Article

โรคซึมเศร้า ภัยเงียบของชีวิตคน

By  | 
 

ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรให้ฉันอยากทำอีกต่อไป ไม่ว่าจะมองไปทางไหนฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีคนเข้าใจ ฉันไม่มีความสุขเลย ชีวิตมีแต่ความทุกข์ นี่ไม่ใช่ชีวิตที่ฉันต้องการอีกต่อไป เมื่อไหร่มันจะสิ้นสุดนะกับเรื่องแบบนี้ อยากนอนหลับไปโดยไม่ต้องตื่นอีกเลย ใช่ ฉันอยากตาย เมื่อมีคนมาพูดแบบนี้แล้วบังเอิญสังคมได้ยิน ก็มักจะมีคำแนะนำอยู่แค่ 4 อย่างเท่านั้น อย่างแรกเลยก็คือด่า ตายไปเลยไป๊ สงสารพ่อแม่ที่เสียเงินเสียทองส่งเสียให้โตมาได้ถึงขนาดนี้ อายแทนบุพการีจริงๆ อย่าอยู่ให้เสียทรัพยากรโลกอีกเลย คนแบบนี้ไม่กล้าตายจริงๆหรอก เพราะถ้าอยากตายจริงๆ ป่านนี้ทำไปแล้ว

คำแนะนำอย่างต่อมา ก็คือ คิดมากทำไม อย่าไปคิดเยอะสิ หาอะไรทำเยอะๆจะได้ไม่ต้องคิด คิดเรื่องดีๆบ้าง ชีวิตคนเราเกิดมาทั้งทีควรจะต้องมีความสุขเยอะๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองจมกับความเศร้ามากสิ คิดบวกไง รู้จักมั้ย ฟังแล้วดีกว่าอย่างแรกเยอะ

คำแนะนำอย่างที่ 3 ให้ไปปฏิบัติธรรม เข้าวัด สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฝึกจิตใจของตัวเองให้มีความสงบ และเมื่อจิตของเราซาบซึ้งในธรรมะเมื่อไหร่ เราจะมองเห็นคุณค่าของชีวิต และเราจะกลายเป็นคนใหม่ที่สามารถวางใจให้เป็นกลางได้ ไม่อยากตายอีกต่อไป พร้อมทั้งขู่ว่าการฆ่าตัวตายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่จะทำให้เกิดใหม่แล้วฆ่าตัวตายซ้ำๆอีก 500 ชาติ มันเป็นบาปกรรมยิ่งนัก ทำให้เราหมดโอกาสทำบุญ

ซึ่งทั้ง 3 คำแนะนำเบื้องต้นนี้ผมเข้าใจดีว่ามันเป็นเจตนาดีของคนที่อยากจะช่วยเหลือ แต่จะมีใครซักกี่คนที่จะให้คำแนะนำแบบที่ 4 นั่นคือแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพราะบางทีคนที่อยากตาย เขาอาจจะไม่ได้อยากตายความเพราะคิดของตัวเองแต่เป็นเพราะสมองหลั่งสารเคมีผิดปรกติจนทำให้พวกเขาสูญเสียความสามารถในการควบคุมตัวเองก็เป็นได้ ดังนั้นในคลิปวีดีโอนี้ ผมอยากจะทำเรื่อง “โรคซึมเศร้า ภัยเงียบของชีวิตคน” จากประสบการณ์ตรงของภรรยาผมเองครับ

ถ้าวันนี้คุณเอามือไปวางบนเตาไฟ คุณสามารถบอกตัวเองได้ไหมว่าร่างกายของคุณไม่ร้อน ไม่ทรมาน คุณไม่มีทางทำได้เพราะร่างกายของคุณมันถูกเผาและสมองก็สั่งให้คุณเจ็บปวด โรคซึมเศร้าก็เช่นกัน ผู้ป่วยไม่ได้อยากเศร้าแต่สมองมันสั่งให้เศร้าโดยที่ไม่สามารถควบคุมได้ และนี่คือเรื่องราวจริงของมาดามแพม ภรรยาของผมครับ

ผมกับแพมเราคบกันมาสิบห้าปีแล้ว ตั้งแต่ที่เราเจอกันวันแรกจนถึงวันนี้ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งกันและกันเยอะมากๆ ก็ไม่แปลกที่เราในวันนั้น กับ เราในวันนี้ มันจะเป็นคนละเรากัน

แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนก็มี

แพมเป็นคนเก่ง มีความสามารถ เรียนรู้สิ่งต่างๆตลอดเวลา ตั้งเป้าหมายอะไรแล้วไม่ค่อยพลาด มุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง สามารถช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้คนอื่นได้ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนรอบตัวและคนที่รู้จักแพมจะตั้งความหวังกับแพม แพมเป็นคนที่ไม่ชอบทำให้ใครผิดหวัง เลยพยายามกดดันตัวเองให้เป็นเลิศเสมอในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะยากขนาดไหนก็ตาม

จนกระทั่ง 2 – 3 ปีมานี้ ผมเห็นความผิดปรกติบางอย่างเกี่ยวกับภรรยาของผม เธออเริ่มวิตกกังวลบ่อยขึ้น ท้อแท้ง่าย หลับยาก มองโลกในแง่ร้าย มีอะไรกระทบจิตใจเพียงนิดเดียวก็สามารถน้อยเนื้อต่ำใจได้เป็นวันๆ หนักๆเข้าก็บ่นเบื่อโลก เบื่อชีวิต อยากหลับไปไม่ต้องตื่นอีกเลย เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังมีอารมณ์หงุดหงิด กระทบกระทั่งได้ง่าย แม้กระทั่งตอนเธอยังไม่ตื่น ผมซื้อข้าวผัดกุ้งให้เธอหวังให้แพมกินข้าวตอนเช้า แต่แพมอยากกินข้าวขาหมู ก็กลายเป็นน้อยเนื้อต่ำใจ บ่นเบื่อโลก เบื่อชีวิต อยากตาย พาลทะเลาะกันอีก

อยู่มาวันหนึ่ง แพมดูรายการเจาะใจ ที่สัมภาษณ์คุณเอิร์น กัลยากร เนื่องจากเธอเป็นไอดอลในวัยสาวของแพม คุณเอิร์นบอกอาการโรคซึมเศร้าของตัวเองให้ฟัง โดยรวมๆจะมีอาการคือ เศร้า หมดความสนใจเรื่องต่างๆ นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป หมดแรง รู้สึกว่าตัวเองไร้คุณค่า และอยากตาย เมียผมอุทานว่า “เฮ้ย เหมือนกูเลย” นั่นเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมสงสัยว่าแพมจะเป็นโรคซึมเศร้า และพยายามเว้าวอนให้เธอไปหาหมอเพื่อตรวจว่ามีอะไรผิดปรกติหรือเปล่า แต่เธอไม่ยอม จนเราทะเลาะกันรุนแรง สุดท้ายผมก็ยกธงขาว ไม่พยายามบังคับแพมอีก

การรับมือกับเมียในเวอร์ชั่นนี้เป็นเรื่องที่ยากมากๆ ผมต้องอดทนมากๆ บางครั้งที่ผมรู้สึกเหมือนถูกใส่อารมณ์อย่างไม่ยุติธรรมจนเผลอขึ้นเสียงใส่เธอหลายครั้ง เมื่อรู้สึกตัวก็พยายามท่องเอาไว้ว่า “ใจเย็น อย่าทำอะไรให้แพมเครียดกว่านี้เลย” และชีวิตรักก็เข้าสู่โหมดตึงเครียด ผมไม่รู้ว่าแพมจะระเบิดลง หรือ เข้าสู่โหมดนอยอีกเมื่อไหร่ ผมเองก็กลายเป็นคนเครียดและหวาดระแวงไปด้วย

สุดท้าย แพมเริ่มสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างในตัวเอง แพมสัมผัสได้ว่าตัวเองไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน สมัยยังสาว ถ้ามีคนมาด่าแพม แพมสามารถปล่อยวางได้อย่างเร็ว แต่ตอนนี้ แค่มีคนมาบอกว่าไม่ชอบแพมผ่าน Youtube เพียงครั้งเดียว แพมถึงกับหมดไฟทำงาน ไม่อยากทำอะไร และอยากหลับไปเลยไม่ต้องตื่น

ผมต้องนั่งกังวลทุกวัน ว่าวันนี้ผมจะโดนอะไรบ้าง ไม่มาทางวาจา ก็มาทางสีหน้า

เราเลยมานั่งคุยกัน แพมบอกกับผมเองว่าไม่อยากไปหาหมอ เพราะไม่อยากยอมรับความตัวเองเป็นคนมีปัญหา ผมเลยบอกกับแพมว่าถ้าเป็นจริง มันก็แค่สารเคมีในสมองไม่ปรกติเท่านั้นเอง ได้เจอคุณหมอ เขาจะสามารถช่วยเราได้ ไปเถอะนะ ถ้าเธอเป็นจริงๆแล้วได้รับการรักษา ชีวิตของเธอหลังจากนี้จะมีความสุขตลอดไป ผมก็พลอยมีความสุขไปด้วย ยอมไปเพื่อชีวิตคู่ของเราได้มั้ย…??? แพมตกลง ในที่สุด แพมก็ยอมไปหาหมอ และได้รับการวินิฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าระยะเริ่มต้น คุณหมอนั่งปรับทัศนคติแพม และให้ยามาทาน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ที่ 4,990 บาท

หลังจากที่เธอได้ทานยาปรับสารเคมีในสมอง หรือปรับอะไรก็ไม่รู้ ผมไม่ใช่แพทย์ และเพียงแค่ทานยาวันเดียว แพมบอกกับผมว่าเธอไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน โลกไม่เคยสดใสขนาดนี้มาก่อน เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับการปล่อยวาง ไม่เครียด ยอมรับได้ทุกสิ่ง ยิ้ม หัวเราะ เล่นตุ๊กตาอย่างมีความสุข แพมยอมรับว่าไม่ได้รู้สึกอย่างนี้มานานมากแล้ว ไม่อยากเชื่อเลยว่าชีวิตจะมีความสุขมากขนาดนี้ ไม่คิดมาก เหมือนทุกอย่างมันว่างเปล่า และมีความรู้สึกว่าชีวิตมีแต่เรื่องดีๆ

และแน่นอน ผมก็มีความสุขมากๆเช่นกัน ตอนเช้าที่ตื่นนอน แพมตื่นขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม และบอกกับผมว่าไม่ได้หลับสบายแบบนี้มานานขนาดไหนก็จำไม่ได้ พูดอย่างเดียวว่าหลับสบายจังเลย มีความสุขจังเลย ผมรู้สึกเหมือนได้เมียคนเดิมกลับมา แพมก็รู้สึกเหมือนได้ตัวของตัวเองกลับมาเช่นกัน สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ ก็อาจจะใส่อารมณ์กับผู้ป่วยโรคนี้ ประมาณว่า อะไรวะ แค่นี้จะอะไรกันนักกันหนา ปล่อยวางบ้างเหอะ แต่ถ้าคุณคิดว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ คุณจะปฏิบัติตัวต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้าของคุณอีกรูปแบบหนึ่งเลย

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณคิดว่าตัวเองหรือคนรัก มีอาการป่วยเป็นโรคนี้ ผมขอแนะนำให้ปรึกษาคุณหมอดีกว่าครับ ผมกับเมียเราจูงมือกันผ่านเรื่องนี้มาแล้ว บอกเลยว่าผลลัพธ์มันคุ้มจริงๆ ถ้าคุณสงสัยว่าตัวเองจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ไม่ต้องอาย มีคนมากมายที่เอาชนะโรคนี้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งมาแล้ว ผมคิดว่าคุณก็จะเอาชนะมันได้เช่นกัน

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *