Article

เงินออมจะแพ้เงินเฟ้อ แต่การลงทุนมีความเสี่ยง

By  | 
 

ทุกครั้งที่ผมพูดถึงเงินออม แนะนำให้เก็บเงินเพื่ออนาคต ก็มักจะมีคอมเม้นท์“คนรวยเขาไม่เก็บเงินไว้เฉยๆหรอกนะ เขาเอาเงินไปลงทุนเพื่อให้ชนะเงินเฟ้อ ไม่งั้นในอนาคตเงินเฟ้อจะกัดกินเงินออมจนด้อยค่า เงินล้านในวันนี้จะมีค่าเพียงไม่กี่แสนบาทในอนาคต…!!!” ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะตั้งแต่เด็ก ผมเห็นราคาอาหารริมทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อก่อนผมกินข้าวมันไก่จานละ 20 บาท ปัจจุบัน 40 บาทส่วนพ่อของผมนั้นหนักยิ่งกว่าเพราะเกิดมาในยุคก๋วยเตี๋ยวชามละ 1 บาท ซึ่งมันก็มีแนวโน้มที่อีก 20 ปีข้างหน้า ราคาก๋วยเตี๋ยวอาจจะพุ่งแรงเป็น 80 บาทต่อชาม

แต่ในขณะเดียวกัน การลงทุนก็สามารถกระชากเราให้ขาดทุนได้มากกว่าการไม่ลงทุนเสียอีก โดยเฉพาะช่วงวิกฤตต่างๆบนโลก เช่นล่าสุด ไข้หวัด “ไวรัสโคราน่า” ระบาดเช่นนี้ ตลาดหุ้นบ้านเรานั้นตกลงอย่างมาก คำถามที่ผมอยากจะถามคุณคือ เมื่อคุณลงทุนในตลาดหุ้นไปแล้ว ปัจจุบันนี้ คุณยังรู้สึก “กินอิ่มนอนหลับ” ดีอยู่หรือเปล่า…??? หรือสมาธิทั้งหมดอยู่ที่ความว้าวุ่นใจที่ตลาดหุ้นไม่เป็นดั่งที่คาดคิด…!!! จะเป็นแบบไหนก็ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณมีความรู้ ความเข้าใจ และความใจเย็นมากขนาดไหน

แน่นอน ช่วงตลาดหุ้นตกจะเป็นช่วงที่นักลงทุนผู้รอโอกาสนั้นชื่นชอบมาก เพราะพวกเขามักจะสำรองเงินเอาไว้สำหรับการช้อนซื้อของดีในราคาถูกเสมอ แต่นั่นหมายถึงคุณจะต้องเลือกที่ “วางเงินคุณภาพสูง”  ไว้จริงๆ ถ้าคุณเลือกซื้อหุ้นผิดตัว โอกาสที่จะได้ทุนคืนมาก็ยากจริงๆ

ถ้าคุณอดทนกับความผัวผวนนี้ไม่ได้ ไม่ชอบหวือหว๋าหรือไม่ชอบติดตามตลาด ผมคิดว่าการลงทุนใน “กองทุนรวม” เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะผมมีพอร์ตทั้งหุ้นและกองทุนรวม เมื่อเกิดวิกฤต กองทุนรวมสามารถรักษาความเสถียรได้มากกว่า ความแรงของราคาที่เหวี่ยงนั้นน้อยกว่าหุ้นรายตัวเป็นอย่างมาก และจากประสบกาณ์ ผมสบายใจกับกองทุนรวมมากกว่า โดยเฉพาะกองทุนรวมดัชนี เพราะซื้อเอาไว้แล้วก็ทิ้งเอาไว้อย่างนั้น และเอาเวลาไปศึกษาเรื่องการสร้างเนื้อสร้างตัวทางอื่นดีกว่า

คำสอนจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนเน้นคุณค่าที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาบอกว่า “ขอเพียงแค่คุณลงทุนในกองทุนดัชนีเป็นประจำ คุณก็จะมีผลตอบแทนที่ดีกว่านักลงทุนส่วนมากในตลาดหุ้นแล้ว”

การลงทุนในกองทุนรวม ผมชอบกองทุนรวมดัชนีด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียว นั่นคือค่าธรรมเนียมถูกมากๆ กองทุนรวมที่มีผู้บริหารคอยตัดสินใจซื้อ – ขายเพื่อเอาชนะตลาด ผมเชื่อว่าผู้บริหารเหล่านั้นมีความสามารถที่เก่งมากๆ แต่ปัญหาเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ผลตอบแทนไม่เป็นอย่างที่ผมคิด คือ ค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการที่ค่อนข้างสูงมากๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ราวๆ 2% ต่อปี ลองคิดดูสิ ถ้าคุณลงทุน 1 ล้านบาท คิดกลมๆค่าธรรมเนียมในการบริหารกองทุนก็ปีละ 20,000 บาทแล้ว 10 ปีเป็นเท่าไหร่ โอ้โห หลักแสน

ส่วนในประเทศไทย ค่าธรรมเนียมกองทุนประเภท Passive Fund นั้น ค่าธรรมเนียมถือว่าถูกมากๆ หรือบางกองทุนไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีเลย…!!! (เช่น SCBset50e แต่จำกัดแค่ 1 ล้านบาท)

การลงทุนคือเกมระยะยาวที่ต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต ดังนั้น เราปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่สำคัญกว่าการเอาชนะเงินเฟ้อ คือ ความสุขสบายใจที่เราจะสามารถอยู่กับมันได้ตลอดชีวิต บางคนอาจจะชอบอสังหาริมทรัพย์ หุ้น กองทุนรวม หรือสลากออมสิน…!!! เชื่อมั้ย ถ้าคุณซื้อสลากออมสินที่หลายคนบ่นว่าผลตอบแทนน้อย แต่ถ้าพอร์ตหุ้นของคุณกำลังแดงเถือก เยี่ยมเลย หุ้นของคุณให้ผลตอบแทนต่ำกว่าสลากออมสินที่ว่าน้อยเสียอีก

ดังนั้นถ้าคุณออมเงินอยู่ดีๆ แล้วมีคนมาบอกกับคุณว่า “คนรวยเขาไม่ออมเงินหรอก มันแพ้เงินเฟ้อ มันต้องลงทุนในเงินงอกเงยเท่านั้น” คุณจงตอบเขาไปอย่างสุภาพ ว่า “ถ้าฉันขาดทุน คุณจะรับผิดชอบไหม…???” ซึ่งการนิ่งเงียบของคนสอนนั่นเเหละ จะเป็นคำตอบชั้นดีให้กับคุณ

ถ้าอยากเรียนรู้เรื่องการลงทุน ผมแนะนำเว็บไซต์ http://www.investerest.co/ กับงานสัมมนาฟรีผ่านโลกออนไลน์บน Youtube ของตลาดหลักทรัพย์ครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *