Books

สัปดาห์หนังสือจบแล้ว คุณอ่านหรือยัง

By  | 
 

หนังสือที่ผมแนะนำให้คุณอ่าน ถ้าให้หยิบมาแค่ 6 เล่ม ผมอยากจะให้คุณเริ่มต้นอ่านหนังสือ 6 เล่มนี้ เพราะมันไม่ใช่แหล่งความรู้ แต่มันคือขุมทรัพย์ทางปัญญาที่มีมูลค่ามหาศาล เกินกว่าราคาที่หน้าปกเขียนเอาไว้แค่หลักร้อย

– พ่อรวยสอนลูก
– ทำน้อยแต่รวยมาก
– เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี
– ใช้เงินน้อยกว่าแต่รวยก่อน
– ชีวิตผมรอดได้ด้วยสตาร์บัคส์

เดี๋ยวผมจะอธิบายตามความรู้สึกของผม เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจว่าควรซื้อหรือไม่ซื้อมาอ่านครับ

ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งเคยสอนลูกน้องในทีมที่กำลังสับสนในชีวิตเรื่องการทำงานว่า

“คนเรา เมื่อทำงานไปแล้ว ชีวิตต้องดีขึ้น ถ้าทำงานแล้วชีวิตแย่ลง แสดงว่ามาผิดทาง”

ถ้ามองในมุมของพนักงานประจำ อาจจะหมายถึงเงินเดือน ตำแหน่ง ความนับหน้าถือตา หรืออาจจะเป็นบ้านและรถ แต่ถ้าตีความให้กว้างกว่านั้น ผมคิดว่าเราคงหมายถึงคุณภาพชีวิต

ทำงานแล้วคุณภาพชีวิตต้องดีขึ้น ถ้าทำแล้วคุณภาพชีวิตแย่ลง แสดงว่ามาผิดทาง

การเงินก็เหมือนกัน

Robert Kiyosaki ผู้เขียนหนังสือ Rich Dad Poor Dad ที่โด่งดังมากๆ (ผมคิดว่าเขาน่าจะได้เงินจากหนังสือซีรีส์นี้ไปมหาศาล) ได้อธิบายเอาไว้ว่า

ถ้าคุณอยากจะมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น คุณจะต้องพยายามเเยกแยะให้ได้ว่าอะไรคือทรัพย์สิน (สิ่งที่คุณถือครองแลกมีรายได้เข้ากระเป๋ามากยิ่งขึ้น) อะไรคือหนี้สิน (สิ่งที่คุณถือครองแล้วเงินไหลออกจากกระเป๋ามากยิ่งขึ้น)

ถ้าทำงานแล้วมีหนี้สินเยอะขึ้น แสดงว่ามาผิดทาง แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวก็สะเทือนแล้ว

แน่นอน ถ้าคุณต้องการชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น คุณก็ต้องพยายามสะสมทรัพย์สินให้มากกว่าหนี้สิน ฟังดูง่าย แต่เอาเข้าจริง คุณต้องต่อสู้กับจิตใจของตัวเองเยอะมากๆ โดยในหนังสือจะเน้นอสังหาริมทรัพย์เป็นกรณีศึกษา ส่วนรายละเอียดต่างๆ คุณต้องศึกษาต่อด้วยตัวเอง

เมื่อมีทรัพย์สินที่สร้าง Passive Income มากพอโดยไม่ต้องเน้นการพึ่งพางานที่ต้องใช้เวลาหรือแรงแลกเงินตลอดเวลา ชีวิตของคุณก็จะเปลี่ยนแปลงไปเลย

ปล ในหนังสือมีพาดพิงสถานะงานประจำเยอะมากๆ ผมคิดว่าเขาคงไมได้หมายถึงการทำงานประจำไม่ดี แต่หมายถึงถ้าทำงานประจำเพียงอย่างเดียวจะทำให้เสียโอกาสในการสร้างรายได้ทางอื่นๆไปครับ

นิยามของการทำงานนั้นมีเพียงแค่ 9 โมงเช้า – 6 โมงเย็นอย่างนั้นหรือ คำตอบคือไม่ งานมีหลายประเภท และมีบางประเภทที่สามารถทำเงินให้คุณได้ด้วย พร้อมกับสามารถสร้างไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ด้วย เราเรียกกลุ่มคนที่ทำเรื่องเหล่านี้ว่าชาวเกษียณย่อม ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ทำงานหาเงินและทำตามความต้องการของตัวเองไปพร้อมๆกัน

ยกตัวอย่าง เช่น

ชาว Freelance ที่ทำงานหาเงินพร้อมกับอยู่ในสถานที่ที่ตัวเองต้องการ
Youtuber ที่ท่องเที่ยวและทำคลิปวีดีโอแนวท่องเที่ยวไปด้วย
เจ้าของ Fanpage ที่มีผู้ติดตามมากพอ หาเงินจากผู้ติดตาม และใช้ชีวิตเลี้ยงลูกของตัวเองเต็มเวลา
เจ้าของเว็บไซต์ขายของออนไลน์ โดยเน้นจ้างงานภายนอกแล้วให้ลูกจ้างของบริษัทอื่นมาช่วยงานเพื่อตัวเองจะได้มีเวลาว่างเยอะๆ
นักเขียน Ebook ที่เน้นขายผ่าน App แล้วใช้ชีวิตอิสระตามใจฉัน
พนักงานประจำที่ต่อรองกับนายจ้างเพื่อขออิสรภาพทางการงาน ทำงานออนไลน์จากที่บ้านโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิต
พริตตี้ไลฟ์สดเต้นในกลุ่มลับ แล้วเก็บค่าสมาชิกเป็นรายเดือน <<<  อันนี้ Admin ล้อเล่น

ถ้าคุณรู้ว่าบนโลกนี้มีงานที่สามารถเนรมิตไลฟ์สไตล์ที่คุณอยากได้จริงๆ คุณจะลงมือทำมั้ย คำตอบคือ ทำแน่นอน แต่คุณอาจจะสงสัยว่ามันมีจริงๆหรือ หนังสือเล่มนี้ขายฝันหรือเปล่า คำตอบง่ายนิดเดียวครับ ก็ลองดู Social ของตัวเองสิ ว่าคุณเจอคนประเภทนี้เป็นเพื่อนกับคุณหรือเปล่า

ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยคิดว่าการท่องเที่ยวรอบโลกเป็นความฝันสูงสุดและคิดว่าเมื่อเกษียณตัวเองจากงานประจำเราจะไปเที่ยวรอบโลก แต่พอได้ทดลองทำจริงๆด้วยการเที่ยวทริปสั้นๆประมาณ 7 – 10 วัน ทำให้ผมรู้ว่า แท้ที่สุดแล้ว บ้านของพ่อแม่นี่เเหละคือสวรรค์ ปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมกับเมียมีเวลาอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเล็กๆ เราไม่ได้มีอะไรเลยที่แพงเกินตัว ใช้ชีวิตธรรมดาและสร้างงานสร้างอาชีพจากที่บ้านของตัวเอง

คยรวยเขาทำเงินกันยังไงนะ คุณเคยสงสัยและอยากจะเดินไปถามเจ้าของรถคันหรูที่จอดอยู่ริมถนนหรือเปล่า ผมเองก็เคยทำอยู่ 3 – 4 ครั้ง และคำตอบที่ได้มานั้นมีแค่ 2 อย่าง คือ ของครอบครัว กับ ผมสร้างธุรกิจแล้วซื้อมันด้วยตัวเอง ประเด็นแรกช่างเขาเถอะ ประเด็นหลังน่าสนใจกว่า

ถ้าคุณอยากจะรู้ว่าคนรวยเขาทำเงินกันอย่างไร คุณสามารถเข้าไปดูข้อมูลต่างๆได้มากมายผ่าน Google ไม่ว่าจะเป็นชีวประวัติ เรื่องราวการสร้างธุรกิจ แต่ถ้าคุณอยากจะรู้ว่าผู้เขียน Mj Demarco เขาสามารถเกษียณตัวเองและมีเงินมากพอที่จะไม่ต้องทำงานอีกเลยได้อย่างไรโดยที่ตัวเองไม่ได้มีลูกจ้างมากมายมหาศาล (ถ้าจำไม่ผิด เหมือนมีลูกจ้างสูงสุดแค่ 5 คน) คำตอบอยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้วครับ

ถ้าคุณอยากจะหาเงินล้าน คุณจะต้องทำสิ่งที่กระทบต่อผู้คนนับล้าน…!!!

MJ Demacro เริ่มต้นทำงานจากจุดเล็กๆ เช่น พนักงานล้างจาน พนักงานส่งอาหาร จนกระทั่งเป็นคนขับรถลีมูซีน ซึ่งการเป็นลูกจ้างรับจ้างขับรถนั่นเเหละ ที่ทำให้เขาได้ไอเดียในการสร้างเว็บไซต์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเช่ารถลีมูซีน และเมื่อเขาได้รับอีเมลล์จากการสอบถามว่าเช่ารถที่ไหนดีมากยิ่งขึ้น เขาเลยเริ่มต้นทำธุรกิจส่งรายชื่อผู้มีความต้องการเช่ารถไปยังบริษัทที่มีรถให้เช่า และเมื่อธุรกิจของเขาโตขึ้น เขาก็ขายเว็บไซต์ในตัวเองไปในราคาหลายสิบล้านเหรียญ และนั่นทำให้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องการหาเงินอีกเลย

ผมชอบหนังสือเล่มนี้มาก

ในหนังสือยังมีไอเดียอีกเยอะแยะมากมาย เช่น หนังสือเล่มนี้จะทำเงินให้เขาได้ 5 เหรียญ ยิ่งเขาขายได้เยอะ เขาก็จะมีรายได้เยอะขึ้นด้วย เจ้าตัวเขียนตรงๆแบบนี้ และชี้แนะให้ผุ้อ่านทำเช่นกัน แถมหนังสือยังอธิบายว่าถ้าคุณมัวแต่หาความสุขกับการจับจ่ายใช้สอย หรือตั้งเป้าหมายชีวิตเอาไว้นานเกินไป มันมีโอกาสที่จะผิดพลาดมากกว่าจะสมหวังก็ได้

ชีวิตวัยรุ่นเป็นวัยที่มีพลังมากที่สุด การอ่านหนังสือเล่มนี้เร็วก็ย่อมได้เปรียบ แต่อย่าอินมากจนเกินไป เพราะหนังสือเล่มนี้ช่างกระแนะกระแหนเหลือเกิน

ถ้าคุณอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่เงินของคุณก็มีน้อยเหลือเกิน คุณจะทำอย่างไรระหว่าง รอให้ตัวเองมีทุนก่อนแล้วค่อยทำ หรือเริ่มต้นสร้างธุรกิจทั้งๆที่ยังไม่มีเงินทุน หนังสือเล่มนี้จะบอกวิธีสร้างเส้นทางนายตัวเองโดยใช้เงินน้อยสุดๆ แต่สามารถสร้างกำไรได้มากสุดๆเช่นกัน ธุรกิจนั้นคือ ธุรกิจขายข้อมูล

ปัจจุบันมีคนไทยมากมายที่เริ่มทำธุรกิจขายข้อมุล ไม่ว่าจะเป็นคอร์สเรียนออนไลน์ ทำ Youtube ให้ดูฟรีๆแล้วกินค่าโฆษณา เปิดคอร์สสัมมนาเล็กๆโดยเน้นเช่าสถานที่สอนเป็นครั้งๆ สร้างรายการต้นทุนต่ำเกี่ยวกับเนื้อหาเฉพาะทางแล้วหาเงินจากผู้สนับสนุนรายการ ผมเคยเจอเจ้าของกิจการที่ไม่มีออฟฟิต มีแต่บ้านเดียวราคา 5 ล้านบาท เขาทำคอร์สสอนเกี่ยวกับโปรแกรมที่ใช้ในออฟฟิต และต้นทุนของเขามีเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือตัวของเขาเอง

พี่สาวผมเองก็พึ่งเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ นั่นคือ รับจ้างให้คำปรึกษาสำหรับคนที่อยากจะสมัครงานกับบริษัทที่มีนายจ้างเป็นชาวต่างชาติ สอนการสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ พี่สาวผมทำงานกับบริษัทข้ามชาติมากมาย เคยเป้นทั้ง HR และ Marketing ดังนั้นมันก็สมเหตุสมผลที่เธอจะใช้ความรู้ของตัวเองหาเงินนอกออฟฟิต ที่เจ๋งมากๆคือ พี่สาวผมทำธุรกิจผ่านโทรศัพท์ เทรนด์การเรียนการสอนผ่านทางโทรศัพท์และได้รับจ้างเป็นรายชั่วโมง

เห็นมั้ย ว่าคุณสามารถสร้างธุรกิจได้จริงๆโดยไม่ต้องใช้ต้นทุนมาเป็นข้อจำกัด ซึ่งในหนังสือเล่มนี้มีทั้งวิธีและกรณีศึกษามากมายที่คุณสามารถเลียนแบบมาเป็นไอเดียได้เลย รู้มั้ยว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่กูรูชื่อดังต่างประเทศหลายคนแนะนำ ในเมื่อมันมีแปลไทยแล้ว ทำไมคุณถึงจะไม่ยอมสละเวลาอ่านหละ ที่สำคัญ ภาษาแปลก็เข้าใจง่ายมากๆด้วย ต้องชื่นชมสำนักพิมพ์ที่แปลและเรียบเรียงได้ดีมากๆ

แนะนำให้ซื้อครับ

ชีวิตผมรอดได้ด้วยสตาร์บัคส์เป็นหนังสือสอนใจได้ดีมากๆ เพราะผู้เขียนนั้นเขียนมาจากรประสบการณ์จริงของตัวเอง เรื่องราวของไมค์ ที่เกิดมาเป็นลูกคนรวย ได้รับการสปอยจากครอบครัวสุดฤทธิ์ เมื่อเขาโตขึ้นมาก็ดันทำงานเก่ง ได้รับการทาบทามจากบริษัทชั้นนำโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม เขารักงานของเขามาก อุทิศชีวิตให้กับงานอย่างสุดความสามารถ ส่วนเรื่องครอบครัวเหรอ เอาไว้ทีหลัง ไมค์ทุ่มเทให้งาน แต่กับภรรยาและลูกๆของเขา เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะฟังความต้องการของพวกเขาเลย ไมค์จะคิดแทนลูกๆทั้งหมดว่าลูกๆจะต้องทำอะไร และไม่ต้องทำอะไร เรียกได้ว่าบังคับลูกๆสถานเดียว

และเมื่อเขาเป็นคนเก่ง มันเป็นธรรมดาที่เขาจะมีอำนาจต่อบอร์ดผุ้บริหาร ทุกคนให้เกียรติและเกรงใจไมค์ จนกระทั่งวันหนึ่ง บริษัทที่เขาทำงานถูกซื้อไป และทันทีที่ผู้บริหารคนใหม่เห็นไมค์ เขาก็ทำการไล่ออกทันทีเพราะไมค์นั้นค่าตัวแพงและอายุเยอะจนเกินไป

พนักงานทุกคนล้วนดีใจแทนไมค์ เพราะไมค์เงินเดือนเยอะ ทำงานอย่างหนัก ไมค์น่าจะมีเงินเก็บมากพอจะเกษียณชีวิตตัวเองได้อย่างสบาย แต่ไมค์หนะเหรอ เงินเก็บตูเหรอ ไม่มีหรอกของแบบนั้น เพราะรายได้ของไมค์สูง แต่รายจ่ายของไมค์ก็สูงเช่นกัน ทั้งบ้านหลังงาม ค่าเทอมแสนแพงของลูก รวมไปถึงข้าวของมากมายที่ซื้อมาเก็บเอาไว้ เขาไม่มีเงินเก็บเลย

ด้วยความที่เขาแก่แล้ว ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ ลดเงินเดือนก็แล้ว ต่อรองงานก็แล้ว ก็ยังไม่มีใครรับ พอเขาจะเริ่มต้นสร้างเส้นทางนายตัวเอง เขาก็ไม่รอดเพราะมีเด็กรุ่นใหม่ที่ทำงานดีกว่าในราคาที่ถูกกว่า สุดท้าย เขาก็ต้องทำงานที่เขาไม่อยากทำ นั่นคือ เป็นพนักงานของตาร์บัคส์ และนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตไมค์ เพราะเขาต้องมาเริ่มทำงานในตำแหน่งล่างสุดตอนอายุเยอะสุด ทำให้เขาได้มองเห็นมุมมองใหม่ๆที่ตัวเองลืมไปเลยว่าเคยมี

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนการสร้างเส้นทางนายตัวเอง แต่สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดลำดับเรื่องราวต่างๆในชีวิต ถ้าคุณอยากเรียนรู้ความผิดพลาดของคนอื่น โดยเฉพาะคนที่ทำเวลาในชีวิตหายไป ผมแนะนำเล่มนี้ครับ

<ร้านค้าของ Startyourway> ถ้าคุณอยากรู้ว่าคนไทยธรรมดาท่านอื่นๆที่ไม่ได้มีทุนมากมายเขาสร้างเส้นทางนายตัวเองกันได้อย่างไร เขาทำอาชีพอะไร หาเงินยังไงถึงได้เป็นนายตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาไปตามฟังบทสัมภาษณ์แบบวิดีโอ ตามอ่าน Blog แบบตาเปียกตาแฉะ คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือ We are Startyourway 590 บาทได้เลย เนื้อหาเกือบทั้งหมดเป็นเจ้าของเรื่องมาเขียนเองจริงๆครับ

Comments

comments

Startyourway

Startyourway เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องนายตัวเอง เราไม่มีนโยบายขายคอร์สสัมมนา เรามีรายได้จาก Youtube แบรนด์มาสปอนเซอร์ และสินค้าสำหรับขายแฟนคลับเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *