Article

Digital Minimalism ทำไมการเลิกเล่นมือถือถึงสุขใจ

By  | 
 

มีผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งกล่าวว่า “ผมกำลังแหลกสลาย” ทันทีที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ มนุษย์ก็ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป เรากลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่เสพข้อมูลอย่างบ้าคลั่ง เอาเวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปเสพสาระข่าวสารที่แทบไม่มีประโยชน์ต่อชีวิตเลย เรากลัวจะพลาดเรื่องเล็กจนไม่รู้ตัวเลยว่าความจริงแล้ว การปล่อยให้ชีวิตเลื่อนหน้าจอมือถือแบบไม่มีจุดหมายนั้น ทำให้เราพลาดสิ่งยิ่งใหญ่…!!!

ผู้ร่วมสร้าง iPhone รุ่นแรกสาบานกับ Cal Newport ผู้เขียนหนังสือ Digital Minimalism ว่า “Steve Jobs สร้าง iPhone ขึ้นมาเพราะต้องการทำ iPod ที่สามารถโทรเข้า – ออกได้เท่านั้น ไม่มีใครคาดคิดว่า iPhone จะเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนได้มากขนาดนี้…!!!”

iPhone ยุคแรกๆนั้นไม่มี App Store ไม่มี Social Media ถึงแม้มันจะสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้ แต่ก็ไม่ได้สร้าง “สังคมก้มหน้า” ดั่งที่เป็นเช่นทุกวันนี้ แล้วอะไรล่ะ คือสาเหตุที่ทำให้พฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล คำตอบก็คือ นักธุรกิจ Social Media นั่นเเหละครับ

เคล็ดลับความสำเร็จของ Appication ต่างๆบนโลกใบนี้ คือการออกแบบระบบให้ผู้คนใช้งานบนสิ่งที่พวกเขาสร้างให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ นานขนาดไหนล่ะ ก็นานถึงขนาดสั่งให้สมองเกิดอาการเสพติดเลย พวกเขาสร้าง Social Media ให้คล้ายกับการเสี่ยงดวง ให้ผู้ใช้งานรู้สึกลุ้นทุกครั้งที่เปิด App ขึ้นมาว่าจะเจออะไรหรือเปล่า

เพื่อผลประกอบการณ์ทางธุรกิจ

เท่านั้นยังไม่พอ App เหล่านี้ยังรุกล้ำชีวิตประจำวันเราอย่างร้ายกาจ…!!!

สมัยโบราณกาล เผ่าพันธู์มนุษย์นั้นมีการแบ่งแยกชนนั้นอย่างชัดเจน ผู้ที่มีชนชั้นสูงนั้นสามารถมีโอกาสรอดชีวิตได้มากกว่าชนชั้นล่าง นั่นเป็นเหตุผลให้มนุษย์พยายามเปลี่ยนสถานะตัวเองให้กลายเป็นผู้แข็งแกร่ง มีชื่อเสียง เพื่อให้ได้รับการยอมรักจากพวกพ้อง

Social Media ใช้หลักการนี้เช่นกัน ลองสังเกตุดูว่าเมื่อคุณโพสต์อะไรลงไปใน Social Media สิ่งถัดมาที่คุณจะรอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ คือ การเฝ้าดู Like และ Comment อย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อวัดว่าเราอยู่ในสถานะไหนของสังคม ยิ่งมีไลค์และคอมเม้นท์มากเท่าไหร่ เราจะยิ่งรู้สึกว่าตัวเองถูกได้รับความสำคัญจากคนอื่นมากเท่านั้น กลายเป็นคนชนชั้นบนที่มีโอกาสอยู่รอดมากกว่าชนชั้นล่าง

เฮ้ย นี่คือเหตุผลที่ทำให้คนมากมายกระหายยอดไลค์และคอมเม้นท์เหรอ เพราะ DNA ที่ฝังอยู่ในสปีชี่สเราสั่งให้ทำ…!!!

ผมกำลังอ่านหนังสือ Digital Minimalism ราคา 390 บาทจากสำนักพิมพ์ Broccoil อ่านยังไม่ถึง 70 หน้าดี แต่แค่เนื้อหาต้นๆเล่มก็ทำให้จิตวิญญาณของผมสั่นสะท้านแล้ว ผมอุทานในใจไม่รู้กี่รอบเลยต้องมาเขียน Blog รีวิวหนังสือเล่มนี้ และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกๆคนที่ติดตาม Startyourway จะได้อ่านเช่นกัน

ถึงแม้การเสพติด Social Media จะไม่ได้สร้างผลกระทบที่รุนแรงเหมือนกับการติดยาเสพย์ติดชนิดทำลายสมอง แต่ในหนังสือเล่มนี้ ยกระดับการติด Social Media ของคนทั่วไปนั้นใกล้เคียงกับการติดบุหรี่หรือติดการพนัน

เหมือนกับผู้เชี่ยวชาญว่าเอาไว้ ผมก็รู้สึกชีวิตของผม “กำลังแตกสลาย” เช่นเดียวกัน

ผมยังจำวันวานสมัยที่ผมยังไม่มี SmartPhone และใช้เพียงมือถือปุ่มพสาสติดได้ดี ถึงแม้ผมจะกลายเป็นคนตกเทรนด์ ไม่ได้เชื่อมต่อ Facebook ตลอดเวลา แต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขอย่างประหลาด เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากความสงบ และได้ใช้เวลาส่วนใหญ่คุยกับผู้คนในโลกของความเป็นจริงมากกว่า แต่ทันทีที่ผมใช้ Smartphone ถึงแม้จะมีคนสำคัญอยู่ตรงหน้าที่เขาอยากจะคุยกับผม ผมก็สนใจโลกในมือถือมากกว่าอยู่ดี จนกลายเป็นว่า คนทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปยังโลกออนไลน์ โลกที่ไม่รู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องการผมจริงๆหรือเปล่า

ผมเริ่มมองเห็นชีวิตของคนอื่นผ่านการเลื่อน Feed และกลายเป็นว่าต้องเห็นชีวิตดีๆของคนอื่นมากเกินไป จนอดเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตัวเองมีในปัจจุบันไม่ได้

“เอ๊ะ คนนั้นซื้อรถใหม่อีกแล้ว”

“เอ๊ะ บ้านคนนี้สวยจัง”

“เฮ๊ะ ทำไมเขาดูมีความสุขมากๆเลย”

ผมเริ่มอิจฉาชีวิตคนอื่น และพอหันมามองตัวเอง กลับกลายเป็นว่าผมรู้สึกขาดทันที ทั้งๆที่ชีวิตผมในวันนี้มันก็น่าพึงพอใจมากๆอยู่แล้ว สุดท้าย ชีวิตผมก็เริ่มพัง ผมเริ่มไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี ไม่มีสมาธิในการสร้างสรรค์ผลงาน เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นตลอดเวลา แม้กระทั่งเอายอดไลค์มาวัดคุณค่าและตัวตน

ในที่สุด ผมก็ทนไม่ไหว และตัดสินใจจำกัดเวลาเล่น Social Media ติดดาวไว้เฉพาะแฟนเพจที่ผมชอบมากๆเท่านั้น

ปรากฏว่า หลังจากไม่เลื่อน Feed เป็นเวลาหลายสัปดาห์ สุขภาพจิตของผมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมอยู่กับตัวเองมากยิ่งขึ้น มีเวลาให้ภรรยามากยิ่งขึ้น มีความสุขกับชีวิตมากยิ่งขึ้น ชื่นชมสิ่งที่ตัวเองมีมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นคนที่มองโลกใบนี้ดีขึ้น

ในตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับ Social Media หรือเปล่า แต่เมื่อได้อ่านงานวิจัยและพูดคุยกับคนที่ทำแบบเดียวกันกับผม ผมก็มั่นใจ ว่าความสุขนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการเสพย์ติดมือถือ แต่เป็นการเลิกเสพติดมือถือแล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีคุณค่าต่อตัวเองมากขึ้น

คุณอาจจะไม่เคยได้ยินคำนี้ แต่บุคคลที่ตัดสินใจบำบัดอาการ “ติดมือถือ” เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Digital Minimalism ถ้าพูดภาษาชาวบ้านง่ายๆ คือกลุ่มคนที่เลือกจะไม่รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีประโยชน์ต่อชีวิต และหันไปใส่ใจกับข้อมูลข่าวสารที่สำคัญจริงๆเท่านั้น

“เฮ้ คุณวิชญ์ ถ้าฉันเลิกเล่นมือถือแล้ว ฉันกลัวจะพลาดเหตุการณ์สำคัญในบ้านเมืองไปนะสิ”

เอาจริงๆนะครับ ซื่อสัตย์กับตัวเอง เวลาเราเข้าไปท่องโลกออนไลน์ เราใช้เวลาไม่กี่นาทีก็น่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการหมดแล้ว จากนั้นเราก็ตะลุยดูนั่นโน่นนี่ จนกว่าจะรู้ตัวเวลาก็ผ่านไปหลายชั่วโมง ส่วนข้อมูลสำคัญที่ว่า ถ้าหมายถึง คนขับรถชนกัน ดราม่าจากผู้มีชื่อเสียง คลิปตลกโปกฮา ข่าวอาชญากรรม พวกนั้นจัดเป็นข้อมูลที่ไม่สำคัญทั้งนั้น

ส่วนข้อมูลสำคัญต่อชีวิตจริงๆ ต่อให้คุณไมเสพผ่านโลกออนไลน์ เดี๋ยวมันก็ลอยมาเข้าหูคุณผ่านคนในโลกออฟไลน์เอง

ถ้าคุณยังคงมีความสุขกับการเล่น Social Media ก็เล่นไปเถิดครับ แต่ถ้าวันหนึ่งชีวิตของคุณไม่สามารถหาความสุขได้อีกต่อไป การเข้าโลกออนไลน์ของคุณไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ใดๆในชีวิตจริง ผมแนะนำให้คุณอ่านหนังสือเรื่อง Digital Minimalism ครับ ไว้อ่านจบเมื่อไหร่ จะมารีวิวอีกทีนะครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *