Article

นิยามคำว่า “นายตัวเอง” ใหม่ ต้อนรับปี 2020

By  | 
 

คุณคิดว่า “นายตัวเอง” หมายความว่าอะไร ก่อนที่คุณจะตอบคำถามนี้ ลองมาดูกรณีศึกษา ระหว่างสองท่านนี้กันก่อนนะครับ

อุ๋ม เป็นช่างภาพ Freelance เขาไม่ทำงานขึ้นตรงกับใครนอกจากลูกค้าของตัวเอง แต่ทุกๆครั้ง วันไหนที่เขามีงาน เขาจะรู้สึกแย่กับตัวเอง ไม่อยากไป ไม่อยากพบเจอใคร เขาไม่มีความสุขเลยเวลาทำงาน ถึงแม้มันจะได้เงิน แต่ก็เป็นเงินที่ไม่ได้เกิดจากการอยากทำ แต่จำใจทำเพราะเขาไม่มีความสามารถไปประกอบอาชีพอื่น เขาไปทำงานแบบคนหน้าอมทุกข์ทุกวัน อยากจะเลิกทำก็ไม่ได้เพราะต้องกินต้องใช้ แถมยังมีหนี้สินต้องส่งอยู่ อย่างนี้ เขาไม่ได้รู้สึกอินสิ่งที่ทำ เงินเก็บก็ไม่มี คุณคิดว่าอุ๋มเป็น “นายตัวเอง” หรือเปล่า…???

ลองมาดูอีกคนกัน

มุมิ เป็นพนักงานประจำ เธอทำงานโดยขึ้นตรงกับนายจ้างและหัวหน้างาน แต่มุมิมีความสุขมากๆในการทำงาน เงินเดือนของเธอดี เพื่อนร่วมงานดี สถานที่ทำงานดี และที่สำคัญ เธอพึงพอใจในสถานะที่ทำอยู่มากๆ นอกจากนั้นเธอยังศึกษาเรื่องการเงิน มีเงินออม เงินเก็บ ช่วงหยุดยาวก็มีเอาเงินไปเที่ยวในประเทศบ้าง ต่างประเทศบ้าง แถมยังวางแผนเกษียณด้วยการแบ่งเงินไปลงทุนด้วย เธอมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน ถึงแม้มุมิจะเป็น “มนุษย์กินเงินเดือน” แต่คุณคิดว่ามุนิเป็น “เจ้านายตัวเอง” หรือเปล่า…???

ผมยกกรณีตัวอย่างมาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ เพราะผมเองก็เคยเข้าใจผิด คิดว่าการเป็นนายตัวเองหมายถึงการเลือกที่จะไม่เป็นลูกจ้างใคร แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนมุมมองมองแล้ว การเป็นเจ้านายตัวเอง ไม่ได้เกี่ยวกับว่าคุณมีวิธีหาเงินยังไง แต่เป็น คุณ “เลือก” ที่จะอยู่จุดนี้ด้วยตัวเองและคุณพอใจกับมัน ดังนั้น มุมิ ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน แต่เจ้าตัวเลือกเส้นทางตัวเองและมีการวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดี คนอื่นอาจจะมองว่ามุมิไม่ได้เป็น “เจ้านายตัวเอง” แต่ถ้าไปถามเจ้าตัว มุมิอาจจะบอกว่า “ทำไมฉันจะไม่ใช่เจ้านายตัวเองล่ะ ก็ชีวิตฉัน ฉันเลือกเดินทางนี้ด้วยตัวเอง”

คุณเริ่มมองเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ การเป็นนายตัวเอง ไม่ได้อยู่ที่ว่าคนอื่นมองคุณอย่างไร แต่ขึ้นอยู่กับคุณมองตัวเองอย่างไร…!!! เพราะถ้าคุณกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่คุณชอบและมีความสุข นั่นเเหละ “เส้นทางนายตัวเอง” และผมจะลองยกตัวอย่างนายตัวเองที่โด่งดังเป็นที่ฮือฮาให้ฟัง เป็นนายตัวเองที่หาเงินเองไม่ได้เลยแม้แต่บาทเดียว

ในปี พ.ศ. 2529 คริสโตเฟอร์ ไนต์ (Christopher Knight) เกิดเบื่อชีวิตการทำงานขึ้นมา เขาเลยสละทุกอย่างแล้วเข้าไปอาศัยอยู่ในป่าคนเดียว ย้ำว่าคนเดียว…!!!

เขาดำรงชีวิตได้ด้วยการขโมยสิ่งของเล็กน้อยจากบ้านคนในระแวกนั้น โดยเลือกหยิบฉวยเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงๆ นอกจากนั้น เขายังขโมยหนังสือด้วย

ในแต่ละวัน กิจกรรมของ คริสโตเฟอร์ คือ “ไม่ทำอะไรเลย” หากเบื่อๆ เขาก็อ่านหนังสือ และหาอะไรทำเล็กน้อย

เขาเกือบจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการแล้ว 27 ปีถัดไป เขาถูกจับข้อหาขโมยของ โทษของเขาคือจำคุก 7 เดือน โดนค่าปรับ 2,000 เหรียญ และเมื่อออกจากคุก เขาต้องไปพบผู้พิพากษาทุกอาทิตย์ ห้ามขโมยของ ห้ามดื่มสุราและต้องหางานทำ

ในเว็บไซต์ของ BBC Thai ได้เขียนประโยคสัมภาษณ์ของคริสโตเฟอร์เอาไว้ว่า

“เขาไม่ได้ทำผิดกฏหมาย ไม่ได้ทำอะไรที่อับอายจนต้องหลีกหนีสังคม เขาอยากใช้ชีวิตอย่างสันโดษ เขาไม่อยากพบใคร แค่ร่างกายมันบอกให้อยู่ในป่าคนเดียว”

แน่นอน ชีวิตในป่าไม่ได้สุขสบายเลย บางครั้งอุณหภูมิก็ลดลงจนถึง -20 องศา เขาไม่เคยก่อกองไฟเพราะกลัวใครมาเห็นเข้า สิ่งที่เขาทำ คือ ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย (โอ้โห พี่รอดชีวิตมาได้ไงนั่น…!!!)

คุณคิดว่าไลฟ์สไตล์อย่าง คริสโตเฟอร์ ไนต์ เป็นเจ้านายตัวเองหรือเปล่า เรื่องนั้นย่อมเกิดการถกเถียง แต่มันไม่สำคัญว่าคุณจะมองเขาอย่างไร เพราะข้อเท็จจริง เรื่องจะเป็นเจ้านายตัวเองหรือไม่ คริสเตอร์เฟอร์ต้องนิยาม “ตัวเอง” ด้วย “ตัวเอง”

เมื่อคุณถามตัวเองหน้ากระจก (หรือมาถามผม) ว่าคุณเป็น “นายตัวเองหรือเปล่า…???” มันอาจจะไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญซึ่งกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในเรื่องการ “วางแผนการเงิน” คือ คุณมีรายได้มากกว่า 1 เส้นทางหรือเปล่า…??? เรารู้กันดีว่าความมั่นคงของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ “งานที่ทำ” อีกต่อไป แต่เป็นจำนวนเงินเย็นที่คุณมีเก็บไว้ในที่ที่ถูกต้องต่างหาก ยิ่งคุณมีเงินเย็นเก็บไว้มากเท่าไหร่ และกระจายความเสี่ยงของชีวิตได้หลากหลายเท่าไหร่ ชีวิตของคุณยิ่งมั่นคงเท่านั้น

กรณีของคริสโตเฟอร์ เขาไม่ได้ใช้เงินก็จริง แต่การขโมยของเพื่อการดำรงชีวิตก็ทำให้เขาต้องรับโทษทัณฑ์และกลับไปเข้าป่าไม่ได้อีกเพราะถูกศาลบังคับให้หางานทำ ในทางกลับกัน ถ้าคริสโตเฟอร์มีเงินมากพอจะไม่ต้องขโมยของใคร แล้วได้ใช้ชีวิตในป่าตามที่ตัวเองต้องการด้วย เขาคงมีความสุขมากๆเช่นกัน

การวางแผนการเงิน จึงเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เราสามารถเลือก “ไลฟ์สไตล์” ที่ต้องการได้โดยไม่ต้องเบียดเบียนใคร…!!!

ซึ่งถ้าคุณไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย การสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ไหนจะเรื่องการทำงาน การเงิน การลงทุนอีกมากมาย การที่คุณจะสร้างพอร์ตลงทุนหลักล้านโดยเริ่มจาก 0 มันต้องอาศัยวินัยอย่างเข้มข้น ซึ่งมันเป็นการบังคับให้คุณต้องเป็นเจ้านายตัวเองโดยที่คุณไม่รู้ตัว คุณสั่งตัวเองให้ทำหรือไม่ทำอะไร มีเป้าหมายที่ชัดเจนเลือกว่าเราจะเป็นใครบนโลกใบนี้และทำมันอย่างมุ่งมั่น นั่นเเหละ นายตัวเอง

นิยามใหม่ “นายตัวเอง” ในปี 2020 ก็มีดังนี้นั่นเอง

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *