Article

3 ไลฟ์โค้ชริมถนนในดวงใจ

By  | 
 

ไลฟ์โค้ช คือ คนที่ให้คำปรึกษาและช่วยทำให้ผู้อื่นสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้โดยมีความเข้าใจในตัวเอง และทำให้ผู้รับคำปรึกษาสามารถแก้ไขปัญหาชีวิตตัวเองได้ แต่รู้มั้ย บางครั้งไลฟ์โค้ชที่เปลี่ยนชีวิตผมนั้น กลับเป็นบุคคลริมถนนที่ไม่ใช้ไลฟ์โค้ชมืออาชีพ พวกเขาคือใคร ทำไมผมถึงยกย่องขนาดนั้น และนี่คือ 3 ไลฟ์โค้ชริมถนนในดวงใจ 

คนที่ 1 ป้าจากนรก 

วันหนึ่ง ในขณะที่ผมกับภรรยาซึ่งยังคงเป็นนักศึกษาเดินเล่นอยู่ที่หน้าห้างแพตตินั่มแฟชั่นมอลล์ ก็มีคุณป้าแก่ๆท่านหนึ่ง แต่งตัวโทรมๆ ถือถุงผ้าสีรุ้งเก่าๆ เดินขอเงินผู้คนที่สัญจรไปมา ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่ว่าจะมีกี่คนที่ปฏิเสธไม่ให้เงินเธอ แต่เธอก็ยังคงมุ่งมั่นขอเงินต่อไป 

เมื่อป้าเดินมาถึงผม เธอยื่นมือมาขอเงินผมกับภรรยา พร้อมกับบอกว่า “ลูกจ๋า ป้าไม่มีเงินกินข้าว ไม่มีเงินกลับบ้าน ป้าหลงทาง อยากกลับบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดเหลือเกิน ลูกจ๋า พอจะช่วยป้า ป้าขอเงินกินข้าวและซื้อตั๋วรถกลับบ้านได้ไหมจ๊ะ…???”

ด้วยความที่ผมกับภรรยาไม่ได้มีเงิน แต่เราก็เป็นคนไทยที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีน้ำใจอันประเสริฐ ภรรยาของผมเลยเอาขนมรังผึ้งที่พึ่งซื้อเมื่อซักครู่ยื่นให้ป้า ป้ามองขนมรังผึ้งแล้วนิ่งไปซักพัก ก่อนจะรับและเดินหันหลังกลับไปโดยไม่พูดอะไร 

ผมกับภรรยามองป้าด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข นี่สินะ คือความอิ่มเอิบที่เกิดจากการเป็นผู้ให้ ทันใดนั้น ป้าก็โยนขนมรังผึ้งร้อนๆลงถังขยะต่อหน้าต่อตาผมกับภรรยา 

เฮ้ย อะไรวะนั่น 

เราสองคนรู้ได้ทันที ป้าคนนี้ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือ แต่ป้าต้องการแค่เงินจากคนโง่ โง่ที่เชื่อว่าคนแปลกหน้านั้นแสนดี ป้าจากนรกจริงๆ 

ป้าจากนรก ไลฟ์โค้ชริมถนนคนนี้สอนผมว่า “บนโลกนี้ยังมีคนที่คิดหาผลประโยชน์จากคนที่พยายามเป็นคนดีเสมอ จงระมัดระวังตัวเองให้ดี อย่าไว้ใจใครให้ง่ายเกิน”

… 

คนที่ 2 ป้าขายฟักทอง 

ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ผมเจอคุณป้าท่านหนึ่งนั่งขายขนมฟักทองนึ่งมะพร้าว เธอทั้งแก่ชรา และขนมที่เธอขายก็น่าทานเป็นอย่างมาก ด้วยความที่ผมชอบกินฟักทองอยู่แล้ว ผมเลยอุดหนุนป้าหนึ่งชิ้น 

เมื่อกลับไปถึงบ้าน ผมจัดการเอามะพร้าวขูดโปะฟักทองพูนๆแล้วรีบตักเข้าปากทันที พอลิ้นสัมผัสกับมะพร้าวเท่านั้น หน้าตาของผมก็บูดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด มะพร้าวขูดบูดแล้ว ทั้งกลิ่นทั้งรสของมันนั้นเลวร้าย แถมผิวสัมผัสยังซ่าเหมือนโซดา 

แย่แล้ว ถึงแม้ฟักทองจะอร่อยมาก แต่มะพร้าวบูดนั้นรสชาตก็แย่มาก ถ้าป้าไม่รู้ว่าสินค้าของตัวเองหมดอายุแล้วขายให้คนอื่นๆ ลูกค้าคนอื่นต้องโกรธและโมโหป้ามากแน่ๆ 

โห ผมไม่มีวันปล่อยให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับป้าเด็ดขาด 

ผมเลยเดินไปหาป้าอีกครั้ง พร้อมกับบอกกับป้าว่า “ป้าครับ ฟักทองอร่อยมาก แต่มะพร้าวบูดแล้วครับป้า”

ป้ามองหน้าผม พร้อมกับสวนกลับมาว่า “ก็กินแต่ฟักทอง และไม่ต้องกินมะพร้าวสิ” เออ ถูกของป้าแฮะ แล้วป้าก็ทำท่าเหมือนกับว่าผมอายุตั้ง 30 กว่าแล้ว ทำไมเรื่องแค่นี้คิดไม่ได้เล้า…!!!

ป้าขายฟักทอง ไลฟ์โค้ชริมถนนท่านนี้ได้สอนผมว่า “บางครั้งชีวิตมันยากเพราะเราคิดถึงปัญหาเยอะเกินไป หัดคิดง่ายๆ เจอปัญหาอะไรก็แก้ไปทีละอย่าง อย่าไปกังวลเยอะ แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขแล้ว”

คนที่ 3 คนเก็บขยะ

เช้านั้น ผมหิ้วถุงขยะที่เต็มไปด้วยขยะเอาไปทิ้งที่กองขยะเพื่อรอรถเก็บขยะมาเก็บขยะที่หลังบ้าน โชคดีเหลือเกิน รถเก็บขยะมาเก็บขยะที่กองขยะพอดี 

กลิ่นของรถขยะนั้นเเรงมากๆ เหม็นเน่าคลุกกกกรุ่น ผมเห็นพี่พนักงาน 2 ท่านกำลังเก็บขยะอย่างขยันขันแข็ง ผมมองไปที่ถังใหญ่ๆหลังรถสีเขียว อึ๋ย หนอนเยอะมากๆ ขนลุก 

ใครทำอาชีพเก็บขยะนี่น่าเห็นใจจริงๆ ต้องดมของเหม็น ทำงานกับของที่ไม่สะอาดตลอดเวลา แต่พอพี่พนักงานเห็นผม เขาเลยตะโกนทักว่า “จะทิ้งขยะเหรอครับ เชิญเลยครับ เดี๋ยวผมช่วยครับ” รอยยิ้มกว้างนั่นทำไมดูมีความสุขจัง ทั้งๆที่งานของเขานั้นไม่ได้น่าทำเลยซักนิด แต่พี่เขากลับดูมีความสุขกว่าเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ผมเคยร่วมงานมาเสียอีก 

พอผมยื่นถุงขยะให้พี่เขา พี่เขาก็พูดมาว่า “ขอบคุณนะครับ” เฮ้ย เขาช่วยผมทิ้งขยะ ช่วยผมให้ไม่ต้องเจอสิ่งสกปรก ผมควรจะขอบคุณพี่เขาสิ ทำไมพี่เขาถึงขอบคุณผมแทน 

ไม่ทันได้รับคำตอบ พี่เขาก็ตะโกนคำว่า “ไป…!!!” แล้วรถขยะคันนั้นก็ขับออกไป 

ผมเจอพี่ๆพนักงานอีกหลายต่อหลายครั้ง สิ่งหนึ่งที่สังเกตุได้คือ เขาทำงานอย่างขยันขันแข็ง คุยเฮฮาหัวเราะกันตลอดเวลา ตอนผมปั่นจักรยานออกกำลังกายไปเจอพี่ๆเขา เขาก็มักทักทายกล่าวสวัสดีเป็นประจำ 

คนเก็บขยะ ไลฟ์โค้ชริมถนนคนที่ 3 สอนผมว่า “ไม่ว่าจะทำงานอะไร งานนั้นจะเป็นอย่างไร รายได้จะมากหรือน้อย ถ้าเรามีทัศนคติที่ดี เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองทำ เป็นงานที่ได้เงินอย่างชอบธรรม นั่นถือเป็นงานที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเราก็สามารถหาความสุขจากสิ่งที่ทำได้อย่างแน่นอน”

พวกเขาทั้ง 3 คน เป็นคนที่ผมไม่รู้จัก แต่พวกเขาได้สอนสิ่งล้ำค่าให้กับผม 

ทบทวนนะครับ

ไลฟ์โค้ช ป้าจากนรก สอนผมว่า “ถ้าไม่อยากเสียใจ อย่าไว้ใจคนง่ายๆ บนโลกนี้มันมีคนไม่ดีที่หวังหาผลประโยชน์จากความดีของคน”

ไลฟ์โค้ช ป้าขายฟักกทอง สอนผมว่า “ถ้าชีวิตเจอปัญหา ลองเลือกวิธีแก้ปัญหาง่ายๆก่อนที่จะคิดเยอะ บางครั้งวิธีการแก้ปัญหามันอาจจะไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้นก็ได้”

ไลฟ์โค้ช คนเก็บขยะ สอนผมว่า “จะทำงานอะไรก็ตาม ถ้าเรามีทัศนคติที่ดี เห็นคุณค่า และสุจริต ล้วนถือเป็นงานที่มีเกียรติและมีความสุขได้ทั้งนั้น ”

และนี่เเหละคือ ครับไลฟ์โค้ชริมถนนในดวงใจของผม แล้วคุณล่ะ มีไลฟ์โค้ชริมถนนในดวงใจหรือเปล่า คอมเม้นท์เล่าให้ฟังกันบ้างสิครับ 

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *