Article

สุดยอดหนังสือในดวงใจตลอดกาล The 4 Hour Workweek

By  | 
 

ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปขนาดไหน หนังสือเรื่อง The 4 Hour Workweek ที่เคยถูกแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “สบายดีกับรวยมาก” และ “ทำน้อยแต่รวยมาก” แถมขาดตลาดไปตั้งนมนามแล้วก็ยังคงเป็นหนังสือที่ผมโปรดปรานมากสุดอันดับหนึ่งในใจไม่เปลี่ยนแปลง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง

นี่คือหนังสือเปลี่ยนชีวิตผม

“ใช้ชีวิตมั่งคั่งพร้อมพรั่งความสุข ด้วยแนวคิดอันชาญฉลาดที่ทำให้คุณเป็นเศรษฐีได้ในวัยหนุ่มสาว” ผมรู้ว่าคุณหลายคนอาจจะเอียนคำว่าเศรษฐีไปแล้ว แต่ในหนังสือเล่มนีั Tim Ferriss ได้นิยามคำว่า “เศรษฐี” ใหม่หมดจด รับประกันว่าไม่เหมือนกับที่คุณเคยได้ยินมาก่อนอย่างแน่นอน

ตอนที่ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ใหม่ๆ Facebook ยังไม่ค่อยมีอะไรให้น่าดูเท่ากับปัจจุบัน แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว คุณก็คงจะเคยเห็นกลุ่มคนที่หนังสือนิยามเอาไว้ว่าเป็น “เศรษฐีมิติใหม่” หรือกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตในแบบที่ชาวออฟฟิตไม่ค่อยทำกัน เช่น ไปท่องเที่ยวดูหนังในวันธรรมดา ทำงานในสถานที่ที่ดูแล้วน่าอิจฉา ทำกิจกรรมที่ทำให้พวกเขามีความสุข ใช่ เศรษฐีมิติใหม่ คือ กลุ่มคนที่ไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่มีเงินประมาณหนึ่งแต่สามารถใช้ชีวิตดั่งที่ใฝ่ฝันเอาไว้ได้ มีอิสรภาพได้โดยไม่ต้องรวยเงินเป็นเศรษฐี

โดยองค์ประกอบของคนที่จะเป็นเศรษฐีมิติใหม่ได้ก็คือ คุณต้องมีอิสรภาพทางทางเวลา สถานที่ และบุคคล…!!! นั่นหมายถึง คุณสามารถควบคุมเวลาทำงานของตัวเองได้อย่างเด็ดขาด ไม่ผูกติดตัวเองเข้ากับสถานที่ทำงานใดๆ และมีอำนาจควบคุมว่าตัวเองจะทำงานหรือไม่ทำงานกับใคร…!!! ถ้าผมจะยกตัวอย่างให้เห็นแบบสุดโต่ง นายตัวเองสายสร้าง Content ท่องเที่ยว ที่มีผู้ติดตามหลายคน ที่สามารถท่องเที่ยวไปด้วย สร้างรายได้จากคลิปวีดีโอไปด้วย รับงานสปอนเซอร์จากผู้สนับสนุนแบรนด์ไปด้วย เป็นต้น นี่เเหละ คือเศรษฐีมิติใหม่ล่ะ

หากเป็นพนักงานประจำ ก็ต้องเป็นพนักงานประจำที่ทำงานแบบ Remote Office หรือการมีอิสรภาพในการทำงานที่ไหนของโลกก็ได้โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิต อย่างรุ่นน้องของผมคนหนึ่ง ทำงานตัดต่อวีดีโอ ทำงานเข้าออฟฟิตสัปดาห์ละ 1 วันเท่านั้น ส่วนที่เหลือ รุ่นน้องผมจะไปอยู่ส่วนไหนของประเทศก็ได้ ขอเพียงแค่มีงานส่งผ่าน internet เท่านั้นพอ ใช้ชีวิตเหมือนคนเกษียณทั้งๆที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือน เจ๋งมั้ย…!!!

โดยคุณ Tim Ferriss ตั้งคำถามว่า “ถ้ามีงานที่ให้ผลตอบแทนคุณ 10 ล้าน แต่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 ปีโดยไม่มีสิทธิ์มีชีวิตเป็นของตัวเองเลย เมื่อคุณทำงานเสร็จปุ๊ป คุณก็สามารถเกษียณได้ทันที คำถามคือ คุณจะเอามั้ย แน่นอน ไม่มีใครเอาอยู่ มันหนักเกินไป” ดังนั้น มันจะต่างอะไรกับการทำงานเต็มๆ 30 ปีแล้วหวังว่าชีวิตบั้นปลายคุณจะมีความสุข แทนที่จะเอา “ชีวิตในฝัน” ไปใช้จริงตอนบั้นปลาย ทำไมไม่เอามากระจายแล้วทำมันทุกช่วงปัญหาชีวิตเสียเลย

เหมือนกับคุณทำงานเพื่อสะสมเค้ก แล้วพอจะกิน อ้าว เค้กหมดอายุไปแล้ว ที่สะสมมาก็สูญเปล่าล่ะสิ

สมัยก่อน เพื่อนของผมเคยเปรยๆว่า ถ้าเก็บเงินได้ 1 ล้านบาทแรกในชีวิต เขาจะเอาเงินไปเที่ยวญี่ปุ่นให้สมใจ แต่ตอนนี้ได้แค่ฝันเพราะยังไม่มีเงิน ซึ่งผมก็เห็นด้วย

พอผมได้ลองไปจริงๆ อ้าว ไปเที่ยวญี่ปุ่นนี่ 1 สัปดาห์แบบประหยัดๆ สามารถจบได้ด้วยเงินประมาณ 20,000 กว่าบาทนิดๆเองนี่ ไม่เห็นจำเป็นต้องมีเงินสด 1 ล้านเลยก็สามารถไปได้

หรือแม้กระทั่งการไปใช้ชีวิตต่างจังหวัด ถ้าฉันมีเงิน 5 ล้าน ฉันจะกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ซึ่งผมเองก็เคยลงไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัดแรมเดือนมาแล้ว ใช้เงินไม่ถึง 2 หมื่นเลย…!!!

Tim Ferriss ระบุว่า นี่คือโรค “หลอกตัวเอง” หรือโรคที่จะทำให้เราตั้งเป้าหมายเลื่อนลอย ถ้าฉันมีเงิน 1 ล้านฉันจะเลิกทำงาน พอไปถึง เป้าหมายก็จะขยับไปเป็น 2 ล้าน 4 ล้าน 8 ล้าน 10 ล้านตามลำดับ เพื่อให้คุณหลุดพ้นชีวิตแบบนั้น คุณต้องนิยามให้ชัดเจน ว่าชีวิตในความฝันของคุณ มันต้องใช้เงินเท่าไหร่ต่อเดือนกันแน่

แล้วหาทาง “สร้างรายได้” โดยอยู่บน “ไลฟ์สไตล์” ที่ตัวเองต้องการ

ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยทำงานประจำเป็นเวลา 3 ปี และก็มีความฝันที่อยากทำมากมาย เมื่อผมลาออกจากงานมาสร้างเส้นทางนายตัวเอง ผมก็เริ่มมีเวลาว่างแล้วเอาไปทำตามความฝันของตัวเอง…!!! ตั้งแต่เที่ยว กิน ใช้ชีวิตดั่งที่อยากจะใช้ แล้วผมก็รู้สึกขอบคุณตัวเองมาก เพราะทุกสิ่งที่ผมอยากทำในวัยเกษียณ ปัจจุบันผมทำไปเกินกว่าครึ่ง…!!! และเมื่อทำเสร็จ ชีวิตก็กลับเข้าสู่ความว่างเปล่า ลองคิดดูสิ มีคนมากมายที่มีความฝันตั้งแต่วัยหนุ่ม แต่เพราะความเชื่อแบบเก่าๆที่ว่า ความฝันเก็บเอาไว้ไปทำในวัยเกษียณเถิด ถ้าเกิดพวกเขาทำงานจนอายุ 60 ปีแล้วลาออกไปทำตามความฝัน จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อพวกเขาเหล่านั้นเกิดเรียนรู้ว่า “พวกเขาไม่สนุกกับสิ่งที่อยากทำมาทั้งชีวิตเลย” ชีวิตคงเศร้าน่าดู

ผมยังจำเรื่องราวของพี่ผู้ชายท่านหนึ่งได้ดี เขาเล่าให้ผมฟัง ว่าเขามีความฝันอยากจะเป็นเกษตร เขาก็ทำงานเก็บเงิน 35 ปีเต็ม…!!! เมื่อเขาอายุ 60 ปีแล้วเกษียณ เขาเอาเงินไปซื้อที่เดินมา 1 ผืน เยี่ยมเลย เขาจะได้ทำตามความฝันเป็นเกษตรกรแล้ว และเมื่อได้ลงมือทำจริงๆ ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน เขาค้นพบว่า เขาเกลียดการเป็นเกษตร สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เป็นจริงมัรแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว…!!! ถ้าเขาเริ่มทำตามความฝันตั้งแต่ยังหนุ่ม เขาอาจจะรู้จักตัวเองเร็วมากยิ่งขึ้นและไม่เสียเวลาชีวิตไปกับ “ฝันเทียม”

มีคำคมหนึ่งจากคนที่ประสบความสำเร็จ เขาบอกว่า “ชีวิตที่น่าเศร้าที่สุด คือการใช้เวลาทั้งชีวิตตกปลาที่ตัวเองไม่ต้องการ”

แล้วคุณจะใช้ชีวิตแบบ The 4 Hour Work Week ได้อย่างไร…??? ในหนังสือเขียนอธิบายเอาไว้เยอะมาก แต่เนื่องจากปัจจุบันคุณหาซื้อไม่ได้แล้ว เอาล่ะ ผมจะขอสรุปสั้นๆให้จบภายในย่อหน้าเดียวเพื่อให้คุณได้เข้าใจ

นั่นคือ การอย่าแบกงานเอาไว้คนเดียว แต่เน้นสร้างระบบและกระจายงานให้คนอื่นทำแทนคุณ ส่วนไหนของงานที่คุณชอบ คุณรัก คุณหลงไหล เก็บเอาไว้ทำเองเพื่อเติมเต็มชีวิต และงานส่วนไหนที่คุณไม่ชอบ ไม่ถนัด ไม่เก่ง เสียเวลา ยอมตัดใจจ้างคนอื่นให้มาทำงานแทนคุณดีกว่า แน่นอน การหาคนมาทำงานให้คุณไม่ได้เป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าเจอคนที่ทำงานดีและรับผิดชอบงานของคุณได้อย่างยอดเยี่ยม คุณจะประหยัดเวลาในชีวิตได้อย่างยิ่ง…!!!

ในประเทศไทย เราถูกสอนว่า จะทำอะไรต้องเก่งทุกด้าน ยิ่งเป็นมนุษย์ “อเนกประสงค์” ได้ยิ่งดี แต่จริงๆแล้ว มนุษย์เราทุกคนย่อมมีจุดแข็งและจุดอ่อน ถ้าอยากมีชีวิตไปได้ไกล อย่ามัวเสียเวลาพัฒนาจุดอ่อน แต่ให้ใช้จุดแข็งของตัวเองสร้างคุณค่าเลยดีกว่า…!!!

เชื่อผมหรือไม่ ในประเทศไทยมีนายตัวเองมากมายที่ใช้หลักการ The 4 Hour Workweek และพวกเขาใช้ชีวิตในแบบที่ชาวออฟฟิตจินตนาการไม่ถึง บุคคลเหล่านี้รักความเป็นส่วนตัวมากๆ พวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ภายใน Facebook Profile ที่ธรรมดาสุดๆ (บางคนก็ประกาศตัวโต้งๆ) ถ้าคุณช่างสังเกตุ การส่อง Facebook ชาวเศรษฐีมิติใหม่ที่เป็นคนไทย จะทำให้คุณเจอเส้นทางที่จะช่วยทำให้คุณพัฒนาตัวเองไปสู่การเป็น “เศรษฐีมิติใหม่” ครับ

ปล ใน Facebook ผม มีเจ้าของกิจการที่ทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือ แล้วตัวเองก็ไปออกกำลังกาย กิน เที่ยว ขับรถเล่น โดยจ้างคนอื่นให้มาทำงานแทนตัวเอง นั่นแหละ เศรษฐีมิติใหม่ล่ะ

<ร้านค้าของ Startyourway> ถ้าคุณอยากรู้ว่าคนไทยธรรมดาท่านอื่นๆที่ไม่ได้มีทุนมากมายเขาสร้างเส้นทางนายตัวเองกันได้อย่างไร เขาทำอาชีพอะไร หาเงินยังไงถึงได้เป็นนายตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาไปตามฟังบทสัมภาษณ์แบบวิดีโอ ตามอ่าน Blog แบบตาเปียกตาแฉะ คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือ We are Startyourway 590 บาทได้เลย เนื้อหาเกือบทั้งหมดเป็นเจ้าของเรื่องมาเขียนเองจริงๆครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *