Article

ทางออกจากคนที่สะสมหนังสือจนล้นตู้ เครื่องอ่าน Ebook

By  | 
 

ผมมีความฝันตั้งแต่เริ่มอ่านหนังสือใหม่ๆ ว่าวันหนึ่งบ้านของเราจะเต็มไปด้วยหนังสือเรียงข้างฝา อยากอ่านอะไรก็สามารถหยิบมาอ่านได้หมด กลายเป็นนักสะสมที่มีความสุข

 
แต่ในความเป็นจริง มันไม่ใช่เลย…!!!
 
หลังจากที่ทยอยซื้อหนังสือทั้งมือหนึ่งและมือสอง ผมค้นพบว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่เราจะสามารถเรียงหนังสือได้ดั่งใจคิด ตู้หนังสือไม่ได้สวยเหมือนดั่งจินตนาการ จากที่เคยรักมัน กลายเป็นต้องหาที่วางให้มัน ซ้อนๆทับๆดูไกลๆคล้ายมีคอนโดอยู่ในห้องนอน
 
ซ้ำร้าย ต่อให้เรียงกันเป็นหมวดหมู่อย่างไร ก็ไม่สามารถเรียงมันให้เป็นหมวดหมู่ดั่งใจได้อยู่ดี กลายเป็นว่านอกจากมันจะกินพื้นที่ในการจัดเก็บอย่างมากแล้ว เวลาต้องการหาหนังสือที่อยากอ่านจริงๆ ต้องรื้อค้นผจญฝุ่นจนภูมิขึ้นอีกต่างหาก
 
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผม คนรักหนังสือทุกคนเป็นเหมือนกันหมด และพอผมสืบค้นไปว่าบั้นปลายของคนรักหนังสือคืออะไร มีแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้น คือ ห้องเก็บหนังสือที่ใหญ่ขึ้น และ กำจัดออกจากชีวิตไป
 
ผมได้ดูสารคดีที่ว่าด้วยเรื่อง Minimalism บน Netflix ที่ว่าด้วยชนกลุ่มหนึ่งที่มีความเชื่อสุดโต่ง พวกเขาเชื่อว่าชีวิตที่ “สมบูรณ์” ไม่ใช่การมีสิ่งของมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลับกัน มันคือแนวคิด จงใช้ชีวิตด้วยสิ่งของ “น้อย” ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
 
ความรุงรังคือปัญหาชีวิต ยิ่งมีสิ่งของน้อยเท่าไหร่ ยิ่งมีความสบายใจมากขึ้นเท่านั้น แถมยังเหลือเงินเยอะขึ้นด้วย
 
ผมดูแล้วก็อิน ถึงขนาดเริ่มฝึกนิสัยไม่ซื้อเสื้อ กางเกง ของสะสมอื่นๆ แต่สำหรับหนังสือ ผมทำใจไม่ซื้อไม่ได้จริงๆ และมันก็เป็นดั่งที่สารคดีว่า ผมเริ่มรู้สึกว่าหนังสือคือ “ความรุงรัง” ของชีวิต
 
ผมซื้อ Harry Potter มาอ่าน ถึงแม้มันจะมีแค่ 7 เล่ม แต่ขนาดของมันเกือบเทียบเท่ากระติ่งน้ำแข็งเล็กๆเลย
 
ล่าสุดผมอ่านนิยาย Overlord ซึ่งออกมาแล้ว 9 เล่ม พออ่านเสร็จ ไม่มีที่เก็บอีก เวงกรรม
 
ในตอนแรก ผมก็เริ่มอ่าน Ebook ผ่านมือถือ จอคอม และ iPad มันก็ดี แต่อ่านนานๆแสบตา ล่าสุดเวลาผมมองไปที่พื้นที่ขาวๆ ผมเริ่มเห็นใยแมงมุมสีดำลอยไปลอยมาแล้ว หมอบอกว่า มันคืออาการของ วุ้นในตาเสื่อม…!!!
เป็นโรคที่เกิดจากการจ้องมองคอมพิวเตอร์โดยไม่หยุดพักนานเกินไป สุดท้าย ผมตัดสินใจซื้อเครื่องอ่านหนังสืออิเลคทรอนิค ที่มีหน้าจอสร้างเลียนแบบกระดาษ เป็นหน้าจอที่ไม่เปล่งแสงในตัวเอง Book Nova 2 ราคา 12900 บาท (กัดฟันจ่ายและยังไม่คิดรีวิวในโพสต์นี้) และมันก็ถูกใจผมมากๆ ถึงขนาดที่ว่าผมตัดสินใจจะเลิกซื้อหนังสืออย่างสุรุ่ยสร่าย และจะซื้อ Ebook มาอ่านเป็นหลัก

เรื่องตลกมากก็คือ ผมมีตู้หนังสือ 2 ตู้ และมันเต็มไปด้วยหนังสือที่ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมี เลวร้ายกว่านั้น บางครั้งผมดันซื้อหนังสือซ้ำกันอีก แค่เปลี่ยนหน้าปก เฮ้ย…!!! ตบกบาลตัวเองเพราะเสียเงินฟรีแท้ๆ

ผมไม่รู้ว่าการเอาหนังสือที่เป็นเล่มออกจากชีวิต หรือการเริ่มต้นฝึกนิสัยแบบ Minimalist จะเป็นตัวเริ่มต้นทำให้ผมค้นคบไลฟ์สไตล์แบบใหม่หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ปัจจุบันผมอยู่บ้านเช่า และถ้าผมซื้อบ้านแล้วย้ายเข้าไปอยู่เหมือนไหร่ หนังสือที่ผมรักนักรักหนาจะกลายเป็นอุปสรรคต่อชีวิตทันที แค่จินตนาการว่าต้องขนขึ้นรถกี่เที่ยวถึงจะย้ายครบ ก็สยองแล้ว

หลังเข็ดล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่เริ่มยก

แต่ถ้าผมเริ่มเปลี่ยนนิสัยมาอ่าน Ebook ล่ะ ต่อให้มีเป็นพันๆเล่ม ผมก็แค่ยกเครื่องอ่าน E Reader ไปเครื่องเดียวเท่านั้น ใส่กระเป๋าสะพายคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็รวบคอมพิวเตอร์ลง หยิบโต๊ะ ย้ายทีวี เครื่องเสียง หยิบเสื้อผ้าไปไม่กี่ตัว เยี่ยมเลย เท่านี้ก็ย้ายถิ่นฐานเสร็จแล้ว ไปเที่ยวก็พกหนังสือเป็นพันเล่มก็ไม่หนัก เพราะมันคือเครื่องๆเดียวเท่านั้น

Tim Ferriss เคยแนะนำวิธีคิดของผู้ที่มีอิสรภาพในชีวิตผ่านหนังสือ The 4 Hour Workweek ว่า “จงละทิ้งสิ่งของที่เราไม่เคยใช้ ไม่เคยจับ ทิ้งไปซะ ส่วนมาก ชีวิตมนุษย์ ข้าวของ 80% จะเป็นส่วนเกิน มีเพียง 20% ที่เราสะสมเท่านั้นที่มันจำเป็นต่อชีวิต ยิ่งเรามีสิ่งของน้อยเท่าไหร่ เราจะยิ่งกล้าผจญภัยมากขึ้นเท่านั้น”

วันหนึ่งถ้าผมเกิดคึกอยากออกเดินทางระยะไกลจริงๆ เครื่องอ่าน Ebook ก็จะกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมเลย…!!!

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *