สินเพื่อกินปันผล ปัจจุบันนี้เราสามารถสร้างทรัพย์สินขึ้นมาได้เอง และสามารถสร้างเท่าไหร่ก็ได้ตามแต่ที่กำลังของเราจะไหว

เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ผมอ่าน Blog การเงินของ MR.Money Musrache ที่แนะนำให้ทำงานอย่างหนักแล้วเอาไปลงทุนในกองทุนดัชนีค่าธรรมเนียมต่ำ ซึ่งมันต้องใช้เงินหลักล้านเหรียญ หรือถ้าเป็นประเทศไทย การลงทุนที่มักหยิบยกมากที่สุด ก็คือ 10 ล้านบาทเพื่อการเกษียณ…!!! ถ้าหาที่ลงทุนซักให้ได้ผลตอบแทนซัก 5% ต่อปี ก็จะมีเงินใช้ปีละ 5 แสนบาทแล้ว

ฟังดูง่าย แต่คนธรรมดาจะเอาเงิน 10 ล้านมาจากไหน คนไทยหลายคนยังไม่เคยเห็นตัวเองมีเงินเก็บถึง 1 ล้านบาทเลย…!!!

ดังนั้น จุดเริ่มต้นของการวางแผนเพื่ออิสรภาพทางการเงิน จึงไม่ใช่การหาที่วางเงินเพื่อสร้างรายได้จากทรัพย์สิน แต่เป็นการคุยกับตัวเองให้ชัดเจน ว่าชีวิตนี้ เราจะมีความสุขที่ “รายจ่าย” เท่าไหร่กันแน่

แปลกดีใช่ไหมครับ คนส่วนใหญ่ถูกสอนให้ตั้งเป้าหมายเรื่องรายได้ ต้องมีรายได้ “มาก” เท่าไหร่ถึงจะมีความสุขได้ ผมลองเชื่อแนวคิดนี้ดูแล้ว ผลปรากฏว่า ตอนมีรายได้ 13,000 บาทต่อเดือน ก็คิดว่าถ้ามีรายได้ 15,000 ต่อเดือนก็น่าจะมีความสุข แล้วพอถึงแล้ว ตัวเลขมันก็ขยับสูงขึ้นไปอีก จนกระทั่งตั้งเป้าหมายว่า “เออ สงสัยเราต้องมีรายได้ 1 แสนบาทต่อเดือนมั้งถึงจะมีความสุข…???” และพอผมทำได้ ลองเดาสิ เกิดอะไรขึ้น ก็ยังไม่เจอความสุขเสียที

จนกระทั่งผมได้ฟังคลิปวีดีโอของพี่ โจน จันได ว่าด้วยเรื่องของการหาเงิน

พี่โจนสอนโดยประมาณว่า “ความสุขเกิดขึ้นจากความพอใจ เมื่อไหร่ที่เราพอใจแล้วรู้สึกว่าเงินที่เราหามันพอทำให้เรามีความสุขได้แล้ว เราก็เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มันตอบโจทย์ชีวิตเรา เติบเต็มความสุขในจิตใจตัวเอง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาเงินเพิ่มให้มากเกินความต้องการ” พอผมมานั่งคิดดู เออ จริงนะ ทำไมเราทำงานแล้วได้เงินมากยิ่งขึ้น แต่ทำไม กลับรู้สึกเหนื่อยหรือท้อมากกว่าเดิม จนกระทั่งรู้สึกว่าตัวเองมีอาการ “ซึมเศร้า” อ่อนๆ เพราะยิ่งตั้งเป้าหมาย พอทำได้ ตัวเลขก็ไปอีกขั้น ไม่จบไม่สิ้น

เมื่อไหร่ถึงจะพอ…???

แต่พอคิดในมุมกลับ ว่าตกลงแล้ว เราควรจะมีรายจ่ายเท่าไหร่ถึงจะมีความสุข ในใจของผมปรากฏขึ้นมาเลยว่า “20,000 บาท” ต่อเดือน น่าจะทำให้เรามีความสุขได้ และมันก็เป็นจริงเช่นนั้น ตัวเลขนั้นมั่นคงไม่เคยขยับไปไหนไกลอีกเลย มันหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ต้องวิ่งไล่ล่าหาอะไรทำเพิ่มอีกต่อไป

การบ้านแรกสุดสำหรับคนที่อยากจะมีอิสรภาพทางการเงิน จึงไม่ใช้การตั้งเป้าหมายว่า “เราควรจะมีรายได้จากทรัพย์สินเท่าไหร่ถึงจะมีความสุข” แต่มันง่ายกว่านั้น เป็น “เราควรจะมีรายจ่ายเท่าไหร่ต่อเดือนถึงจะมีความสุข…???” ที่ท้าทายมาก  คือ เป้าหมายนี้ห้ามเปรียบเทียบกับใครเป็นอันขาด มันเป็นเป้าหมายที่คุณต้องเข้าใจและพอใจจริงๆ

“20,000 บาทต่อเดือนจะพอเหรอ น้อยไปมั้ยอะคุณวิชญ์” ชายปริศนาถามผม

“สำหรับผม พอสิครับ สำหรับคุณล่ะ ไม่พอเหรอ”

“โอ้ย ไม่พอหรอกครับ 30,000 บาทนี้ไม่น่าใช่ตัวเลขสำหรับการเกษียณนะ มองยังไงก็ไม่พอหรอก”

“เหรอครับ ว่าแต่ ตอนนี้คุณมีรายได้เดือนละเท่าไหร่ครับ”

“18,000 บาทครับคุณวิชญ์” ชายปริศนาตอบ

“อ้าว รายได้คุณไม่ถึง 30,000 บาทเหรอครับ แล้วคุณใช้พอเหรอ…???” ผมยียวนกลับ

“ก็พอนะครับ ไม่ได้ลำบากอะไร”

“…!?!”

การตั้งเป้าหมายทางการเงินเอาไว้ต่ำไม่ได้หมายความว่ากระจอก เพียงแต่ความพึงพอใจของแต่ละคนมันแตกต่างกัน ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบเป็นเจ้านายตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ชื่นชอบการทำงานหนักเพื่อหาเงินเพิ่มอย่างบ้าคลั่ง คุณอาจจะเคยเห็นนักธุรกิจไฟแรงที่รู้สึกร่างกายสั่นสะท้านทุกครั้งที่มีคนมานำเสนอโปรเจ็คทำเงินอะไรซักอย่าง แต่ผมไม่เป็นเช่นนั้น แค่คิดว่าผม้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้นเพื่อหาเงินให้เยอะขึ้น ผมก็สัมผัสไม่ได้แล้วว่ามันสนุกตรงไหน ผมพึงพอใจกับการหาเงินที่ตอบโจทย์ตัวเอง และรายจ่ายเดือนละ 30.000 บาทของผมนั้นถือว่ามีความสุขมากๆเลย

รายจ่ายที่จะทำให้คุณมีความสุขคือเท่าไหร่กันแน่ นี่เป็นสิ่งที่คุณต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง แต่แน่นอน คุณต้องเผื่อค่าความเสี่ยงเอาไว้ด้วย เพราะคุณกับผมก็ไม่รู้ว่าชีวิตจะเล่นตลกอะไรกับเราหรือเปล่า โดยเฉพาะเรื่องปัญหาสุขภาพ อย่างล่าสุด พ่อของผมเข้าโรงพยาบาลด้วยอากาศหน้ามืด ทำการรักษาและตรวจหาอาการผิดปรกติทั้งปอด หัวใจ นอนค้าง 2 วัน 1 คืน ราคาอยู่ที่ 2 หมื่นกว่าบาทเลยครับ

การมีเป้าหมายทางการเงินต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องประเมินค่าใช้จ่ายในชีวิตจริงเอาไว้ต่ำด้วยครับ สำหรับค่ารักษาครั้งนี้ พี่น้องของผมทุกคน (ยกเว้นน้องคนเล็ก) มีเงินเก็บสำรองสำหรับกรณีนี้กันทั้งนั้น เราเลยร่วมลงขันกันคนละ 1 หมื่นบาทเพื่อรักษาพ่อ ส่วนตัวผมเอง ก็มีประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุไว้เป็นตาข่ายรองรับเรียบร้อยแล้ว หากเกิดอะไรขึ้น ค่ารักษาจะต้องไม่กระทบชีวิตอิสรภาพของผมอย่างเด็ดขาด

เมื่อคุณรู้แล้วว่าชีวิตของคุณจะมีความสุขได้ต่อเมื่อมีรายจ่ายประมาณเท่าไหร่ ต่อมาผมแนะนำให้คุณเริ่มต้นศึกษาเรื่อง Passive Income จากทรัพย์สิน หรือเลือกสร้างทรัพย์สินที่เราไม่ต้องทำงานเองตลอดเวลาก็ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณคิดเล่นๆว่าตัวเองจะเกษียณด้วยการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวม ซึ่งปันผลราวๆ 3% ต่อปี เท่ากับว่าทุกๆ 1 ล้านบาทที่คุณลงทุน คุณจะได้ปันผลราวๆปีละ 3 หมื่นบาท หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เหลือ 27,000 บาท

  • เวลาพูดถึง Passive Income ก็มักจะมีคนทะเลาะกันว่ามันมีจริงหรือไม่มีจริง ทั้งนี้ ต้องอธิบายก่อนว่า Passive Income ไม่ได้หมายถึง “ไม่ต้องทำงานอะไรเลยแล้วได้เงิน” แต่มันหมายถึง “ไม่ต้องทำงานเองตลอดเวลาแล้วได้เงิน” สิ่งหมายถึงทำบ้าง แค่ไม่ต้องทำตลอดเวลาครับ 

หรือง่ายๆ ลงทุน 1 ล้านบาท จะมีเงินใช้ 2,250 บาทต่อเดือน…!!!

แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณเลือกสร้างทรัพย์สินออนไลน์ อย่างเช่น Ebook คลิปวีดีโอ หรือการขายสื่อ Digital ต่างๆ ขอแค่มีคนซื้อมากพอที่จะทำให้คุณมีรายได้โดยไม่ต้องทำงานเองตลอดเวลาตามเป้าหมายที่คุณตั้งเอาไว้ต่อเดือน เพียงเท่านั้นชีวิตของคุณก็มีทางเลือกแล้ว มีนายตัวเองมากมายที่มีทรัพย์สินเป็นหุ้น อสังหา กองทุนรวม ทองคำ ไม่ได้เยอะมาก แต่มีทรัพย์สินออนไลน์ที่สร้างกระแสเงินสดให้เยอะ เขาก็สามารถเกษียณได้โดยไม่ต้องพึ่งคำสอนจากตำราสมัยก่อนเลย

และที่สำคัญ การสร้างทรัพย์สินบนโลกออนไลน์ขึ้นมานั้น ให้ผลลัพธ์ด้านไลฟ์สไตล์ที่เร็วกว่าการลงทุนด้วยการค่อยๆออมเงิน อย่างล่าสุดผมเจอคนที่เขียน Ebook ขายอย่างเดียว มีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน เขาลงทุนเงินก้อนมั้ย ไม่ สิ่งที่เขาลงทุนคือเวลา และเงินส่วนเกินจากค่าใช้จ่ายกับการเก็บออม เขาก็เอาไปลงทุนในตลาดหุ้นอีกทีหนึ่ง

นักเขียนท่านนั้นใช้ชีวิตกึ่งเกษียณมานานมากๆแล้ว เรียกได้ว่างานหลักที่ทำเงินให้เขา คืองานอดิเรกที่เขาทำมาตลอดชีวิตนั่นเอง

เเม้กระทั่งบรรดาเว็บการเงินมากมายที่มีอยู่บนโลกออนไลน์แล้วสอนให้ผู้คนเกษียณด้วยการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เชื่อผมมั้ย…??? เจ้าของเว็บไซต์เหล่านั้นหลายท่านกลับมีรายได้จากการสร้างทรัพย์สินบนโลกออนไลน์มากกว่ารายได้จากตลาดหุ้นเสียอีก เรียกได้ว่าเงินปันผลไม่ต้องเอามากินมาใช้เลย แค่รายได้จากเว็บและการแบ่งปันความรู้ก็ทำให้เขามีกินมีใช้ได้ครับ

และยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องการประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายด้วยแล้ว การไปถึงอิสรภาพทางการเงินนั้นยิ่งจะรวดเร็วยิ่งขึ้นครับ

สรุป ถ้าอยากมีอิสรภาพทางการเงินก่อนอายุ 35 สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานเป็นไปได้ครับ ขอเพียงแค่หาเงินเพิ่ม กดค่าใช้จ่ายให้ต่ำเข้าไว้ เก็บออม “สร้างทรัพย์สินบนโลกออนไลน์เป็นไฟล์ดิจิตอล…!!!” แบ่งเงินไปลงทุนเพื่อให้เงินทำงาน ทำซ้ำๆไปเรื่อยๆเท่านี้เเหละ ถ้ากัดไม่ปล่อย สู้ไม่ถอย เชื่อเถอะครับ เป้าหมายที่ตั้งหน้าตั้งตารอมันจะมาถึงโดยไม่รู้ตัว

ส่วนคนที่อายุเยอะแล้ว ยังไม่สายนะครับที่คุณจะเริ่มต้น เพียงแต่ถ้ามีหนี้เยอะ คุณก็ต้องแก้ปัญหาเยอะกว่าคนที่ไม่มีหนี้ หากคุณต้องการแก้สถานะหนี้สิน อยากปลดหนี้ ผมแนะนำให้ศึกษาจาก Money Coach ผมว่าโค้ชหนุ่มนั้นสอนฟรีแบบไม่กั๊กบน Youtube คุณสามารถไปฟังได้ฟรีเลยครับ

ผมใช้เวลา 10 ปีค่อยๆสะสม ผมคิดว่าคุณเองก็ควรจะเริ่มต้นได้แล้วครับ อาจจะทำได้เร็วกว่าผมด้วย เอาใจช่วยนะครับ

แถม Podcast อยากเกษียณเร็ว ทำยังไง จากพี่นัท ผู้ที่คอยช่วยเหลือผู้อื่นเบื้องหลังเสมอมาครับ

อ้อ สุดท้าย คือเรื่องความเสี่ยง ถ้าคุณกลัวความเสี่ยง บอกเลย ทุกคนอยู่บนกฏเดียวกัน ไม่มีใครสามารถหนีความเสี่ยงได้พ้น เราทำได้ดีที่สุด คือการคาดเดาว่าอนาคตจะเกิดเรื่องอะไรร้ายๆขึ้นมาบ้าง และทำอย่างไรถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริงๆครับ และถ้ามันเกิดจริงๆ สถานการณ์มันอาจจะดีหรือแย่กว่าที่เราคิดก็ได้ ดังนั้น เรื่องความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ เราจึงต้องมีเงินสดกองเอาไว้นิ่งๆติดตัวเสมอทุกสถานการณ์ จะมากจะน้อยแล้วแต่คุณเลย

ย้ำอีกครั้ง

โดยหลักๆมีสิ่งที่ต้องทำอยู่ 4 อย่าง คือ
– มีรายได้ทางหลัก
– กดค่าใช้จ่ายในชีวิตให้ต่ำๆเข้าไว้จะได้มีเงินออมเหลือเยอะๆ
– สร้างทรัพย์สินบนโลกออนไลน์ ถ้าทำไม่เป็น ให้ไปโคกับคนที่ทำเป็น
เอาเงินส่วนเกินไปลงทุนในทรัพย์สินที่คุณชอบและเข้าใจเป็นอย่างดี ที่เหลือคือทำซ้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆวนเป็นลูปไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ผมคิดว่าภายใน 10 ปี มีโอกาสบรรลุเป้าหมายสูง

 

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *