Article

สรุป 12 เรื่องเงิน ที่ผมได้เรียนรู้มาทั้งหมด

By  | 
 

ผมใช้เวลา 10 ปีในการเรียนรู้เรื่องการเงิน และถ้าคุณอยากจะเริ่มต้นเรียนรู้ ผมขอสรุป 10 ปีแห่งการเรียนรู้เรื่องเงินให้เป็น 12 ข้อนะครับ

1.ก๊อกน้ำแห่งรายได้ จาก A-academy

Active Income คือก๊อกน้ำอัตโนมัติที่คุณต้องเอามือไปอังตลอดเวลาเพื่อให้น้ำไหล ส่วน Passive Income คือก๊อกน้ำแบบไขเปิด เปิดค้างเอาไว้ น้ำจะไหลออกมาเองตลอดเวลา เพื่อให้น้ำไหลไม่ขาด เราต้องหาเงินไปเติมแท้งค์น้ำให้เพียงพอ ซึ่งมันเป็นเงินก้อนใหญ่มาก ดังนั้นเราจึงต้องเรียนรู้เรื่องให้เงินทำงาน เพื่อให้แท้งค์เต็มเร็วขึ้น อาจจะเป็นหุ้น กองทุนรวม ตราสารหนี้ หรือเครื่องมือทางการเงินที่คุณชื่นชอบก็ได้

2.ความสุขทางการเงิน ไม่ใช่รวยล้นฟ้า จาก Money Coach

ก่อนเจอ Money Coach ผมเชื่อว่า “ความสุขคือการมีเงินเยอะๆ” หลังจากเจอ Money Coach ผมเปลี่ยนความเชื่อใหม่ เป็น “ความสุขคือการมีเงินประมาณนึงและหมดกังวลเรื่องเงิน” และคนเราไม่ควรวิ่งหาเงินทั้งชีวิต แต่เป็นใช้เวลาช่วงหนึ่งของชีวิตหาเงินให้เพียงพอ

3. ถ้าคุณเอาเงินไปซื้อสิ่งไม่จำเป็น วันหนึ่งคุณต้องขายสิ่งจำเป็นทั้งหมดเพื่อประทังชีวิต จาก วอร์เรน บัฟเฟตต์

ใช้เงินส่วนหนึ่งซื้อความสุข และอีกส่วนซื้อความมั่นคงให้กับชีวิต อย่าซื้อสิ่งของจนหมดตัว เพราะเมื่อชีวิตคุณเข้าตาจน เงินเกลี้ยงกระเป๋า เจอเรื่องเดือดร้อนต้องใช้เงินแก้ปัญหา คุณจะต้องจำใจเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเคยซื้อออกมาขายแม้จะขาดทุน

4.ค่าใช้จ่าย เท่ากับ พลังชีวิต จาก โจ โดมิงเกซ

บนโลกนี้เงินอาจมีไม่จำกัด แต่พลังชีวิตคุณมีจำกัดอย่างแน่นอน รายได้ของคุณนั้นไม่ได้มาฟรีๆ แต่ต้องใช้พลังชีวิตทำงานแลกมา ดังนั้น จะซื้ออะไร มันต้องคุ้มค่ากับพลังชีวิตที่คุณเสียไป ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะต้องเสียใจที่เสียเงินไปมากมายแต่กลับไม่ได้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ

5.คุณต้องจ่ายภาษี จาก Taxbugnoms

ภาษีเป็นเรื่องยากสำหรับผมและภรรยา เราเลยตัดสินใจเดินเข้าไปหาสรรพากรพร้อมกับบอกว่า “อยากเสียภาษีแต่ทำไม่เป็น พี่ช่วยแนะนำให้พวกเราได้ไหมครับ” และไม่น่าเชื่อ เจ้าหน้าที่สรรพภากรน่ารักมากๆ ทั้งสอนทั้งให้คำแนะนำ ภาษีไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดถ้าเราจ่ายถูกต้อง ผมแนะนำให้เดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่สรรพภากรเลยครับ บอกไปเลยว่าอยากจ่ายแต่จ่ายไม่เป็น สอนหน่อยนะครับ/คะ

6.การเปรียบเทียบ คือจุดจบของความสุข จาก มาร์ค ทเวน

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเปรียบเทียบ คุณจะจมอยู่กับความทุกข์ในชีวิตไม่รู้จักจบจักสิ้น เรื่องรายได้ก็เช่นกัน ต่อให้คุณหาเงินได้เดือนละ 50,000 แต่ถ้ารู้ว่าเพื่อนของคุณหารายได้ได้เดือนละ 150,000 บาท คุณก็จะทุกข์ใจทันที ทางที่ดี หยุดเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร เราทุกคนคือดอกไม้รอวันเบ่งบานที่มีเวลาเป็นของตัวเอง

7.แยกแยะให้ออกระหว่าง “หนี้สิน” กับ “ทรัพย์สิน” จาก โรเบิร์ต คิโยซากิ

คนรวยซื้อทรัพย์สิน คนจนซื้อหนี้สิน ประโยคสุดทุนนิยมที่ทำให้คนทุ่มเถียงทะเลาะกันยกใหญ่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือความจริง เพราะชีวิตมีแต่รายจ่าย ดังนั้นแทนที่เราจะหาเงินแบบตัวคนเดียว เราต้องเริ่มวางแผนครอบครองทรัพย์สินเพื่อให้มันทำงานหาเงินแทนเราด้วย จะได้ไม่ต้องทำงานตลอดเวลาเพื่อเอาชนะรายจ่าย

8.จงเป็นผู้ผลิต อย่าเป็นผู้บริโภค จาก เอ็มเจ เดอมาร์โค

อย่าเพลิดเพลินกับการซื้อทุกอย่างในฐานะผู้บริโภค แต่จงเลือกที่จะเป็นผู้ผลิตแล้วขาย “บางสิ่งบางอย่าง” ให้กับผู้บริโภคแทน อย่าใช้เวลาว่างไปกับการเสพสิ่งที่คนอื่นสร้าง แต่ให้ใช้เวลาว่างสร้างสิ่งที่มีคุณค่าให้คนอื่นมาเสพ เมื่อคุณมีผลงานที่มีคุณค่าและสามารถช่วยเหลือชีวิตคนอื่นให้ดีขึ้น เส้นทางนายตัวเองจะเกิดขึ้นทันที

9.คนไทย 100 คน มีเพียง 25 คนเท่านั้นที่สามารถเกษียณอายุได้ตามแผน จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย

ถ้าวันนี้คุณจะเริ่มต้นวางแผนทางการเงินเพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม คุณอาจจะถูกรุมตำหนิจากผู้อื่นก็ได้ว่าไม่รู้จักหาความสุขให้กับชีวิต ไร้สาระ ช่างโง่เง่าจริงๆ นั่นก็ไม่แปลก เพราะคุณถือเป็นคนกลุ่มน้อย ยิ่งเริ่มต้นเร็ว ยิ่งได้เปรียบ ส่วนจะวางแผนยังไง ผมแนะนำให้เลือกเส้นทางของคุณด้วยตัวเอง เชื่ออย่างไร ทำแบบนั้น

10.คนซื้อรถคันละ 100 ล้านบาท ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสุขมากกว่าคนซื้อรถคันละ 500,000 บาท 200 เท่า จาก ฟุมิโอะ ซะซะกิ

เพราะความสุขคือเรื่อง “ส่วนบุคคล” เลือกซื้อให้เหมาะสมกับตัวเองตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดี การตั้งเป้าหมายในชีวิตเป็นวัตถุ เมื่อคุณได้ครอบครองมันจริงๆ มันอาจจะเป็นดั่งที่หวังหรือไม่เป็นดั่งที่หวังก็ได้ แนะนำให้ตั้งไว้เป็นรางวัลชีวิต อย่าตั้งเป็นเป้าหมายชีวิตเลยครับ

11.เงินสามารถซื้อความสุขได้ แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง เงินจะเริ่มซื้อความสุขไม่ได้ จาก วิกกี โรบิน

คนสร้างเนื้อสร้างตัวจะมี 4 ช่วงจังหวะชีวิต คือ ว่างเปล่า มีพอกินพอใช้ ฟุ่มเฟือยได้ไม่ขัดสน และเหลือล้นเกินกว่าจะใช้หมดได้ในชาตินี้ ซึ่งจากงานวิจัยช่วงที่เงินจะสร้างความสุขมากที่สุด คือช่วง “ฟุ่มเฟือยได้ไม่ขัดสน” แต่ถ้ามีเงินมากกว่านั้น เงินจะเริ่มไม่สามารถตอบโจทย์คุณได้อีกต่อไป เพราะคุณได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการแล้ว ชีวิตคุณก็จะกลายเป็นว่างเปล่าทันทีเพราะคุณเคยชินกับมันไปแล้ว อนึ่ง Admin อยู่ในขั้น พอกินพอใช้ ดังนั้นก็ตอบไม่ได้ว่าเรื่องนี้จริงไม่จริงจนกว่าจะไปถึงจุดนั้น

ส่วนข้อ 12 นั้น ผมเว้นว่างเอาไว้เพราะผมอยากจะฟังจากคุณบ้าง คุณช่วยคอมเม้นท์บอกทุกๆคนที่เริ่มต้นศึกษาเรื่องการเงินจะได้ไหมครับ ว่าวิชาการเงินที่คุณเรียนรู้มาทั้งหมด คุณตกผลึกอะไรบ้าง และผมจะนำข้อความของคุณไปทำคลิป Animation เพื่อเผยแพร่ประสบการณ์ของคุณให้กับผู้อื่นครับ ขอบคุณมากๆครับ

ปล บทความนี้คือสคลิป Animation ทีกำลังจะทำ ถ้าคุณเห็นผมอัพโหลดคลิปเรื่องนี้อีกครั้ง ใช่ครับ เนื้อหามันเหมือนกันเลย

<ร้านค้าของ Startyourway> ถ้าคุณอยากรู้ว่าคนไทยธรรมดาท่านอื่นๆที่ไม่ได้มีทุนมากมายเขาสร้างเส้นทางนายตัวเองกันได้อย่างไร เขาทำอาชีพอะไร หาเงินยังไงถึงได้เป็นนายตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาไปตามฟังบทสัมภาษณ์แบบวิดีโอ ตามอ่าน Blog แบบตาเปียกตาแฉะ คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือ We are Startyourway 590 บาทได้เลย เนื้อหาเกือบทั้งหมดเป็นเจ้าของเรื่องมาเขียนเองจริงๆครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *