Article

แนวทางการดำเนินชีวิต ที่ผมคิดว่ามันเวิร์ค

By  | 
 

เมื่อคุณพยายามจะค้นหาเรื่องการวางแผนชีวิต แนวทางบนโลกออนไลน์ที่สอนมันมีหลากหลายรูปแบบมากๆจนคุณอาจจะสับสนว่าควรจะเชื่อแนวไหนดี เอาจริงๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแนวไหนมันเหมาะกับผม เพราะแต่ละไลฟ์สไตล์มี วิธีคิด และ “ค่าใช้จ่าย” แตกต่างกันอย่างมหาศาล และถ้าคุณเคยอ่านนวนิยายจีนมาบ้าง คุณจะรู้ว่าสุดยอดของวิทยายุทธิ์ที่มีในใต้หล้า คือ วิทยายุทธ์ที่ถูกปรับและคิดค้นให้เหมาะสมกับตัวเองด้วยตัวเอง…!!!

ผมคิดว่าเรื่องการออกแบบชีวิตก็เช่นเดียวกัน คุณควรจะอ่านหนังสือ Blog การเงิน และแนวทางของคนอื่นเยอะๆ (อย่างเช่น Pantip.com ซึ่งคุณต้องกรองเอาเองว่า User ไหนน่าเชื่อถือ) จากนั้นก็ปฏิบัติดูจนกว่าจะเจอแนวที่คุณคิดว่าใช่ ซึ่งถ้ายังไม่ลงตัว ผมขอนำเสนอแนวทางของผมครับ

แนวทางแบบที่ผมใช้ ผมลองแล้วมีความสุขมากๆ และคุณก็สามารถเรียนรู้เพื่อนำไปปรับใช้ตามสไตล์คุณได้ตามสบายเลย นั่นคือ

1.กดค่าใช้จ่ายในชีวิตให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

การลดค่าใช้จ่ายให้เข้าขั้นประหยัดแบบสุดๆอาจจะดูเป็นการทรมานตัวเองรูปแบบหนึ่ง แต่เป็นการทรมานเพื่อตรวจสอบสถานะของชีวิตว่าคุณสามารถ “ใช้ไลฟ์สไตล์ต่ำที่สุด” ได้ในระดับไหน เพื่อให้คุณไปถึงอิสรภาพทางการเงินให้เร็ว การกดค่าใช้จ่ายเหมือนการลดน้ำหนักที่คุณต้องลดอาหารเพื่อเอาหุ่นเฟิร์ม

คุณยังจำตอนที่เริ่มต้นทำงานประจำกันได้มั้ย…??? ตอนเงินเดือน 13,000 บาทยังอยู่ได้เลย แต่หลายๆครั้ง พอรายได้เพิ่มขึ้น เราก็เผลอเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ถ้ายิ่งเลยเถิดจนถึงขั้นเป็นหนี้เพื่อซื้อสิ่งของฟุ่มเฟือยแล้วละก็ เตรียมเจอศึกหนักได้เลย มันจะเป็นงูกินหางและทำร้ายการเงินคุณไปอีกนาน อย่าตลก ผมเคยเจอคนที่รายได้ 300,000 บาทต่อเดือนแต่ไม่มีเงินเก็บมาแล้ว

ยิ่งคุณกดรายจ่ายให้ต่ำมากเท่าไหร่ ความเร็วในการยกระดับฐานะจะยิ่งขึ้นเร็วมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งผมทำแล้ว ปรากฏว่ารายจ่ายประมาณ 30,000 บาทต่อเดือนคือจุดลงตัวสำหรับไลฟ์สไตล์แบบผมพอดิบพอดี บางคนจะ 5 หมื่น บางคนจะ 5 แสน แล้วแต่ความพึงพอใจ

2.วางแผนเกษียณด้วยแนวคิด “ประหยัดที่สุด” ตลอดเวลา

คุณรู้แล้วใช่มั้ย ว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดแห่งโลกการเงินไม่ใช่รวยล้นฟ้า แต่เป็นความสบายใจทางการเงิน หรือ “อิสรภาพทางการเงิน” ซึ่งคุณจำเป็นต้องมี 3 องค์ประกอบหลักๆ คือ มีเงินออมมากกว่ารายจ่ายต่อเดือนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งในโลกการเงิน เกณฑ์ที่นิยมเอามาอ้างอิงกัน คือ ต้องมีเงินเก็บ 6 เท่า ของค่าใช้จ่าย อาทิเช่น คุณมีรายจ่ายเดือนละ 15,000 บาท เงินออมของคุณที่ต้องมีคือ 90,000 บาทต่อเดือน แต่เกณฑ์ที่ผมคิดว่าดีที่สุด คือ อย่างน้อย 1 ปี หรือ 12 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน จำเอาไว้ว่า ยิ่งคุณมีเงินออมมากเท่าไหร่ คุณยิ่งมีทางเลือกของชีวิตมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

3.สร้างรายได้ด้วยหลัก “ไม่ต้องทำงานเองตลอดเวลา” ให้จงได้

องค์ประกอบที่สองซึ่งสำคัญมากๆ คือ รายได้จากการไม่ต้องทำงานเองตลอดเวลา ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อน หากมีเงินน้อย คุณจะมีตัวเลือกที่ไม่มาก เช่น บ้านเช่า (ซึ่งผมมี 2 หลังและบอกเลย ว่าไม่อยากมีอีกแล้ว ปวดหัวใช้ได้เลยกับการบริหารจัดการ) ลิขสิทธิ์ต่างๆ แต่ในยุคปัจจุบัน ช่องทางมันมีมากขึ้นกว่าสมัยก่อน อาทิ เช่น พี่ผู้หญิงท่านหนึ่งที่อยู่ในกลุ่ม Startyourway ชุมชนนายตัวเอง ได้เปิดเผยรายได้จากการเขียนนิยาย Ebook ขายคนไทยบน Mebmarket โอ้โห รายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือนเลย แม้แต่รายได้จากโฆษณาในวีดีโอ ค่าโฆษณาผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นรายได้แบบ “ทำงานหนักช่วงแรกๆ หลังๆก็สบายแล้ว” ทั้งนั้น…!!! ถ้าคุณสามารถมีรายได้จากการทำเงินแบบนี้แซงรายจ่ายขั้นต่ำต่อเดือน ชีวิตคุณจะเริ่มมีทางเลือกแล้ว

4.เอาเงินที่ได้จากทรัพย์สินออนไลน์ ไปซื้อทรัพย์สินอีกทื

เนื่องจากคุณกดค่าใช้จ่ายของตัวเองให้ต่ำลง ไม่ว่าคุณจะมีรายได้เท่าไหร่ เงินออมของคุณจะโตขึ้นแบบเหลือกินเหลือใช้ นี่คือองค์ประกอบส่วนที่สาม คือ เอาเงินส่วนที่เกินมานั้นไปลงทุนในทรัพย์สินที่คุณมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งผมลงทุนแบบ DCA ในหุ้นไม่กี่บริษัทและกองทุนรวมดัชนีเป็นหลัก ซึ่งเงินลงทุนส่วนนี้คือ “หลักประกันแผนเกษียณอายุของตัวเอง” พูดให้เข้าใจง่าย มันคือการลงทุนเพื่อการเลี้ยงชีพตัวเองแบบระยะยาว ไม่ได้เป็นหนึ่งในรายได้เพื่อการยังชีพ แต่เป็นรายได้เพื่อเตรียมตัวแก่ชราอย่างมีความสุข จำไว้ว่า รายได้ที่คุณเอามายังชีพ จะต้องเป็นรายได้จาก Active Income และ Passive Income จากโลกออนไลน์หรือธุรกิจของคุณเท่านั้น รายได้จากการลงทุนห้ามเอามากินมาใช้เด็ดขาด เรียกได้ว่าเราจ่ายเงินลงทุนแบบตลอดชีวิตได้เลย

5.เมื่อคุณอยากจะได้อะไร ให้ขยายช่องรายได้ก่อน 

เมื่อรายได้คุณอยู่เหนือรายจ่าย คุณจะสามารถไขประตูสู่อิสรภาพได้แล้ว ค่อยกลับมาให้รางวัลชีวิตกับตัวเอง หากคุณอยากได้ของเล่น รถ หรือบ้าน คุณจะต้องขยายช่องทรัพย์สินให้ใหญ่ขึ้นก่อน ให้มีรายได้มากขึ้น และต้องเพิ่มเงินออมฉุกเฉินให้มากขึ้นด้วย เช่น คุณมีรายจ่าย 15,000 ต่อเดือน ต้องมีเงินออมอย่างน้อย 90,000 บาทเป็นเงินสดๆนิ่งๆในบัญชีธนาคาร ถ้าคุณต้องการผ่อนรถซึ่งจะทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 12,000 บาท คุณก็ต้องเพิ่มขนาดของเงินออมส่วนตัวไปอีก เป็น 168,000 บาท

6.อย่าฝากชีวิตไว้กับรายได้ทางเดียว 

มองโลกในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนแล้วชีวิตจะมีความสุข จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารายได้ทางหลักหายไป…!!! ถ้าคุณสามารถสร้างรายได้จาก Passive Income ออนไลน์ได้แล้ว สร้างรายได้จากการเอาเงินไปลงุทนจนมีความมั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว จงอย่าคิดว่ากระแสรายได้นั้นจะคงอยู่ตลอดไป เพราะตลอดระยะเวลา 5 ปี (หรือ 7 ปีหว่า ผมจำไม่ได้) ผมเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางรายได้หลายต่อหลายครั้ง เจอทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมาโดยตลอด และนั่นเป็นบทเรียนที่สอนให้ผมรู้ว่า “รายได้ตลอดไป” นั้นไม่มีจริง ทุกอย่างล้วนตกอยู่ภายใต้กฏแห่งความเปลี่ยนแปลง แม้แต่สิ่งที่มั่นคงที่สุดอย่างการทำงานประจำ เอาจริงๆยุคนี้ไม่เฉียดคำว่ามั่นคงเลยซักนิด ยกเว้นคุณได้ทำงานในหน่วยงานราชการ

“แต่สิ่งที่เขียนมาทั้งหมด คุณวิชญ์ ฉันไม่มีเวลาเลย แค่ทำงานประจำก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว นี่จะยังให้ทำงานเพิ่มอีกหรือ…???” ถ้าคุณมีคำถามนี้ผุดขึ้นมาแล้วคิดว่าตัวเอง ผมอยากจะบอกว่า นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาที่ผมจะช่วยจัดการให้คุณ เพราะเวลาผมมีปัญหา ผมเชื่อว่าใครก็คงช่วยผมไม่ได้เหมือนกันครับ สิ่งที่ผมเขียนมามันอาจจะไม่ใช่หลักการที่ดีที่สุด แต่ผมคิดว่าอยากจะให้คุณลองสัมผัสกับวิธีที่ผมใช้แล้วมันมีความลงตัวสำหรับผมมากที่สุดครับ

เอาใจช่วยทุกคนนะครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *