Article

วิชา เปลี่ยนเศรษฐีเป็นพังทลาย

By  | 
 

รูธกับเอลเลียต แฮนด์เลอร์ เป็นคู่สามีภรรยา ทั้งคู่มีลูก 2 คน คือ เคน กับ บาร์บารา ในปี คศ. 1950 ที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ทั้งคู่ประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์ของเล่นมากมาย แต่ในยุคสมัยนั้นของเล่นเด็กผู้ชายมีเยอะมาก ทำให้เคนสามารถใช้ของเล่นสวมบทบาทเป็นอาชีพต่างๆได้มากมาย แต่กับบาร์บาร่า ของเล่นของเธอมีเพียงแค่กระดาษแข็งที่สามารถเปลี่ยนเสื้อกระดาษ กับตุ๊กตาเด็กทารกที่จำลองว่าเธอสามารถเป็นคุณแม่ได้เท่านั้น

รูธดูลูกๆทั้งสองเล่นของเล่นที่แตกต่างกัน แล้วเกิดความสงสัยว่า “ทำไมไม่มีของเล่นสามมิติที่สามารถให้ลูกสาวฉันเล่นและแต่งตัวได้ด้วยนะ” เธอก็ได้แต่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจ

จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อครอบครัวเแฮนเดอร์ได้ไปเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์ รูธบังเอิญเห็นตุ๊กตาการ์ตูนผู้หญิงวาบหวามที่สวยงามมากๆ เธอเลยเกิดไอเดียอยากจะสร้างของเล่นตุ๊กตาสำหรับเด็กผู้หญิงในอเมริกาที่อยากจะเป็นผู้ใหญ่ไม่แพ้เด็กผู้ชาย

รูธเอาไอเดียนี้ไปนำเสนอให้กับแจ็ค ไรอัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนา ซึ่งในตอนนั้น รูธกับเอลเลียตได้ทำข้อตกลงที่บ้ามาก พวกเขาไม่จ่ายเงินเดือนให้แจ็ค แต่ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในสมัยนั้น นั่นคือตกลงจะมอบค่าลิขสิทธิ์ 1.5% สำหรับอะไรก็ตามที่ แจ็ค ไรอัน ออกแบบให้บริษัท…!!!

แจ็คได้ออกแบบของเล่นสาวผมบลอนด์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกด้วยพลาสติกแบบใหม่ มีข้อต่อที่สามารถปรับข้อตุ๊กตาได้ และตุ๊กตาตัวนั้นก็ได้รับการตั้งชื่อว่า บาร์บี้…!!! ของเล่นเปลี่ยนโลก และนี่แหละครับ คือที่มาของคลิปวีดีโอ วิชา เปลี่ยนเศรษฐีเป็นพังทลาย

หลังจากผลงานออกแบบของแจ็ค ไรอัน เปิดตัว มันแทบไม่ได้รับผลตอบรับเลย เพราะเซลล์แมนก็เป็นผู้ชาย คนคัดเลือกของก็เป็นผู้ชาย เจ้าของร้านค้าทั้งหมดเป็นผู้ชาย แถมพ่อแม่ส่วนใหญ่มองว่าไร้สาระ เนื่องจากในยุคนั้น พ่อแม่คาดหวังให้ลูกสาวมีสามี เพราะเชื่อว่ามีสามีเท่ากับประสบความสำเร็จ ตุ๊กตาบาร์บี้เลยต้องปรีบเปลี่ยนลุคตัวเองใหม่ให้กลายเป็นผู้หญิงในอุดมคติด้วยการให้ตุ๊กตาใส่ชุดแต่งงาน โอ้ว ถ้าลูกสาวของพวกเขาจะเรียนรู้วิธีทำตัวเองให้สวยจากตุ๊กตา ทำไมถึงไม่ควรซื้อหละ  และนั่นคือจุดเริ่มต้นของยอดขายถล่มทลาย

กลับมาที่แจ็ค

เมื่อยอดขายมหาศาล รายได้ของแจ็คก็มหาศาลไปด้วย เพราะเขาได้เงินค่าลิขสิทธิ์มากถึงร้อยละ 1.5 เชียวนะ ได้จากผลงานทุกอย่างที่เขาทำเอาไว้ที่นั่น ด้วยผลตอบแทนขนาดนี้ ทำให้แจ็คเป็นนักออกแบบของเล่นที่ร่ำรวยมากๆ และนั่นทำให้เขาก้าวเข้าสู่โลกของเพลย์บอย แจ็คใช้เงินจัดงานปาร์ตี้ใหญ่ๆหลายต่อหลายครั้งเพื่อความสนุกสนาน ว่ากันว่าใน 1 ปี เขาจัดมากกว่า 180 ครั้ง และจ้างบริษัทมาประชาสัมพันธ์งานให้ด้วย เขาใช้เงินซื้อทุกอย่างมาเป็นของสะสมแม้กระทั่งรถดับเพลิงของตัวเอง เขาซื้อบ้านหลังใหญ่และตกแต่งบ้านของตัวเองให้เป็นเหมือนปราสาทโบราณ เขาใช้ชีวิตราวกับอยู่ในจินตนาการ เขาดูมีความสุขมาก แต่อะไรหลายๆอย่างก็แย่ลง

แจ็คแต่งงานทั้งหมด 5 ครั้ง ทุกครั้งที่เขาหย่า เขาต้องจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูเป็นเงินก้อนใหญ่เสมอ เขามีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับครอบครัวและลูก เขาติดเหล้า เสพยาเสพติด สมองถูกทำลายจนกลายเป็นโรคหวาดระแวง ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ลูกๆกลัวแจ็ค และเเจ็คก็หวาดกลัวตัวเอง ซึ่งตอนนั้นเอง รูธกับเอลเลียต เริ่มรู้สึกได้ว่าพวกเขาทำสิ่งที่ผิดพลาดลงไปเรื่องค่าตอบแทนของเเจ็ค

ในปี 1974 แจ็ค ไรอันฟ้องทั้งคู่ข้อหาไม่ยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ และนั่นคือจุดแตกหักของการร่วมงานกัน ระหว่างที่คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา แจ็คยิ่งดื่มเหล้าหนักขึ้น ใช้ยาเสพติดมากขึ้น ชีวิตของแจ็คตกต้่ำจากจุดสูงสุด จากมีชีวิตราวกับจินตนาการ กลายมาเป็นบุคคลที่มีชีวิตพังทลาย

จากที่เป็นเศรษฐีร่่ำรวย เขากลายเป็นคนที่มีปัญหาชีวิต มีปัญหาสุขภาพจิต ป่วยไม่สบาย ติดเหล้า และติดยา ด้วยนิสัยอย่างนี้ ทำให้แจ็คไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

แจ็คถังแตก เขาต้องขายบ้านสุดหรูแล้วย้ายไปอยู่อพาร์ตเม้นท์ให้เช่า ถึงแม้คดีนั้นแจ็คจะได้รับชัยชนะและได้เงินก้อนมา แต่บทเรียนครั้งนั้นก็ทำให้ชีวิตแจ็คพังทลาย แจ็คใช้เวลาซักพักเพื่อตั้งตัว สุดท้ายเมื่อเขาสำนึกได้ แจ็คก็ก้าวเข้าสู่วงการทำงานสร้างสรรค์นวัตกรรม และสาบานว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับวงการของเล่นอีกต่อไป

เมื่อถึงบั้นปลายชีวิต จากการใช้ชีวิตแบบไม่บันยะบันยัง แจ็ค ไรอัน มีอาการหลอดเลือดสมอง เขาต้องนั่งรถเข็นและพูดไม่ได้อีกเลย เขาทนรับสภาพของตัวเองไม่ได้ เเจ็ค เลยตัดสินใจทำเรื่องที่น่าเศร้า เขาเลือกจบชีวิตของตัวเอง

เรื่องราวของแจ็คคงเป็นบทเรียนชั้นยอดได้ พ่อแม่ของผมมักสอนเสมอว่ายามมีเงินอย่าเหลิง เพราะถ้าเราขาดสติ เราสามารถทำร้ายตัวเองได้ง่ายกว่าที่คิด ดังนั้นเมื่อคุณมีรายได้มากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าคุณควรเอา แจ็ค เป็นบทเรียน นั่นคือ

  1. อย่ายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
  2. อย่ามักมากในกามคุณจนเกินไป
  3. อย่าปล่อยให้เครื่องดื่มมึนเมาเป็นนายเรา
  4. อย่าใช้เงินเกินฐานะ ถึงแม้แจ็คจะรวยมาก แต่เขาก็ใช้เงินเกินฐานะครับ

ถ้าคุณอยากจะเรียนรู้เรื่องของแจ็ค ไรอัน มากกว่านี้ ผมขอแนะนำให้คุณสมัครบริการ Netflix ครับ ดูฟรี 30 วันโดยไม่ต้องจ่ายเงินซักบาทเดียว ยกเลิกใช้บริการได้ทุกเมื่อ ถ้าถูกใจจะจ่ายค่าสมาชิกเพื่อดูต่อก็ได้ เริ่มต้นเพียง 280 บาทต่อเดือนเท่านั้น เมื่อคุณสมัครใช้บริการแล้ว คุณจะสามารถดูหนังกี่เรื่องก็ได้ สารคดีไม่อั้น การ์ตูนก็สนุก หรือถ้าคุณอยากจะตรงเข้าไปดูชีวิตของ เเจ็ค ไรอัน ก็สามารถเข้าไปดูได้ในหมวดสารคดี หรือค้นหาสารคดี ชื่อ “ของเล่นเปลี่ยนโลก” ซีซั่น 1 ตอน บาร์บี้ แล้วคุณจะได้รู้ว่า การเรียนรู้ความผิดพลาดจากชีวิตของผู้อื่น ก็เป็นผลดีต่อคุณเองเช่นกันครับ ดูเถอะ

นอกจากนี้ ยังมีสารคดีอีกมากมายที่ผมอยากจะแนะนำให้คุณดู อาทิเช่น Feelrich รวยด้วยความรู้สึก เป็นสารคดีที่บอกว่าเราจะรู้สึกดีกับชีวิตได้อย่างไรโดยไม่ต้องเป็นมหาเศรษฐี, Minimalism สารคดีว่าด้วยเรื่องทำไมการมีข้าวของในชีวิตเยอะขึ้นถึงไม่มอบความสุขให้กับเรา และ The Amarican  Meme สารคดีเกี่ยวกับกลุ่มคนที่สร้างรายได้จากการสะสมผู้ติดตาม

การทำงานหาเงินเป็นเรื่องดี การมีรายได้เยอะขึ้นก็เป็นเรื่องดี แต่การทำลายชีวิตด้วยการทำร้ายชีวิตตัวเองไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน หวังว่าเรื่องราวของแจ็ค ไรอัน จะแสดงให้คุณเห็นแล้วนะครับ

Startyourway เส้นทางนายตัวเอง

<ร้านค้าของ Startyourway> ถ้าคุณอยากรู้ว่าคนไทยธรรมดาท่านอื่นๆที่ไม่ได้มีทุนมากมายเขาสร้างเส้นทางนายตัวเองกันได้อย่างไร เขาทำอาชีพอะไร หาเงินยังไงถึงได้เป็นนายตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาไปตามฟังบทสัมภาษณ์แบบวิดีโอ ตามอ่าน Blog แบบตาเปียกตาแฉะ คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือ We are Startyourway 590 บาทได้เลย เนื้อหาเกือบทั้งหมดเป็นเจ้าของเรื่องมาเขียนเองจริงๆครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *