Article

ทำไมการเล่น Social Media ถึงทำให้เรากลายเป็นคนที่ไม่รู้จักตัวเองได้

By  | 
 

ศาสตร์แห่งการรู้จักตัวเองนั้นมีหลากหลายแขนงมากๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องเรียบง่ายที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ เลยทำให้ก่อกำเนิดหนังสือขายดีมากมายที่เอาเรื่องง่ายๆมาอธิบายให้สุดแสนยากแล้วก็โด่งดังไปทั่วโลก สร้างยอดขายมากมายให้กับผู้เขียน ผมเป็นคนหนึ่งที่อ่านหนังสือเยอะมาก ฟังกูรูก็เยอะ ศึกษาจากสัมมนาฟรีมากมายที่มีอยู่บนอินเตอร์เน็ต แต่มาค้นพบในภายหลังว่า “ยิ่งสมองของเราประมวลข้อมูลที่ไม่จำเป็นในแต่ละวันมากเท่าไหร่ เรายิ่งจะไม่มีวันเข้าใจตัวเองได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น”

ผมรู้จักตัวเองครั้งแรกตอนที่ผมต้องไปโรงพยาบาลเพราะคนที่รักป่วยเป็นเดือน และผมไม่มี SmartPhone ที่มีอินเตอร์เน็ตให้เล่นได้ตลอดเวลา ทำให้เวลาว่างที่ผมไม่ได้ทำอะไร มันก็คือการไม่ทำอะไรเลยจริงๆ ในขณะที่คนในโรงพยาบาลมากมาย เลือกที่จะฆ่าเวลาด้วยการเล่นโทรศัพท์มือถือ ผมเลือกฆ่าเวลาด้วยการ “คุยกับตัวเอง…!!!”

ในหนังสือที่ชื่อว่า Digital Minimalist ได้กล่าวถึงภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจากการรับรู้ข้อมูลข่าวสารมากเกินไป จริงอยู่ที่ Facebook ถูกก่อตั้งมาเพื่อให้มนุษย์เราสามารถเชื่อมโยงกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ถ้าว่าเราเลือกถลุงเวลาไปอย่างบ้าคลั่งบน Social Media เลือกที่จะปฏิสัมพันธ์กับผู้คนด้วยการกด Like หรือพยายามสรรหา Comment ให้ผู้อื่นจดจำเราให้ได้ เรากำลังเอาศักยภาพอันสูงสุด อย่างการใช้เวลาพูดคุยกันในชีวิตจริง ไปแลกกับการปฏิสัมพันธ์ห่วยๆบนโลกออนไลน์ที่ไม่รู้ว่าคนที่คุณคุยด้วยนั้น สำหรับเขาแล้ว คุณสำคัญกับเขาแค่ไหน…??? หากคุณหายไปจากโลกใบนี้ เขาจะทำอะไรมากกว่าแค่โพสต์แสดงความเสียใจหรือเปล่า

การ Connect กันบนโลกออนไลน์ คุยกันผ่านตัวหนังสือไม่กี่ประโยค ต่อให้คุยทุกวัน แต่ผู้เขียนหนังสือกลับกล่าวว่า พลังของมันนั้น ด้อยค่ากว่าการยกโทรศัพท์โทรไปคุยกับคนสำคัญเพียงไม่กี่นาทีเสียอีก

การค้นหาตัวเองก็เช่นเดียวกันครับ การที่เราใช้เวลาเอาข้อมูล “ขยะ” เทใส่เข้าสมองเราอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะมีความเชื่อว่า การทำความรู้จักตัวเอง คือการหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้เรารู้วิธีค้นหาตัวเองได้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นเป็นวิธีที่ผิด และเป็นวิธีที่ผมเลิกใช้ไปแล้วเพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

การหาความรู้เข้าหัวเป็นเรื่องสำคัญ แต่เชื่อผมมั้ย มันสำคัญเป็นลำดับรองจากการค้นหาตัวเอง เพราะความรู้บนโลกใบนี้มีมหาศาล เรียนทั้งชีวิตก็ไม่มีวันหมดสิ้น คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักตัวเองให้ได้เสียก่อน เพราะคุณจะได้ตัดสินใจถูกว่า อะไรคือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ และอะไรคือสิ่งที่เป็นความรู้ไร้ค่าสำหรับคุณ

ลองจินตนาการดูนะครับ ถ้าคุณเรียนรู้ทุกอย่างเพื่อให้คุณกลายเป็นที่ค้นหาตัวเองเจอ อะไรเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณใช้เวลากว่า 1,000 ชั่วโมงเพื่อเอาข้อมูลที่ไม่ได้สำคัญอะไรกับคุณเข้าหัวเลย…!?! ผมจึงขอนำเสนอทฤษฏีที่ผมใช้แล้วได้ผล อยากจะแบ่งปันให้คุณผู้ติดตาม Startyourway ได้ทำตามครับ

วิธีนั้นคือ ทำให้สิ่งที่ตรงข้ามกับการเอาความรู้เข้าหัว กลายเป็น ห้ามเอาข้อมูลอะไรเข้าหัวเลยซักอย่างเดียว

มีงานวิจัยจาก ดร อะไรผมจำไม่ได้ เกี่ยวกับการทดลองให้มนุษย์อยู่คนเดียวนิ่งๆในห้องสี่เหลี่ยม ซึ่งในห้องนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากเครื่องช็อตไฟฟ้า…!!! ถ้าเป็นช่วงเวลาปรกติ คุณกับผมต่อให้เราเบื่อเพียงไหน เราก็คงมีของเล่นอย่าง “โทรศัพท์มือถือ” ใช้ฆ่าเวลาแก้เบื่อได้ และคงไม่มีทางที่จะเอานิ้วไปแตกเครื่องช็อตไฟฟ้าให้ตัวเราเสียวเล่นอย่างแน่นอน จริงไหมครับ แต่งานวิจัยนี้ตลกมาก เพราะคนที่เข้าร่วมการทดลอง (แบบไม่ให้รู้ตัวว่ากำลังถูกทดลอง) นั่งนิ่งๆได้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ก่อนที่เขาจะเริ่มเอานิ้วแตกเครื่องช็อตไฟฟ้าให้ดูดตัวเองเล่นๆแก้เบื่อ

อ่าฮะ ตลกชะมัด แต่นั่นคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เป็น

เมื่อเราอยู่ท่ามกลางความเงียบ ความว่างเปล่า เราจะเริ่มได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างในตัวเรา หากได้ยินเสียงนั่นมากๆคงจะต้องกลายเป็นคนบ้าแน่ๆ เราเลยเลือกหาบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจในการฆ่าความน่าเบื่อจากการนั่งอยู่เฉยๆฟังความเงียบ แต่ในความเป็นจริง เมื่อเราเริ่มฟังความเงียบจนชิน เริ่มปิดรับข้อมูลต่างๆจากสื่อ เราจะเริ่มคุยกับตัวเอง ว่า “ตกลงแล้ว ชีวิตนี้ เราต้องการอะไรกันแน่” และถ้าคุณอยู่เฉยๆ เงียบๆ ไม่ต้องรับรู้อะไรนานพอ คุณจะเริ่มรู้ตัวด้วยสัญชาตญาณว่า คุณเป็นใคร คุณจะต้องทำอะไร อะไรคือสิ่งที่คุณอยากทำ อยากเป็น อะไรคือจุดแข็ง จุดอ่อน และคุณจะเริ่มรู้จักตัวเองจากจุดนั้น

สาเหตุที่คนสมัยก่อนมักพอใจอะไรง่ายๆ เพราะสื่อต่างๆยังไม่ประโคมเข้าหัวเหมือนกับสมัยนี้ คิดดูสิ สมัยนี้เรามีทุกอย่างที่สะดวก รวดเร็ว แม้กระทั่งข้อมูล สมองของเราจะคิดถึงเรื่องตัวเองได้อย่างไร ในเมื่อมีสื่อมากมายคิดทุกอย่างแทนเราหมดแล้ว การปิดรับสื่อเหล่านั้นคือเรื่องจำเป็น มันเหมือนการ Reset Windows 10 ให้กลับมาอยู่ในค่าเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงที่ Windows มีประสิทธิภาพมากที่สุดก่อนจะถูกเพิ่มสารพัดโปรแกรมเข้าไป

เพื่อให้คุณสบายใจ ผมจะบอกกับคุณว่า การนั่งฟังความเงียบเป็นศิลปะขั้นสูง ซึ่งถือเป็นสุดยอดประสบการณ์ของศาสนาพุทธเลย การฝึกจิตให้กลับมาอยู่ที่ตัวเองคือบ่อเกิดของการเข้าสู่นิพพาน ไม่ใช่เพียงแต่ชาวไทยเท่านั้น แม้แต่ชาวตะวันตกยังยกย่องการฝึกจิตนั่งฟังความเงียบ อยู่กับตัวเองนั้นคือสุดยอดศาสตร์แห่งการใช้ชีวิต มีงานวิจัยมากมายยืนยันเรื่องนี้ คุณไม่ต้องเถียงแล้ว ลองทำดูเลย

การเลิกเล่น Social Media เลิกเสพข่าวต่างๆผ่านโลกออนไลน์ จอแก้ว เลิกการรับรู้ข้อมูลขยะจากสื่อต่างๆที่ไม่ได้มาจากการเชื่อมต่อระหว่างคนกับคนบนโลกออฟไลน์จริงๆ จะช่วยทำให้คุณมีสมาธิคุยกับตัวเองมากยิ่งขึ้น และทำให้คุณรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมก็จริง แต่สรีระของเราไม่ได้ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับผู้คนตลอดเวลา เราต้องการการปลีกวเวกสันโดษด้วย

และนอกจากนั้น ผมได้อ่านหนังสือชีวประวัติ Steve Jobs ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ก่อตั้ง Apple และสร้างสรรค์ทั้ง iPhone และ iPad แต่ Steve Jobs เป็นคนต่อต้านอุปกรณ์เหล่านี้กับลูกๆของเขา ใช่ เขาไม่อนุญาติให้ลูกๆติดมือถืออย่างเด็ดขาด และถึงเขาจะคลั่งเทคโนโลยี แต่เวลาที่เขาจะคุยเรื่องสำคัญๆ เขามักจะใช้วิธี เดินเล่นกับคนที่ต้องการจะคุยและคุยกันอย่างจริงๆจังๆ

มีนักปราชญ์มากมายสรรเสริญว่า การเดิน คือการเข้าถึงจิตวิญญาณและธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ และยังช่วยทำให้สุขภาพจิตของเราดีขึ้นอีกด้วย ขอเพียงแค่คุณลองเดินวันละ 40 นาที ห้ามเล่นมือถือระหว่างเดิน ห้ามใส่หูฟังฟังอะไรทั้งสิ้น เดินด้วยตัวเองเงียบๆ ภายใน 4-5 ครั้ง คุณจะได้คุยกับตัวเองสมใจแน่นอนครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *