Article

เมื่อไหร่การศึกษาไทยจะสอนนักเรียนเรื่องการเงิน

By  | 
 

ทุกชีวิตเกิดมาต้องทำงาน การศึกษาสอนวิชาต่างๆเพื่อให้นักเรียนจบไปแล้วหางานทำ แต่สิ่งหนึ่งที่นักเรียนไม่ได้เรียนเลย คือ “ทำอย่างไรถึงจะไม่ต้องทำงานก็ยังมีเงินใช้” ใช่ ผมกำลังพูดถึงการวางแผนการเงิน การวางแผนเกษียณ

หลายคนยังมีรูปแบบการเข้าใจว่า “เกษียณ” เป็นเรื่องของคนแก่ แต่ความเป็นจริง มันไม่ใช่ เกษียณเป็นเรื่องของทุกวัย ทุกเพศ และทุกคน มันหมายถึงการมีชีวิตอยู่รอดได้ มีเงินใช้แม้กระทั่งวันที่คุณตัดสินใจไม่ทำงาน

ผมเคยพยายามชี้นำคนในเพจให้เห็นความสำคัญของการวางแผนการเงิน เพื่อที่วัยแก่จะได้ไม่ลำบาก ถึงแม้จะเป็นความหวังดี ก็ยังไม่พ้นโดนแขวะโดนด่า

“โธ่ คุณวิชญ์ แนะนำแบบคนโง่แท้ๆเลย ใครบอกล่ะว่าแก่แล้วจะต้องหยุดทำงาน ก็ทำงานต่อไปสิ โง่จริงๆวุ้ย” สาวนิรนาม

ผมเข้าใจว่าตอนแก่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องหยุดทำงานก็ได้ แต่ระหว่างการทำงานเพราะอยากทำ กับทำงานเพราะไม่ทำก็ไม่มีกิน อารมณ์ความสบายใจมันแตกต่างกันมหาศาล

และอย่าลืม ว่าบนโลกนี้ถ้าทุกอย่างมันเป็นอย่างที่เราคิด คงไม่มีใครเดือดร้อนจากการไม่วางแผนชีวิต…!!! เพราะชีวิตมนุษย์มันมีคำว่า “โชคชะตาพลิกผลันเสมอ”

อย่างเช่นล่าสุด พ่อของผมป่วย ไม่สบาย ค่ารักษานอนโรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน ตรวจหาสาเหตุของโลกต่างๆนาๆ ค่ารักษายังสูงถึง 7 หมื่นบาทเลย…!!! ถ้าไม่วางแผนการเงิน บั้นปลายอาจจะสบายหรือลำบากก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ ถ้าเจอปัญหาที่ต้องใช้เงินแล้วคุณไม่มีเงินเมื่อไหร่ ลูกหลาน ครอบครัว รัฐบาล ก็จะกลายเป็นแพะ และอาจจะน่าเวทนาจนถึงขั้นขอรับบริจาคจากคนแปลกหน้าก็ได้ กลายเป็นภาระคนอื่นไปอีก

การวางแผนเกษียณเป็นสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่เนิ่นๆของชีวิต ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี ควรจะเริ่มต้นที่ชั้นประถมเลยด้วยซ้ำ อย่างน้อยๆ ชั้นประถม เด็กนักเรียนทุกคนต้องมีเงินออม จะมากจะน้อย ก็ขอให้ได้ฝึกออมเงินไปก่อน

พอ ม ปลาย ก็สอนเรื่องดอกเบี้ย เงินปันผล การลงทุนรูปแบบต่างๆแบบเรียบง่าย ลองให้นักศึกษาได้ลงทุนจริงๆด้วยเงินหลักสิบหลักร้อย ไม่เเน่ถ้าเราปลูกฝังเรื่องการเงินให้เด็กตั้งแต่วันนี้ เราอาจจะเห็นเยาวชนหลายคนสามารถมั่งคั่งร่ำรวยหรือเกษียณได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 40 เลยด้วยซ้ำ

ผมเคยได้ยินเรื่องราวตลกร้ายที่ไม่ตลก ข้าราชการท่านหนึ่งทำงานอย่างนัก จนในที่สุดก็ทำงานจนครบอายุ เกษียณ และได้รับเงินบำนาญเดือนละ 35,000 บาท…!!! ทุกคนอิจฉา ว้าว ต่อไปนี้ชีวิตจะได้สุขสบายแล้วนะ ที่ทำงานอย่างหนักเห็นผลแล้ว ทุกคนอิจฉาหมด ยกเว้นข้าราชการคนนั้น เพราะเขามีหนี้ที่ต้องผ่อนถึงเดือนละ 37,000 บาท…!!!

นอกจากไม่มีเงินไว้กินยามแก่แล้ว ยังเป็นหนี้ที่ต้องผ่อน หักบำนาญแล้ว ยังต้องหาเงินเดือนละ 2,000 บาทเผื่อมาผ่อนหนี้อีกต่างหาก และหนี้นั้นก็กินเวลาอีกหลายปี ลองคิดดูสิ ทำงาน 30 กว่าปียังไม่พอ ต้องทำงานต่ออีกจนถึงวันตาย ถ้าไม่ได้รักงานนั้นจริง ความรู้สึกคงเหนื่อยลากเลือดแน่ๆ

วางแผนเกษียณเร็ว ทำยังไง

ผมรู้สึกนายตัวเองและเจ้าของธุรกิจหลายคนที่ “เกษียณ” ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 40 พวกเขาทำงานอย่างหนัก สร้างธุรกิจ และลงทุนอย่างมีวินัย บวกกับความรู้จักพอ ไม่ฟุ้งเฟ้อ จึงทำให้พวกเขาถึงเป้าหมายเร็ว ชีวิตที่เหลือ เขาก็ทำงานแบบไม่เครียด ทำงานด้วยใจที่ไม่ได้กดดันตัวเองว่าต้องไล่ล่าหาเงินอย่างเดียวเท่านั้น

ผมได้อ่านหนังสือและศึกษาจากบุคคลที่เก่งเรื่องการเงินมากมาย จนตอนนี้อายุผม 34 – 35 ก็มีความสุขจากรายได้ที่ไม่ต้องทำงานเองตลอดเวลาที่มันเกิดค่าใช้จ่ายไปแล้ว ผมมีอิสรภาพทางการเงินด้วยการมีรายจ่ายไม่เกินเดือนละ 20,000 ผมว่ามันก็มีความสุขดีนะ อย่างน้อยๆก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน มีอิสระในการเลือกว่าอยากจะทำงานหรือไม่ทำงานอะไร (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำงาน เพราะอนาคตเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพียงแต่เวลานี้ ทำงานโดยไม่มีเรื่องเงินมาพันธนาการ)

แน่นอน ถ้ามีเด็กนักเรียนที่ได้เรียนรู้เรื่องการเงินเร็ว และอยากจะมีอิสรภาพทางการเงินเร็ว แล้วบังเอิญได้เข้ามาอ่าน Blog นี้ ผมอยากจะให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องการเงินนะครับ ผมตามเรียนตามอ่านเยอะมาก จะช่วยสรุปง่ายๆให้ฟังแล้วกัน

ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อเพิ่มรายได้ 

ถ้าคุณเงินเดือน 15,000 บาท ต่อให้ประหยัดสุดๆจนมีเงินเก็บ 5,000 บาท 1 ปีคุณจะมีเงินออม 60,000 บาท สมมุติกาลเวลาผ่านไป รายได้คุณเพิ่มขึ้นเล็กน้อยคุณยังคงการออมด้วยอัตรา 5,000 บาทต่อเดือนต่อไป 10 ปีคุณก็จะมีเงินออม 6 แสนบาท พออายุ 55 ก็จะมีเงินออม 2,1000,000 บาทเท่านั้น มันยังไม่มากพอจะพลิกชีวิตไปเลย เพราะเอาจริงๆ ในโลกของการลงทุน ผมคิดว่าเงินต้นที่จะเริ่มให้อัตราผลตอบแทนแบบพอเห็นน้ำเห็นเนื้อได้ ต้องอยู่ราวๆ 3 ล้านบาทขึ้นไป ดังนั้น ถ้าพึ่งรายได้จากงานประจำแล้วเงินเดือนไม่สูงมากต่อไป คุณก็สามารถถึงฝั่งฝันได้ แต่ช้ามากๆ

ในทางกลับกัน สมมุติคุณทำงานประจำเงินเดือน 15,000 และสร้างเส้นทางนายตัวเองซึ่งได้รายได้เดือนละ 15,000 ต่อให้คุณใช้เงินเดือนจนหมด แต่ถ้ารายได้จากเส้นทางนายตัวเองของคุณนั้น คุณเอาไปออมแบบ 100% 1 ปีก็จะมีเงินออม 180,000 บาทแล้ว เห็นมั้ย 180,000 เป็น 3 เท่าของ 60,000 เลยนะ จากที่ต้องใช้เวลา 35 ปีเพื่อเก็บเงินให้ได้ 2 ล้านกว่าๆ คราวนี้ 10 ปีนิดๆก็ได้ 2 ล้านแล้ว หรือถ้าเดือนไหนคุณได้มากกว่านั้น ก็ยิ่งทวีความเร็วขึ้นไปอีก

ผมเข้าใจดีหากมีใครเเย้งว่าการออมเงิน การประหยัด ไม่ทำให้ใครรวย ผมอยากจะเถียงใจจะขาด แล้วความฟุ่มเฟือยล่ะ ทำให้รวยได้อย่างนั้นหรือ คิดแบบนี้ถังแตกเยอะแล้ว การจะมีอิสรภาพทางการเงินนั้น การออม คือพื้นฐานของพื้นฐาน ยิ่งเงินเหลือเยอะ ยิ่งมีโอกาสถึงเป้าหมายเร็ว ถ้าไม่รู้จักศาสตร์แห่งการออม ต่อให้คุณมีรายได้เดือนละ 1 แสนบาท คุณก็หมดได้

อย่าตลก ผมเคยเจอคนที่มีรายได้เดือนละหลายแสนบาทหมุนเงินไม่ทัน เป็นหนี้ท่วมหัวมาเยอะแล้ว

ประเมินรายจ่าย 

ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน + ค่าความเสี่ยง + ค่าความสนุกสนานของชีวิต = รายจ่าย

คุณจะต้องรู้ก่อนว่าชีวิตตัวเองนั้นมีรายจ่ายราวๆเท่าไหร่ เป็นรายจ่ายที่รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว ของผมคำนวนแล้วตกราวๆเดือนละ 20,000 บาท ซึ่งมันไม่มากพอจะเรียกว่ารวย แต่มันมากพอจะทำให้ผมใช้ชีวิตแบบพอเพียงได้ คุณก็ต้องประเมินค่าใช้จ่ายของตัวเองเช่นกัน ทีนี้ก็อยู่ที่ว่า ไลฟ์สไตล์ในฝันที่คุณอยากจะได้นั้น มันราคาถูกหรือแพง

เช่นถ้าคุณอยากจะได้บ้านหลังใหญ่ รถสปอรต์ แบรนด์เนม ไลฟ์สไตล์ของคุณก็ต้องใช้เงินเยอะ ในทางกลับกัน ถ้าคุณอยากใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพ่อแม่ รถราคาไม่แพง เสื้อผ้าอะไรก็ได้ ค่าไลฟ์สไตล์ของคุณก็ใช้เงินไม่เยอะ

ตรงนี้ไม่มีผิดไม่มีถูกนะครับ ใครจะชอบชีวิตที่มึค่าใช้จ่ายเยอะหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนบุคคล อย่าโจมตีคนที่ใช้ชีวิตแตกต่างจากเรา พวกเราทุกคนจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขครับ

สมมุติแหล่งรายได้จากทรัพย์สิน 

ทรัพย์สินมี 2 ประเภท คือ จากการซื้อ กับ จากการสร้าง ถ้าซื้อก็คือการใช้เงินลงทุนเป็นหลัก ส่วนของการสร้าง คือการลงมือปลุกปล้ำทรัพย์สินขึ้นมาเอง ซึ่งต้องขอบคุณโลกอินเตอร์เน็ตมากๆ เพราะตั้งแต่โลกเปลี่ยนไปเป็นยุคออนไลน์ มีเศรษฐีอินเตอร์เน็ตเกิดใหม่มากหน้าหลายตา คุณกับผมเราอาจจะไม่ต้องคาดหวังผลลัพธ์ระดับมหาเศรษฐีหรอก เพียงแต่เริ่มสร้างทรัพย์สินที่ปันผลให้เดือนละ 2 – 3 หมื่นบาทต่อเดือน อาจจะมาจากเว็บไซต์ คลิปวีดีโอ งานเขียน หรือการขายไฟล์ Digital ต่างๆ ก็ทำให้ชีวิตคุณมีทางเลือกแล้ว

ส่วนรายได้จากทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากการซื้อ ผมชอบฟังหลายท่านมากๆ และเอาจริงๆ สำหรับผม ผมคิดว่ากองทุนรวมนั้นเป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายและทรงพลัง โดยเฉพาะกองทุนที่กูรูมากมายแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นอย่าง กองทุนรวมดัชนี ผมรู้สึกถูกใจเป็นพิเศษครับ ส่วนคุณจะเลือกศึกษาจากทรัพย์สินชนิดไหน ก็ตามใจคุณเลยครับ เชื่อผมเถอะ ถ้าลงทุนไม่กี่พันบาท ซึ่งพลาดขาดทุน 20% ภายในปีเดียว ก็ไม่ทำให้คุณถึงตายหรอก แถมยังได้ประสบการณ์จากการลงทุนจริงๆด้วย

สมมุติคุณซื้อหุ้นจากบริษัทหนึ่ง แล้วเงินปันผลคือ 1,000,000 บาท ได้ 50,000 ต่อปี หากคุณใช้เงินปีละ 250,000 บาท เท่ากับคุณต้องใช้เงินต้น 5,000,000 บาท นี่คือการจำลองผลแบบตรงๆ และจะทำให้คุณเริ่มมองเห็นว่าคุณควรเตรียมเงินทุนที่ระดับเท่าไหร่ เป็นการวางแผนคร่าวๆให้เห็นภาพรวมก่อน เรื่องเจาะลึก เอาไว้ทีหลัง

โลกของการใช้เงินทำงาน มันต้องใช้เงินเยอะอย่างนี้เเหละครับ มีเงินหลักแสน โอกาสพลิกชีวิตนั้นก็ยากกว่าเงินหลักล้าน แต่ในขณะเดียวกัน การเริ่มต้นจากเงินน้อยๆ หากผิดพลาด ย่อมเสียหายน้อยกว่าการลงทุนด้วยเงินจำนวนมากครับ

สำหรับการเรียนรู้ เงินน้อยได้เปรียบ

ระมัดระวังการเป็นหนี้แบบไม่ระมัดระวัง

ผมฟัง Live สดของ Money Coach ที่เล่าประสบการณ์จากการได้ไปคุยกับผู้เกษียณแล้วเพื่อขอคำแนะนำเรื่องวางแผนการเงินกับคนยุคใหม่ สิ่งหนึ่งที่ท่านอาวุโสทั้งหลายตอบเหมือนกันหมดก็คือ จงระมัดระวังการเป็นหนี้อย่างไม่ระมัดระวัง ต้องปิดหนี้ที่มีทั้งหมดให้จบก่อนที่จะเกษียณ ถึงตรงนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว การเป็นหนี้อย่างไม่คิด เป็นหนี้จนเกินตัว คือศัตรูตัวร้ายของผู้ที่อยากมีอิสรภาะทางการเงิน

นี่คือคำแนะนำที่ผมอยากจะให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *