Article

Work life balance ด้วยการหยุดพักจริงๆ

By  | 
 

เพราะเราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ในโรงเรียน ว่าจงผลักดันตัวเองให้ชีวิต “เครียด” สุดๆแล้วจะประสบความสำเร็จ เช่น ต้องอ่านหนังสือให้หนัก เรียนให้หนัก เอาเกรดเฉลี่ยให้ได้อันดับหนึ่ง และลด ละ เลิก กิจกรรมนันทนาการให้หมดสิ้นไป เพื่อแลกกับชีวิตดีๆในแบบที่เราต้องการ ทำให้คนส่วนใหญ่มองว่า การพักผ่อน คือศัตรูของความสำเร็จ ถึงขั้นมีสุภาษิตว่า “ขยันในวันนี้ สบายในวันหน้า” ซึ่งเรื่องนี้ใช้ได้จริงครับ แต่คำว่าขยันถ้าหมายถึง ปรับเปลี่ยนชีวิตแล้วยัดตารางทำงานลงมาถมให้เต็มที่ 12 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นการทำงานชั่วคราวเพื่อแลกกับความสุขสบายระยะยาว ผมจะยอมทนทำ แต่ถ้ามันคืองานที่ทำหนักไม่รู้จักจบจักสิ้น หากไม่ได้หลงรักมันจริงๆ ผมคงต้องขอผ่าน

ผมเห็นด้วยกับน้าเน็ก ซึ่งไม่เชื่อว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” หากคนเราขยันผิดที่ เหมือนว่ายน้ำในอากาศ ว่ายให้ตายยังไงก็อยู่ที่เดิม

ตลอดระยะเวลาที่ผมเริ่มต้นทำงานประจำในวัย 20 กว่าๆจนถึงตอนนี้อายุ 34 ปี ผมเห็นคนมากมายทั้งรุ่นราวคราวเดียวกันหรือแก่กว่าที่ขยันมากๆ มากเสียจนพวกเขาควรจะได้รับรางวัล “คนขยันดีเด่นแห่งปี” แต่ทุกวันนี้ ชีวิตของพวกเขาไม่มีอะไรมากขึ้นกว่าเดิม บางท่านกลับมีหนี้สินมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ กลายเป็นว่าต้องทำงานเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นอีก กรรมจริงๆ

แน่นอน ผมไม่ได้บอกว่าการทำงานหนักเป็นเรื่องไม่ดี แต่ CEO บริษัทข้ามชาติท่านหนึ่งเคยสอนลูกน้องของตัวเองว่า “ถ้าทำงานหนักแล้ว ชีวิตเราต้องดีขึ้น หากทำงานแล้วชีวิตแย่ลง แสดงว่ามุ่งหน้าไปผิดทาง…!!!” และเพื่อให้คุณกับผมมีชีวิตที่ดีขึ้น การทำงานหนักเพื่อหาเงิน และนำเงินที่หามาได้ไปสร้างทรัพย์สินจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ รวมไปถึงการทุ่มเทสร้างทรัพย์สินบนโลกออนไลน์แบบที่ไม่ต้องใช้เงินเยอะด้วย

และเมื่อเป้าหมายของผมกับคุณนั้นยิ่งใหญ่ถึงขนาดการทำงานเพื่อเปลี่ยนชีวิต การทำงานหนักและความเครียดสะสมมันย่อมตามาแน่นอน คำถามก็คือ รถยนต์ถึงแม้จะสามารถขับได้ 24 ชั่วโมงติดต่อกันจนกว่าน้ำมันจะหมดถัง แต่มันก็ต้องพักล้างรถ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ดูแลเบรค ซ่อมบำรุง แล้วมนุษย์เล่า การทำงานอย่างหนัก 300 กว่าวันทุกๆปีมันก็ต้องพักบ้างเช่นเดียวกัน เพราะถ้าไม่พัก สุขภาพจิตของคุณจะเสียอย่างมาก และทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของคุณลดลงจนถึงขั้นหมดไฟในการทำงาน

ดังนั้น สรุปให้เข้าใจในประโยคเดียว การพักผ่อนที่มีคุณภาพ เท่ากับ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นั่นหมายถึง การพักผ่อนคือส่วนหนึ่งของการทำงาน เราต้องให้ความสำคัญกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

และสิ่งที่ผมตะลึงจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ เป็นความลับที่เราทุกคนล้วนเคยประสบมาแต่ไม่ทันได้คิด ความสุขไม่ได้เริ่มเกิดขึ้นตอนเราพักผ่อน แต่เป็นตอนที่เราคาดหวังว่าจะได้พักผ่อนต่างหาก ระหว่าง “วันหยุด” กับ “ก่อนวันหยุด” อะไรทำให้เราตื่นเต้นมากกว่ากัน

คำตอบ “ก่อนวันหยุดสิ”

การคาดหวังถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึง ถ้ามันเป็นอนาคตที่ดี ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขมากยิ่งขึ้น…!!!

เฮ้ย จริงดิ…!!!

เพื่อให้สารแห่งความสุขหลั่งอย่างเต็มที่ คุณจะต้องเริ่ม “วางแผนเพื่อวันหยุดอย่างจริงๆจังๆ” ด้วยการถามตัวเองว่า กิจกรรมอะไรที่ทำให้คุณมีความสุข อิ่มเอิ่มใจ เป็นกิจกรรมที่ทำให้ชีวิตคุณเติบเต็ม มีความหมาย ถ้านึกอะไรไม่ออก นายแพทย์มาซากิ ผู้เขียนหนังสือแนะนำให้วางแผน “ทริปท่องเที่ยว” ซึ่งอาจจะเป็นต่างจังหวัดที่คุณอยากจะไป หรือเป็นต่างประเทศเลยก็ได้

ทุกครั้งที่ผมกับภรรยาวางแผนไปเที่ยว ช่วงที่อยู่ในระหว่างรอถึงวันที่นัดหมาย เป็นช่วงที่เรา 2 คนรู้สึกกระตืนรือล้นมากที่สุด สารแห่งความสุขจะเริ่มหลั่งตั้งแต่ตอนนั้น และยิ่งถ้าคุณออกกำลังกาย กินอาหารดีๆมีประโยชน์ ฝึกสมาธิเป็นประจำ ชีวิตของคุณจะมีความสุขมากขึ้นหลายเท่า

และเมื่อคุณมีความสุข ใช้วันหยุดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ปล่อยเวลาในวันหยุดไปกับการซึมเศร้าอยู่บนเตียงแล้วเอาแต่ส่อง Facebook อย่างเดียว ร่างกายของคุณจะเริ่มชาร์จแบตไปโดยปริยาย และเมื่อถึงวันทำงาน งานของคุณจะมีความหมายขึ้นมาทันที เพราะมันเป็นงานที่ทำเพื่อให้คุณไปเจอความสุขก้อนต่อไป

ผู้เขียนกล่าวว่า ประชากรในประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่กล้าลบาหยุดงานเพราะกลัวถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นพวกทำให้เศรษฐกิจไม่เติบโต นั่นทำให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เจริญแล้ว แต่ประชาชนกลับใช้วันพักผ่อนน้อยที่สุด บวกกับเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารมันพัฒนาไปไกลมากๆ ทำให้วันเสาร์ – อาทิตย์ คนส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกทำงานให้บริษัทผ่านอินเตอร์เน็ต หรือถูกรบกวนจากอีเมลล์เรื่องงานในวันหยุด กลายเป็นว่าวันหยุดแต่ไม่ได้หยุดจริง

วันหยุดที่มีคุณภาพ ถ้าให้ผมตีความจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ คือ วันพักผ่อนต้องไม่ใช่การอยู่เฉยๆฆ่าเวลา แต่เป็นการพักด้วยกิจกรรมที่ทำให้คุณมีความสุขในการดำเนินชีวิต และต้องตัดขาดจากงานให้ได้เด็ดขาด อย่าให้งานและความเครียดมาขัดจังหวะการพักผ่อนของคุณโดยเด็ดขาด

หนังสือเล่มนี้ราคา 245 บาท เป็นหนังสือที่เน้นเขียนแนวแบบผู้ใหญ่เล่ามุมมองชีวิตให้กับคนรุ่นหลังฟัง ไม่ได้เป็น How to ดุเด็ดเผ็ดร้อนแบบสไตล์ตะวันตก แต่อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเซนมากกว่า คือเรื่อยๆ เนิบๆ ช้าๆ ให้เราได้เห็นภาพไปตลอด

ใครที่รู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักและไม่ได้พักผ่อนจริงๆ ผมก็แนะนำให้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ

<ร้านค้าของ Startyourway> ถ้าคุณอยากรู้ว่าคนไทยธรรมดาท่านอื่นๆที่ไม่ได้มีทุนมากมายเขาสร้างเส้นทางนายตัวเองกันได้อย่างไร เขาทำอาชีพอะไร หาเงินยังไงถึงได้เป็นนายตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาไปตามฟังบทสัมภาษณ์แบบวิดีโอ ตามอ่าน Blog แบบตาเปียกตาแฉะ คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือ We are Startyourway 590 บาทได้เลย เนื้อหาเกือบทั้งหมดเป็นเจ้าของเรื่องมาเขียนเองจริงๆครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *