Article

สมัครงานอย่างไรให้ได้งาน

By  | 
 

มีหลายคน inbox มาหาผม ว่าพวกเขาอยากจะหางานทำ แต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการหางานได้เสียที สัมภาษณ์ไปกี่ที่คำตอบที่ได้รับก็เงียบกริบ จากจิตใจที่ฮึกเหิมก็กลายเป็นท้อ จากที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองก็กลายเป็นขาดแคลน ความจริงการสัมภาษณ์งานนั้นมันคืองานขายอย่างหนึ่งโดยมีตัวคุณเป็นผลิตภัณฑ์ และผู้ว่าจ้างเป็นว่าที่ลูกค้า ถ้าคุณสามารถปิดการขายได้ คุณก็จะได้งานทำอย่างแน่นอน เพื่อให้คุณมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการหางานทำได้ ผมเลยทำ Content นี้ขึ้นมาครับ หางานอย่างไรให้ได้งาน

ในชีวิตนี้ผมมีประสบการณ์การไปสมัครงานและสัมภาษณ์งานมาประมาณ 8 บริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทคนที่มาสัมภาษณ์ก็มีบทบาทไม่เท่ากัน บางบริษัทเจ้าของกิจการมาสัมภาษณ์เองเลยก็มี บางบริษัทลากเพื่อนมาฟังเราตอบคำถาม 4 – 5 คนก็มี บางบริษัทเอาคนที่ไม่รู้เรื่องในสายงานที่เราทำมาสัมภาษณ์ก็มี และแน่นอน บางบริษัทว่าง ไม่มีอะไรทำ จัดสัมภาษณ์งานเล่นๆเพื่อนหาคนมานั่งคุยเป็นเพื่อนก็มี ถ้ามองในแง่ดีเขาคงอยากเก็บข้อมูลสำมะโนครัวประชากรมนุษย์ทำงานประจำหละมั้ง

จากประสบการณ์อันน้อยนิดของผม คุณมีโอกาสจะได้งานถ้าคุณมีปัจจัย 4 อย่างนั้นก็คือ บุคลิกภาพดี มีผลงานจับต้องได้ องค์กรขาดคน และเงินเดือนไม่แพง และคุณจะสามารถนำเสนอปัจจัย 4 อย่างนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมถ้าคุณมีที่ปรึกษาเป็นของตัวเอง ใช่ครับ ผมกำลังจะบอกความลับที่ทำให้ผมสามารถอัพเงินเดือนจาก 13,000 บาทเป็น 24,000 บาทใน 2 ปีกว่าๆเพราะผมมีที่ปรึกษาที่ดี และที่ปรึกษาคนนั้นคือฝ่ายบุคคล ถ้าคุณสัมภาษณ์งานหลายที่แล้วยังไม่ผ่าน คุณต้องมีอะไรผิดปรกติใน 4 อย่างนี้แน่ และคนที่จะตรวจข้อสอบพร้อมชี้จุดบกพร่องให้คุณแก้ไขได้คือคนทำงานสายฝ่ายบุคคล…!!! และข้อมูลต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่ฝ่ายบุคคลสอนผมมาครับ

1.บุคลิกภาพ ในขณะที่คุณนั่งต่อหน้าฝ่ายสัมภาษณ์ คุณต้องพูดจาฉะฉาน ต้องไม่หลบสายตาคน นั่งหลังตรง อย่านั่งกระติกขาเด็ดขาด พยายามอมยิ้มอยู่มุมปากตลอดเวลาเพราะมันจะสะท้อนถึงความมั่นใจ แต่งตัวต้องดูดี สะอาด มีความกระตือรือร้น และที่พีคที่สุดคือ อย่าปล่อยให้ผู้สัมภาษณ์ถามคุณกลับอย่างเดียว คุณต้องยิงคำถามกลับให้ผู้สัมภาษณ์ตอบคำถามคุณด้วย คำถามที่ผมใช้ในตอนสัมภาษณ์งาน คือ “ไม่ทราบว่าทำไมตำแหน่งนี้ถึงว่างเหรอครับ…???” เมื่อเขาตอบมาแล้ว ฝ่ายบุคคลยังสอนให้ผมยิงคำถามต่อไปว่า “ในอดีตที่ผ่านมา พี่ประสบปัญหาอะไรบ้างกับคนทำงานตำแหน่งของผมครับ” อะไรที่รู้ ก็ตอบบนพื้นฐานของความจริง อะไรที่ไม่รู้ ให้ยอมรับไปเลยว่าไม่รู้  เท่านี้คุณก็ได้ใจคนสัมภาษณ์มากขึ้นแล้ว

2.มีผลงาน ผมทำงานสายออกแบบดีไซน์ เมื่อผมไปสัมภาษณ์งาน ผมต้องเตรียมผลงานไปนำเสนอด้วย ซึ่งตรงนี้อยู่ที่ว่าคุณเคยทำงานอะไรมาบ้าง ถ้าเป็นสายอาชีพอื่น ผมไม่ทราบจริงๆ แต่ถ้าเป็นสายอาชีพ Graphic Design อย่างผม ผมจะเตรียมแผ่น CD ที่ใส่ผลงานเด็ดๆของผมไปนำเสนอครับ ถามว่าทำไมตอนนั้นไม่ซื้อ ipad ไปนำเสนอ อ้อ ไม่มีเงินครับ และสิ่งที่ HR กำชับกับผม คือ อย่าริอาจบอกว่าเราทำได้ในสิ่งที่เราทำไม่ได้ ถ้าผู้สัมภาษณ์รู้ได้ว่าคุณโกหก โอกาสได้งานของคุณจะต่ำติดดินไปเลย ทำได้แค่ไหน นำเสนอไปแค่นั้น

3. องค์กรขาดคน บางองค์กรที่ผมไปสัมภาษณ์งานมา ผมสามารถจับกระแสได้ลึกๆว่าเขาไม่อยากได้คนทำงานจริงๆ แต่เหมือนเปิดโอกาสให้คนมาสมัครเพราะอยากจะเก็บข้อมูลเผื่อเรียกใช้ในอนาคตมากกว่า หรือไม่ก็ว่างจนไม่มีอะไรทำ เลวร้ายหน่อยก็คือมีการล็อคตัวคนเข้าทำงานแล้ว แต่จัดสัมภาษณ์เป็นพิธี ถ้าคุณไปสัมภาษณ์งานในองค์กรที่มีความเร่งร้อนในการหาคนทำงาน คุณจะมีโอกาสได้งานสูงมาก ซึ่งคุณจะเจอองค์กรแบบนี้จากคนรู้จักได้ง่ายกว่าหาในเว็บสมัครงานครับ ลองถามคนใกล้ตัวคุณดูสิ ว่ามีใครกำลังต้องการความสามารถของคุณบ้าง ถามไปเยอะๆเดี๋ยวก็เจอ ผมเคยเจอองค์กรที่ขาดคนอย่างหนักจนให้เงินเดือนสูงเกินกว่าตลาด 2 เท่าเพราะต้องการคนทำงานจริงๆ

และสุดท้าย 4.เงินเดือนไม่แพงเกินไป ถ้าเป็นองค์กรใหญ่ ฐานเงินเดือนจะถูกระบุไว้ชัดเจน การต่อรองเงินเดือนเป็นเรื่องยากมากๆ ยกเว้นคุณเป็นคนเก่งเทพที่องค์กรอยากได้จริงๆ (ผมเคยเจอการซื้อตัวคนทำงานประจำระดับเทพด้วยเงินเดือน 2 เท่าและเงินโบนัส 7 หลักก่อนเริ่มทำงาน อันนั้นคือเก่งจนโหด) ดังนั้น คุณต้องรู้ว่าองค์กรที่คุณกำลังจะไปสมัครงานนั้นเขามีลิมิตเรื่องเงินสำหรับตำแหน่งคุณเท่าไหร่ ถ้าคุณเรียกเงินเดือนสูงเกินไปแถมยังไม่มีประสบการณ์ เขาก็ไม่เอาคุณ แต่ถ้าคุณเก่งและเรียกต่ำกว่าตลาด ยังไงเขาก็รับ ส่วนจะเรียกเท่าไหร่นั้น คนไทยมักจะสอนให้ถ่อมตน แต่ HR สอนให้ผมกล้าเรียกแพงกว่าที่คิดเอาไว้ในใจ ถ้าเขาชอบเราแต่จ้างไม่ไหว เดี๋ยวเขาจะต่อรองเอง

ถ้าสัมภาษณ์งานไปแล้วไม่มีคำตอบ ผมอยากให้คุณโทรศัพท์กลับไปหาผู้สัมภาษณ์แล้วถามความคืบหน้าอีกครั้ง ถ้าเขาบอกว่าได้คนแล้ว คุณก็ถามเขาไปเลยตรงๆว่าทำไมเขาถึงไม่เลือกคุณ และถ้าเขาต้องการคนทำงานแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ การติดต่อกลับไปถามความคืบหน้าจะทำให้คะแนนคุณขึ้นนำได้ไม่ยากเลย

ผมไม่ได้เป็นคนที่มีความชำนาญในการสัมภาษณ์งานนัก แต่ก็อยากเป็นกำลังใจให้คนที่อยากจะเริ่มต้นทำงาน และสร้างเส้นทางนายตัวเองผ่านงานประจำนะครับ มีอะไรไม่ต้อง inbox มาปรึกษาผมเพราะผมช่วยอะไรคุณไม่ได้ แต่คนที่จะช่วยคุณได้คือฝ่ายบุคคลผู้เชี่ยวชาญนั่นเองครับ

ว่าแต่ ถ้าคุณมีประสบการณ์การสมัครงานมาบ้าง อยากจะแบ่งปันประสบการณ์ให้กับคนที่สัมภาษณ์งานแล้วยังไม่ได้เพื่อเป็นแนวทางให้พวกเขา รบกวนคอมเม้นท์ด้วยนะครับ

Startyourway เส้นทางนายตัวเองครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *